SCเปิดตัว“28 Chidlom”คาดอีก3ปีราคาเพิ่มกว่า20%

Home » ข่าว » ข่าวอสังหาฯ » SCเปิดตัว“28 Chidlom”คาดอีก3ปีราคาเพิ่มกว่า20%

เอสซีฯเตรียมเปิดพรีเซล“28 Chidlom”(ทเวนตี้เอท ชิดลม) 25-26 กุุมภาพันธ์นี้หลังมียอดจองVVIPแล้ว50% คาดปิดขายอาคารแรกในสิ้นปี เชื่อถึงปี63 โครงการสร้างเสร็จส่งมอบให้ลูกค้าราคาต่อตารางเมตรพุ่ง 450,000 บาท หรือกว่า20%

 

นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือSC เปิดเผย จากความสำเร็จด้านยอดขายโครงการศาลาแดง วัน และ โครงการ บีทนิค( Beatniq )สุขุมวิท 32 มาแล้ว บริษัทฯได้เตรียมเปิดขายโครงการ “28 Chidlom” (ทเวนตี้เอท  ชิดลม)ซึ่งเป็นการซื้อเป็นดีลที่แพงที่สุดในปี2558ด้วยการซื้อที่ดิน 3 ไร่เศษ ของตระกูลเก่าแก่รายหนึ่ง มาในราคา 1.91 ล้านบาทต่อตารางวา(ตร.ว.) หรือกว่า 2,000 ล้านบาท โดยใช้ระยะเวลาในการดีลเพียง 1 เดือนเท่านั้น

 

“วันที่ตัดสินใจซื้อที่ดินแปลงนี้ไม่ใช่เพราะเป็นที่ดินฟรีโฮลด์ และใกล้สถานีรถไฟฟ้า แต่เพราะมีความเป็นชิดลม ถือเป็นโครงการที่ 3 ที่พัฒนาในรูปแบบของลักชัวรี่”นายณัฐพงศ์ กล่าว พร้อมกับระบุว่า ปัจจุบันการหาซื้อที่ดินย่านใจกลางเมืองนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก โดยตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมายังไม่มีโครงการไฮไลท์และเป็นที่ดินฟรีโฮลด์ ระยะ 500 เมตรจากสถานีรถไฟฟ้าเกิดขึ้นเลย หากใครจะพัฒนาราคาเสนอขายที่ดินคงสูงกว่า โดยขณะนี้มีผู้นำที่ดินระยะไม่เกิน 1 กิโลเมตร จากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสชิดลม มานำเสนอขายอีก 1-2 แปลง ในราคาสูงถึงกว่า 2 ล้านบาท/ตารางวาแล้ว ซึ่งการได้ที่ดินแปลงที่ชิดลมถือว่าโชคดีมากและหากจะหาทำเลใหม่เทียบเท่าทำเล 28 ชิดลม ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากมาก”นายณัฐพงศ์ กล่าว

 

ในปี2559 ที่ผ่านมามีคอนโดฯระดับลักชัวรี่เหลือในตลาด 800 กว่ายูนิตเท่านั้นและคาดว่าในปี2560 จะมีคอนโดฯระดับลักชัวรี่ที่เปิดใหม่ในปีนี้คาดว่าจะมีประมาณกว่า 1,000 ยูนิต ราคาขายเริ่มต้นที่ 350,000-380,000 บาท/ตารางเมตร(ตร.ม) โดยส่วนใหญ่อยู่ในทำเลถนนสุขุมวิท ที่เหลือจะอยู่ทำเลเพลินจิตและชิดลมทำเลละ 1 โครงการ

 

สำหรับโครงการ “28 Chidlom” (ทเวนตี้เอท  ชิดลม) เป็นคอนโดฯ สูง 2 อาคาร จำนวนห้องพักรวม 427 ยูนิต แบ่งเป็น อาคาร The Tower ขนาด 47 ชั้น ขนาด33-190 ตารางเมตร ราคา 350,000 บาท/ตารางเมตร หรือราคาตั้งแต่ 10-100 ล้านบาท จำนวน 243 ยูนิต จับกลุ่มลูกค้า นักลงทุนที่ซื้อและถือห้องชุดไว้ 5-10 ปี คิดเป็นสัดส่วน 30% ส่วนที่เหลือ 70% จะจับกลุ่มลูกค้าที่ซื้อยู่จริงและใช้ชีวิตอยู่ในย่านชิดลม หลังสวน

 

