แสนสิริ ชูตลาดการลงทุนคอนโดภูเก็ต ศักยภาพสูงเทียบเท่าคอนโดทำเลสีลมและสาทร

Home » ข่าว » ข่าวอสังหาฯ » แสนสิริ ชูตลาดการลงทุนคอนโดภูเก็ต ศักยภาพสูงเทียบเท่าคอนโดทำเลสีลมและสาทร

An image

 

นายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)
เปิดเผยว่า จากการสำรวจตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต โดยโฟกัสที่ตลาดการลงทุนคอนโดมิเนียมในภูเก็ตพบว่า ภูเก็ตเป็นทำเลที่สามารถเทียบเคียงสีลม-สาทรได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าที่ปล่อยเช่ารายเดือน  อัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า และการเติบโตของราคาคอนโดรีเซล

โดยหากพิจารณาการเติบโตของราคาคอนโดรีเซลในภูเก็ตแม้จะมีขึ้นลงตามภาวะเศรษฐกิจ แต่โดยรวมแล้วถือว่าเติบโตปีละ 10% ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่สูงเมื่อเทียบกับสีลม – สาทรซึ่งโตปีละ 8% ขณะที่เมื่อเทียบอัตราค่าเช่าของภูเก็ตและสีลม-สาทร พบว่าค่าเช่าของภูเก็ตต่างจากสีลม-สาทรเพียงเล็กน้อย โดยภูเก็ตมีอัตราค่าเช่าประมาณ 30,000 – 55,000 บาทต่อเดือน (หรือประมาณ 320 – 560 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน)
แต่สำหรับสีลม-สาทร มีอัตราค่าเช่าประมาณ 30,000 – 65,000 บาทต่อเดือน (หรือประมาณ 475 – 645 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน)
แต่หากมองที่ผลตอบแทนจากการปล่อยเช่านั้น ภูเก็ตยังเป็นคู่แข่งที่สูสีกับสีลม ด้วยความเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็น Destination อันดับหนึ่งของไทยโดยเฉพาะในช่วง High Season ที่ทั้งเกาะเต็มไปด้วยชาวต่างชาติทำให้การปล่อยเช่าคอนโดมิเนียมในภูเก็ตมีผลตอบแทนที่ดี

 

“ราคาคอนโดมิเนียมรีเซล (ราคาคอนโดมิเนียมมือสอง) บนเกาะภูเก็ต ย้อนหลัง 3 ปี พบข้อมูลที่น่าสนใจว่าภูเก็ตเป็นเมืองที่ราคาขายของคอนโดมิเนียมสูงขึ้นอย่างหวือหวา โดยภาพรวมของภูเก็ตมีการเติบโตของราคาคอนโดมิเนียมรีเซลประมาณปีละ 10% ด้วยความที่ภูเก็ตเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยว โดยโซนที่ได้เปรียบเป็นโซนแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างกะทู้และถลางที่มีราคาคอนโดมิเนียมเติบโตสูงสุด
ทำเลกระทู้ราคารีเซลเติบโตสูงที่สุด อยู่ที่ 12-13% ต่อปี รองลงมาคือโซนถลางเติบโต 9.5% ต่อปี และโซนเมืองภูเก็ตเติบโต 7% ต่อปี” นายอุทัยกล่าว
 

An image

An image

นอกจากนี้ ภูเก็ตยังเป็นเมืองที่มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง มีโครงการขนาดใหญ่ทั้งจากภาครัฐและเอกชนเข้าคิวรอการดำเนินการหรือพัฒนาให้แล้วเสร็จอยู่หลายโครงการด้วยกัน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้ภูเก็ตเป็นเมืองที่มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาเมกะโปรเจคในภูเก็ตที่น่าจับตา อาทิ โครงการขยายสนามบินนานาชาติภูเก็ตเฟส 2 และ 3  พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารจาก 6.5 ล้านคน เป็น 12.5 ล้านคนต่อปี พร้อมใส่เกียร์เดินหน้าพัฒนาเฟส 3 ต่อเนื่องทันที เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการการรองรับผู้โดยสารเป็น 18 ล้านคนต่อปี

การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานรองรับการขยายตัวของเมืองรวมถึงโครงการใหม่ๆ ที่ภาครัฐชูให้ภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว อาทิ การก่อสร้างทางลอดทางแยกต่างๆ จำนวน 6 โครงการ ที่จะเปิดดำเนินการตั้งแต่ปี 2559 – 2564 นอกจากนั้นยังมีโครงการรถไฟฟ้าท่านุ่น- ห้าแยกฉลอง
การขยายทุ่นจอดเรือยอชต์ รวมถึงรถไฟฟ้ารางเบาที่อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมและด้านสิ่งแวดล้อม และโครงการอุโมงค์ทางด่วนกะทู้-ป่าตอง เป็นต้น เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาภูเก็ตเพิ่มขึ้น

โครงการภูเก็ต สมาร์ทซิตี้ ที่นำโมเดลสมาร์ทซิตี้ของเมืองอินชอน ในประเทศเกาหลีใต้มาเป็นต้นแบบในการพัฒนา ซึ่งโครงการนี้ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ SIPA  ในการพัฒนาสมาร์ทซิตี้แห่งแรกของไทย โดยเบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 430 ล้านบาทในการวางระบบโครงสร้างพื้นฐานในเมืองภูเก็ตเพื่อรองรับการเป็นเมือง Internet Of Thing (IOT) ที่ใช้ระบบเครือข่ายปิดไฟตามแหล่งสาธารณะ การเชื่อมโยงข้อมูล การแจก   ซิมมือถือนักท่องเที่ยวต่างชาติเพื่อติดตามการเดินทาง ซึ่งโครงการดังกล่าวจะผลักดันให้เกิดการลงทุนและพัฒนาเมืองให้เป็นไปในแนวทางที่ดีต่อไปในอนาคต

