ตลาดคอนโดมิเนียมช่วงปีพ.ศ.2554 – 2559 รายไตรมาส

Home » บทความ » ตลาดคอนโดมิเนียมช่วงปีพ.ศ.2554 – 2559 รายไตรมาส

ตั้งแต่ปีพ.ศ.2554 เรื่อยมาถึงไตรมาสที่ 2 ปีพ.ศ.2559 มีคอนโดมิเนียมเปิดขายในกรุงเทพมหานครทั้งหมดรวมกันประมาณ 228,856 ยูนิต โดยมีคอนโดมิเนียมที่เปิดขายใหม่ลดลงมาต่อเนื่องตั้งแต่ปีพ.ศ.2558 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน (ไตรมาสที่ 2 พ.ศ.2559) แปรผันตรงกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงไป ถ้าไม่นับช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 พ.ศ.2554 ที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายและเส้นทางใหม่ๆ ต่างๆ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการต่างๆ เปิดขายโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ๆ ออกมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเพื่อรองรับกำลังซื้อที่มากขึ้น อีกทั้งคอนโดมิเนียมยังเป็นรูปแบบการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นตามศักยภาพของทำเลต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากโครงการรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้าง หรือที่กำลังจะก่อสร้างในอนาคต เพราะทันที่ที่ความชัดเจนของเส้นทางรถไฟฟ้าต่างๆ มีมากขึ้นราคาที่ดินในพื้นที่เหล่านี้ก็ปรับเพิ่มขึ้นแบบติดจรวดทันที บ้านเก่าๆ หรือที่ดินที่ปล่อยทิ้งไว้ก็มีการเปลี่ยนมือไปสู่ผู้ประกอบการเพื่อนำไปพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม และราคาขายของโครงการที่เปิดขายในระยะหลังก็จะมีราคาขายแพงกว่าโครงการที่เปิดขายก่อน แม้ว่าจะเป็นโครงการที่สร้างเสร็จแล้วก็ตาม แสดงให้เห็นว่าราคาขายของคอนโดมิเนียมปรับเพิ่มขึ้นทุกปี โดยราคาขายปรับขึ้นเฉลี่ยประมาณ 5 – 10% ต่อปีหรือมากว่านี้ในบางทำเลและบางโครงการอาจจะมากถึง 20% ต่อปี

คอนโดมิเนียมที่เปิดขายมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2554 – ไตรมาสที่ 2 พ.ศ.2559 ทั้งหมดประมาณ  228,856 ยูนิต หลายๆ คนอาจจะตกใจว่าทำไมมันมากมายมหาศาลขนาดนี้ แต่คอนโดมิเนียมจำนวนนี้ส่วนใหญ่ขายไปแล้วหรือมีคนจองไปแล้ว โดยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 85% เหลือขายประมาณ 3 หมื่นกว่ายูนิตอาจจะดูไม่มากแต่ต้องไม่ลืมว่าคนที่ซื้อหรือจองไปแล้วจำนวนไม่น้อยซื้อเพื่อลงทุน ซื้อเพื่อเก็งกำไร ดังนั้น คาดว่ามีคอนโดมิเนียมประมาณ 4 หมื่นกว่ายูนิตที่รอการเปลี่ยนมืออยู่ในตลาด

คอนโดมิเนียมที่เหลือขายอยู่นี้อาจจะดูเหมือนเยอะแต่ก็ไม่ได้สร้างความกังวลหรือว่ากดดันให้ตลาดคอนโดมิเนียมขยายตัวลดลงเท่าไหร่ เนื่องจากตลาดคอนโดมิเนียมยังคงสามารถขยายตัวต่อไปได้ อีกทั้งราคาขายของคอนโดมิเนียมที่อยู่ในตลาดนั้นปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปีแบบที่ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้ว อาจจะมีบางโครงการที่ขาดการดูแลรักษาในระยะยาวหรือว่าอยู่ในทำเลไม่ดี มีโครงการใหม่ๆ ขึ้นมาในทำเลที่ดีกว่า โดนโครงการใหม่ๆ บดบังวิวที่เคยเป็นจุดขาย หรือผู้ประกอบการเจ้าของโครงการเองที่เป็นคนทำให้ราคาขายโครงการที่สร้างเสร็จแล้วไม่ได้ปรับขึ้นมากมาย เพราะต้องการระบายสต็อกสินค้าที่สร้างเสร็จแล้วโดยการลดราคาขายลงไปทำให้คนที่ซื้อก่อนหน้านี้เจ็บจี๊ด บางคนเรียกร้องขายห้องคืนทันทีเพราะไม่อยากเก็บห้องไว้แข่งกับคนที่ซื้อมาราคาต่ำกว่านั่นเอง

Comments

comments

Posted on