NWRจ่อประมูลงาน1.8แสนล้านบาท-ส่งบริษัทลูกผุดสนง.และคอนโดฯ

Home » ข่าว » ข่าวอสังหาฯ » NWRจ่อประมูลงาน1.8แสนล้านบาท-ส่งบริษัทลูกผุดสนง.และคอนโดฯ

เนาวรัตน์พัฒนาการฯเปิดแผนปี60 จ่อร่วมประมูลงานภาครัฐ-เอกชน มูลค่างาน 180,000 ล้านบาท ด้านบริษัทในเครือมานะพัฒนาการฯ ตั้งเป้า 3ปี ลุย 6 โครงการ รวมมูลค่า 4,600 ล้านบาท อนาคต 2 ปีเตรียมพัฒนาอาคารสำนักงานย่านบางนา กม.4 สนจีบแลนด์ลอร์ดผุดคอนโดฯกรุงเทพฯโซนเหนือกทม. ล่าสุดเปิดตัว 2 โครงการใหม่ มูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขายแตะ 800 ล้านบาท พร้อมล้างหนี้ขาดทุนจบปีนี้

An image

นายพลพัฒ กรรณสูต  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) หรือ NWRเปิดเผยถึงแผนงานปี 2560 ว่าจะมีงานที่จะทยอยเปิดประมูลทั้งงานภาครัฐและเอกชนที่บริษัทมีการติดตามอยู่ รวมมูลค่าประมาณ 180,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทคาดหวังจะได้รับงานมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท โดยจะเป็นงานของภาครัฐกว่า 90% ขณะที่มูลค่างานที่รอโอน(Backlog)ของบริษัทฯในปัจจุบันอยู่ที่ 16,000 ล้านบาท   ซึ่งบริษัทฯคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 45% ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ในปีถัดไป

An image

คุณพลพัฒ กรรณสูต 

สำหรับแผนการลงทุนของบริษัท มานะ พัฒนาการ จำกัด ซึ่ง NWR ถือหุ้นอยู่ 99.99% นั้น ยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการอสังหาฯอย่างต่อเนื่องปีละประมาณ 2 โครงการ แม้ว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาภาพรวมตลาดอสังหาฯจะชะลอตัวก็ตาม แต่ด้วยนโยบายการลงทุนโครงการเมกะโปรเจกต์ของภาครัฐที่เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น น่าจะส่งผลให้ปี 2560 ภาคอสังหาฯฟื้นตัวดีขึ้น แต่การแข่งขันก็จะสูงมากขึ้นเช่นกัน ขณะเดียวกันผู้ประกอบการแต่ละแบรนด์ก็จะมีการทำตลาดมากขึ้น ด้วยการเปิดตัวสินค้าใหม่ๆออกสู่ตลาด

 

ด้านนายปสันน สวัสดิ์บุรี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มานะ พัฒนาการ จำกัด กล่าวว่า ในปี 2560 น่าจะเป็นช่วงของการฟื้นตัว โดยมุมมองของผู้ประกอบการจะเห็นว่ามีโอกาสที่ดีขึ้น และพร้อมที่จะนำเสนอสินค้าที่ได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง     ทำให้บรรดาผู้ประกอบการเริ่มทยอยเปิดตัวโครงการต่างๆ และจะกลับมาสร้างความคึกคักให้กับตลาดอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง โดยรวมแล้วภาคเอกชนยังคงมีความเชื่อมั่นในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพราะยังคงเป็นสิ่งจำเป็นต่อผู้บริโภค นอกจากนี้ยังคาดว่าภาคอสังหาริมทรัพย์จะยังมีแนวโน้มฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องจากปัจจัยภายในประเทศต่างๆ ที่กำลังเข้าสู่สภาวะที่มั่นคงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสภาพเศรษฐกิจที่กำลังพัฒนาไปในทางที่ดี ทิศทางของการเมืองที่จะมุ่งสู่การเลือกตั้งตามโรดแมพของรัฐบาล ส่วนด้านตลาดอสังหาริมทรัพย์ ผู้พัฒนาโครงการแต่ละรายก็จะต้องพยายามสร้างจุดขายที่แตกต่างและโดดเด่นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ตามสภาวะการแข่งขันที่มีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ทั้งนี้บริษัทมีแผนที่จะพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่องทั้งที่อยู่อาศัย อสังหาฯให้เช่าและเชิงพาณิชย์ โดยแผนการลงทุนในช่วง 3 ปีนับจากนี้ ตั้งเป้าลงทุนโครงการที่อยู่อาศัยประมาณ 6 โครงการ มูลค่ารวม 4,600 ล้านบาท หรือลงทุนปีละ 2 โครงการ ส่วนจะเป็นสินค้าประเภทใดนั้นขึ้นอยู่กับศักยภาพของที่ดิน  ซึ่งปีนี้ตั้งงบซื้อที่ดินไว้ประมาณ 500-600 ล้านบาท