โครงการดังกล่าวได้ออกแบบ Facade อาคารให้มีลักษณะเสมือน Jewel-box Facade สะท้อนเอกลักษณ์และความแตกต่างอย่างที่สุดจากโครงการอื่นๆ ส่วนอาคาร The Villa ขนาด 20 ชั้น จำนวน   184 ยูนิต รวมมูลค่าโครงการ 8,000 ล้านบาท ซึ่งในช่วงแรกจะเปิดขายในส่วนของอาคารThe Tower  ก่อน โดยเมื่อเดือนตุลาคม 2559 ที่ผ่านมาได้เปิดขายในรอบ VVIP  ปรากฏว่ามียอดจองแล้วถึง 50%  อีกทั้งเพนท์เฮาส์ทั้ง 2 ยูนิต ได้ขายหมดแล้ว และในวันที่ 25-26 กุมภาพันธ์ 2560 จะเปิดพรีเซลและเปิดให้ชมห้องตัวอย่างครั้งแรก ที่ Sales Gallery โดยปรับราคาขายขึ้นมาจากเดิมประมาณ 4-5% ที่ราคาเริ่มต้น 330,000 บาท/ตารางเมตร คาดว่าจะสามารถปิดการขายได้ในปีนี้ ปัจจุบันทั้ง 2 อาคารผ่านการอนุมัติการทำEIA เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนอาคารThe Villa คาดว่าจะเปิดขายได้ในช่วงปลายปี2560 นี้ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ คาดว่าเมื่อถึงปี2563 ที่โครงการสร้างเสร็จและเริ่มโอนห้องชุดในปลายปี 2562ราคาขายห้องชุดโครงการดังกล่าวจะปรับตัวสูงขึ้นไปอยู่ที่ 450,000 บาท/ตารางเมตร หรือเพิ่มขึ้นกว่า20%

 

โดยโครงการดังกล่าวเป็นตามแผนธุรกิจปี 2560 เป็น 1 ใน 17 โครงการใหม่มูลค่าโครงการรวมทั้งหมด 27,000 ล้านบาท และเป็น 1 ใน 3 โครงการคอนโดมิเนียมในกลุ่ม Limited Luxury Collection by  SC ASSET” จุดเด่นที่สุดของโครงการ “28 Chidlom” (ทเวนตี้เอท ชิดลม) คือ ทำเล ที่ดินแปลงนี้ถูกกล่าวขวัญมากที่สุดในปี  ที่ผ่านมา ตั้งอยู่บนถนนชิดลมและเป็นทำเลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง ด้วยปัจจัยสำคัญหลัก 3 ประการ ได้แก่

1. The Walking-distance Neighbourhood   ระยะห่างเพียง 250 เมตร จากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ชิดลม และ 180 เมตร จากเซ็นทรัล ชิดลม

 

2. The Location of Everything ใกล้แหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำอย่างครบครันในรัศมีเพียง 2 กิโลเมตร   และ3. The Rarest Oasis เนื่องจากการหาซื้อที่ดินขนาดใหญ่กว่า 3 ไร่ใจกลางเมืองในทำเลระดับ World Class อย่างโครงการ 28 Chidlom นี้ เป็นเรื่องยากมากในปัจจุบัน อีกทั้งในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา ยังไม่มีโครงการ     High rise ที่ผู้ซื้อสามารถถือกรรมสิทธิ์แบบ Freehold และเป็นโครงการที่เปิดตัวใหม่ในรัศมี 500 เมตร  รอบสถานีบีทีเอส ชิดลม ได้อีกแล้วด้วย

 

นอกจากเรื่องของทำเลแล้วยังมีความโดดเด่นของงานออกแบบตัวอาคารซึ่งเป็นผลงานจากความร่วมมือกันระหว่างบริษัทออกแบบชั้นนำระดับโลก อย่างบริษัท Kohn Pederson Fox (KPF) ที่มีชื่อเสียงของเมืองนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นที่ปรึกษาด้านงานออกแบบ โดยร่วมกับบริษัท Design 103 International ซึ่งเป็นสถาปนิกโครงการ พร้อมกับ TROP บริษัทออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมระดับแนวหน้าของประเทศและมีผลงานเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก และอีกความร่วมมือจาก  Breath  (เบรท)ผลงานที่ได้จึงทำให้โครงการมีความสวยงาม    โดดเด่น พร้อมเป็น Landmark แห่งใหม่ใจกลางเมืองเมื่อสร้างเสร็จสมบูรณ์

 

แนวคิดหลักของงานออกแบบโครงการ 28 Chidlom คือการออกแบบให้เป็น “An Urban Oasis” ใจกลางเมือง ที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียว ซึ่งมีขนาดใหญ่ถึง 2 ใน 3 ของพื้นที่ชั้นล่างทั้งหมดของโครงการ โดยออกแบบให้มีการเชื่อมต่อกันระหว่างพื้นที่สีเขียวทั้งภายนอก และภายในอาคาร (A Series of Courtyard) เพิ่มความรื่นรมย์ให้กับผู้อยู่อาศัยอย่างลงตัว

 

อีกทั้ง ภายในห้องชุดทุกแบบ ถูกออกแบบให้มีเพดานสูงถึง 3.1 เมตร และยังใช้บานกระจกแบบ Full height สูงเต็มถึงฝ้าเพดาน ทำให้ห้องชุดดูโปร่ง รับแสงธรรมชาติ และวิวสวยได้อย่างเต็มตา ส่วนห้องชุดแบบ 2 และ 3 ห้องนอน ได้รับการวางตำแหน่งให้ทุกยูนิตเป็นห้องหัวมุม ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวสูงที่สุดสำหรับผู้อยู่อาศัย

 

อย่างไรก็ตามในปีนี้บริษัทฯตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 16,000 ล้านบาท โดยเป็นยอดขายจากโครงการ 28 Chidlom 3,000 กว่าล้านบาท พร้อมตั้งเป้ารายได้ทะลุ 20,000 ล้านบาท ในปี 2562

 

** prop2morrow โดย คุณวาสนา กลั่นประเสริฐ  เบอร์โทร.02-632-0645 E-mail : was_am999@yaho.com

Comments

comments

Posted on