รวมถึงโครงการที่น่าสนใจจากภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นโครงการพัฒนาศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต เฟส 2, โครงการชิงช้าสวรรค์ยักษ์ Phuket Eye ภายในโครงการมิกซ์ยูส รามาดา เจ้าฟ้า ภูเก็ตของกลุ่ม C.A.S. Asset Phuket และโครงการกระเช้าโมบายสวรรค์สูงที่สุดในโลก Giant Ferris Wheel ที่จะกลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของภูเก็ต เป็นต้น ในส่วนของจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเยือนภูเก็ตนั้น ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาพบว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อพิจารณาเจาะลึกลงไปในรายละเอียดจะพบว่า สัดส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทยมีปริมาณลดลง สวนทางกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้ความสนใจ โดยชาติที่มาท่องเที่ยวในภูเก็ตมากที่สุด ได้แก่ จีนและรัสเซีย ตามลำดับ

จากศักยภาพการเติบโตของภูเก็ตดังกล่าว รวมถึงแนวโน้มด้านการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตที่ดี แสนสิริจึงเตรียมแผนการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์สำหรับรองรับลูกค้าที่ซื้อเพื่อการลงทุน ได้แก่ การรับผลตอบแทนล่วงหน้าในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ตามระยะเวลาที่กำหนด (Guarantee Yield) โดยโครงการอสังหาฯ ภูเก็ตที่เตรียมรองรับแผนการลงทุน อาทิ  บ้านไม้ขาว ภูเก็ต รับประกันผลตอบแทน 6% เป็นระยะเวลา 3 ปี, โครงการเดอะ เดค ป่าตอง รับประกันผลตอบแทน 7% เป็นระยะเวลา 5 ปี โครงการ เดอะ เบส ไฮท์ และเดอะ เบส อัพทาวน์ ภูเก็ต รับประกันผลตอบแทน 7% เป็นระยะเวลา 4 ปี
An image
นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับผลตอบรับที่ดีจากโปรแกรม Rental For The Holidays หรือการปล่อยเช่าคอนโดมิเนียมตากอากาศให้แก่ลูกค้าที่ภูเก็ตทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากปี 2558 เกือบ 100% มูลค่ารวม 2.57 ล้านบาท โดยยอดจองมาจากทั้ง online booking 20% และ walk – in 80%
กลุ่มลูกค้าหลัก (50%) เป็นชาวรัสเซียและคนไทยที่จองเข้าพักทันทีและจองเข้าพักล่วงหน้าในช่วงไฮซีซันและห้องพักที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นคือห้องพักแบบ 2 – 3 ห้องนอน

 

รวมถึงแสนสิริยังมีโปรแกรม “EARN FROM THE HOLIDAYS” ชีวิตพักผ่อนที่มากขึ้น กับผลตอบแทนที่มั่นคง ภายใต้ Rental Guarantee Programme โดยซื้อคอนโดมิเนียมเพียง 1 โครงการ แต่สามารถเข้าพักอาศัยได้มากถึง 15 โครงการใน 5 เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต หัวหิน เขาใหญ่ และพัทยา ระยะเวลาเข้าพักได้นานสูงสูดถึง 60 วันต่อปี รวมถึงยังรับประกันผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า 6 – 7% ต่อปี เพื่อเป็นการมอบโอกาสให้ลูกค้าได้พักผ่อนในวันหยุดได้ง่ายขึ้นทั่วประเทศไทย โดยไม่จำกัดว่าจะต้องพักในโครงการที่ตนเองซื้อเท่านั้น นับเป็นครั้งแรกของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยที่จัดโปรแกรมพิเศษในรูปแบบนี้ ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดีโดยโครงการที่ได้รับการตอบรับมากที่สุดในภูเก็ต คือ บ้านไม้ขาว

 

“สำหรับสถานการณ์ตลาดอสังหาฯ ภูเก็ตในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ คาดว่าจะมีแนวโน้มที่ดี ประกอบกับการที่ภูเก็ตกำลังเข้าสู่ช่วงไฮซีซัน บริษัทจึงได้เตรียมจัดแคมเปญ “Holiday Homes Story” รับดีมานด์ตลาดบ้านพักตากอากาศเมืองท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซัน ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 ถึงวันที่ 15 มกราคม 2560  โดยรวมโครงการคอนโดมิเนียมและบ้านพักตากอากาศพร้อมอยู่จาก 11 โครงการ ครอบคลุมเมืองท่องเที่ยวดัง 5 จังหวัด สำหรับที่ภูเก็ตประกอบด้วย 4  โครงการ ได้แก่ บ้านไม้ขาว, เดอะ เดค ป่าตอง, เดอะ เบส ไฮท์ ภูเก็ต และ เดอะ เบส อัพทาวน์ ภูเก็ต มอบส่วนลดสูงสุด 2 ล้าน เพื่อรองรับความต้องการบ้านหลังที่สองหรือบ้านพักตากอากาศจากนักท่องเที่ยวสำหรับพักผ่อนในช่วงวันหยุดยาวในหลากหลายทำเลและระดับราคาซึ่งคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี อีกทั้งยังนับเป็นโอกาสที่ดีของนักลงทุนจากในกรุงเทพฯ และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกด้านการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ของแสนสิริที่มีทั้งแผนลงทุนการันตี ยีลด์ – โปรแกรม Rental For The Holidays และ Earn From The Holidays ที่จะช่วยจัดการและทำให้การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ภูเก็ตง่าย สะดวกขึ้น และไม่เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป” นายอุทัย กล่าว

Comments

comments

Posted on