 

ภายในระยะ 2 ปี มีแผนจะนำที่ดินย่านบางนา กม.4 จำนวน 2 ไร่ จากทั้งหมด 20 ไร่ มาพัฒนาอาคารสำนักงาน สูงประมาณ 8-11 ชั้น จำนวน 2 อาคาร งบลงทุนไม่เกิน 300 ล้านบาท ราคาเช่าประมาณ 350-450 ล้านบาท นอกจากนี้ยังสนใจพัฒนาคอมมูนิตี้ มอลล์ ขนาดเล็ก เพื่อรองรับลูกค้าภายในโครงการของบริษัทฯด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการมองหาที่ดิน จึงยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

 

ส่วนแผนการร่วมทุนพัฒนาโครงการกับพันธมิตรยังมีการลงทุนร่วมกับกลุ่มชาญอิสสระฯอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการร่วมพัฒนาโครงการกับผู้ประกอบการท้องถิ่นในย่านพัทยา และยังมองโอกาสที่จะร่วมทุนกับพันธมิตรรายอื่นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้มีแลนด์ลอร์ดซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินย่านกทม.โซนเหนือกทม. ที่สนใจจะร่วมทุนพัฒนาโครงการกับบริษัทฯ โดยที่ดินแปลงดังกล่าวเหมาะสมที่จะพัฒนาในรูปแบบของคอนโดฯ สูงมากกว่า 8 ชั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ คาดว่าจะสรุปผลได้ในปีนี้

 

สำหรับในปีนี้บริษัทฯมีแผนเปิดตัวใหม่ 2 โครงการ คือ 1.โครงการ เอสเพน คอนโด (Aspen Condo)เฟสบี ตั้งอยู่บริเวณถนนศรีนครินทร์ บนพื้นที่ทั้งหมด 3 ไร่เศษ เป็นคอนโดฯสูง 8 ชั้น จำนวน 2 อาคาร ขนาดตั้งแต่ 23-34 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นที่ 1.39-2.2 ล้านบาท หรือเริ่มต้นที่ 60,000 บาท/ตารางเมตร จำนวน 398 ยูนิต รวมมูลค่าโครงการประมาณ 750 ล้านบาท โดยจะเปิดการขายในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 นี้

 

2.โครงการ บารานี เรสซิเดนซ์ รังสิต-คลอง3 ตั้งอยู่บนที่ดินทั้งหมด 34 ไร่เศษ พัฒนาในรูปแบบของบ้านเดี่ยว ขนาด 54-60 ตารางวา ราคาเริ่มต้นที่ 5.7 ล้านบาท จำนวน 140 ยูนิต  มูลค่าโครงการประมาณ 850 ล้านบาท

 

อย่างไรก็ตามในปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายขอดขายที่ประมาณ 800 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่ 75%และตั้งเป้าหมายรายรับจากยอดโอนกรรมสิทธิ์เติบโตเพิ่มขึ้น 6 เท่า หรือประมาณ 600 ล้านบาท สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2559 ที่ผ่านมา บริษัทฯมียอดขายรวม 455 ล้านบาท มีรายรับจากยอดโอนกรรมสิทธิ์กว่า 100 ล้านบาท  และมีผลการดำเนินงานขาดทุน 40 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะล้างขาดทุนทั้งหมดได้ภายในปีนี้

 

Comments

comments

Posted on