เปิดทุกมุมมอง PATIO รามอินทรา Premium Town home ติดถนนวัชรพล

Home » รีวิว » Condominium » เปิดทุกมุมมอง PATIO รามอินทรา Premium Town home ติดถนนวัชรพล

เปิดทุกมุมมอง PATIO รามอินทรา Premium Town home ติดถนนวัชรพล

Posted on

PATIO รามอินทรา Premium town home พร้อม Home office ติดถนนใหญ่ ใกล้ทางด่วน รามอินทรา โครงการล่าสุดจากพฤกษา เรียล เอสเตท

22 พฤษภาคม 2560
by สุธาทร สุทธิสนธิ์ (ท้อป)

ว่ากันว่า ความสุขเริ่มต้นที่บ้าน แล้วที่ทำงาน ควรเริ่มต้นที่ไหน ?   เป็นคำถามที่เจ้าของธุรกิจ SME หรือ Startup ไม่ว่าจะยุคไหนมักมีคำถามมาเสมอ  จุดเปลี่ยนของธุรกิจ มักเป็นเรื่องของ เวลา และ การบริหารต้นทุน คงดีไม่น้อยถ้าเราสามารถรักษาสมดุลย์ ของเวลา และ ต้นทุนการทำธุรกิจเข้าด้วยกันได้  ต้นทุนของการหาเช่าออฟฟิศสักหนึ่งแห่งถือว่าสูงพอสมควรถ้าเป็น Office เกรด B หรือ C ในเมือง ตก ตารางเมตรละ 300 – 500 บาท เช่าห้องออฟฟิศ 100 ตรม. แต่ละเดือนก็ ไม่ต่ำกว่า 50,000 บาทเข้าไปแล้ว นี่คือต้นทุนทั้งนั้น ครั้นจะเช่า Co-working space  ตามสมัยนิยม ก็อาจจะไม่ตอบโจทย์ในบางธุรกิจ  หลายคนจึงเริ่มมองหาทาวน์เฮ้าส์ ทำเป็นออฟฟิศ ซึ่ง Function ของบ้าน ก็อาจจะไม่ตอบโจทย์ ของการทำงานอีก    Home office จึงเป็นทางเลือกที่ลงตัวสำหรับท่านที่ต้องการเริ่มธุรกิจจากที่บ้าน

ปัจจัยที่คนเลือก Home office  สำหรับเริ่มธุรกิจ มักจะเป็น

  1. อยู่ในทำเลที่ใกล้แหล่งความเจริญ เดินทางสะดวก  เพราะมีแหล่งการใช้ชีวิตสำหรับตัวเองและพนักงานที่มาทำงาน เพราะคงไม่ค่อยมีพนักงานคนไหนอยากทำงานไกลความเจริญแน่ๆ
  2. Function ของบ้านตอบโจทย์ทั้งในการทำงาน และ พักอาศัย ซึ่งต่างจาก Town house  ทั่วไปที่ออกแบบมาเพื่อพักอาศัย จะปรับเปลี่ยนภายในให้เป็นห้องประชุมหรือ Working space  ก็ค่อนข้างลำบาก  ไหนจะระบบไฟฟ้าและNetwork  ในบ้าน อีก ก็จะยุ่งยากมากทีเดียว
  3. ราคาเหมาะสม   Home office โดยมากจะราคาสูงกว่าทาวน์เฮ้าส์ทั่วไปพอสมควร แต่ก็ไม่ควรสูงจนไม่คุ้มในการลงทุนสำหรับผู้ประกอบการ

พาทิโอ รามอินทรา  พรีเมี่ยม ทาวน์โฮม และ โฮมออฟฟิศ แบบบ้านใหม่จาก พฤกษา เรียล เอสเตท

พาทิโอ เป็นแบรนด์ ทาวน์โฮม ที่สะท้อนความเป็นบ้านแบบ Modern สะท้อนได้จากรูปแบบของบ้านที่คำนึงถึงการใช้ชีวิตภายในบ้านที่ปรับเปลี่ยนไปตาม Lifestyle แบบคนรุ่นใหม่  สำหรับ Patio รามอินทรา โครงการล่าสุดบนถนนวัชระพล ที่เชื่อมต่อเข้าสู่รามอินทรา ได้ในไม่กี่นาที  เป็นโครงการที่นำเสนอผ่านแนวคิด  Line for the harmony  เส้นสายที่ผสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียว เฉกเช่น ถนนทุกเส้นสายมาบรรจบกันที่รามอินทรา ก็ไม่ผิดนัก  ซึ่งด้วยทำเลรามอินทราเป็นเสมือน ถนนเส้นสำคัญที่มีความเจริญมานานดังเราจะเห็นได้ว่าทำเลย่านนี้ เต็มไปด้วยร้านอาหาร , ศูนย์การค้า , หมู่บ้าน อยู่มากมาย

 

Patio รามอินทรา ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่รามอินทรา 65  หรือ ถนนวัชรพล ซึ่งปากซอยรามอินทรา 65 นี้จะเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟฟสายสีชมพู สถานีวัชรพล จากโครงการห่างไปประมาณ 2.5 กิโลเมตร ครับ

จากตัวโครงการสามารถเข้าเมืองได้ง่ายๆ มีจุดขึ้นลงทางด่วนให้เลือกขึ้นทางรามอินทรา-อาจณรงค์  ทั้งจากจุดรามอินทรา และ และสุขาภิบาล5เท่าที่ทดลองวิ่งตอนช่วงบ่ายๆ ใช้เวลาเพียง 20 นาที ถึง คลองเตย และ 30 นาทีถึงสีลม ก็ถือว่าในช่วงเวลากลางวันยังทำเวลาได้ดีหากต้องการติดต่อธุรกิจในเมืองชั้นใน

ข้อดีของโครงการที่ติดถนนใหญ่อย่างวัชรพลคือการจราจรไม่แออัดมากครับ  ยิ่งจุดนี้ใกล้5 แยกวัชรพล และจุดขึ้นลงทางด่วน ก็ช่วยบรรเทาความคับคั่งไปได้มาก

ถนนวัชรพลช่วงหน้าโครงการ เป็นถถน สามเลน สังเกตุง่ายทางเข้าโครงการอยู่ตรงข้ามธนาคารกรุงไทยครับ

นี่คือช่วงเวลากลางวัน การจราจรด้านหน้าโครงการถือว่าไม่ได้แออัดมาก การเดินทางติดต่อธุรกิจถือว่า สะดวกเลยทีเดียว

 

ข้อมูลโครงการ

โครงการ Patio  รามอินทรา นี้ไม่ได้มีแค่ Home Office  เท่านั้น โครงการยังมี Town home  อีก สองแบบ ให้เลือกตามความต้องการและงบประมาณ รูปแบบโครงการก็เป็นหมู่บ้านที่มีพื้นที่ส่วนกลางให้ลูกบ้านและแขกของผู้พักอาศัยได้มีพื้นที่ พักผ่อนหย่อนใจใช้งานร่วมกันได้เต็มที่  เรียกว่า สิ่งอำนวยความสะดวก เพียบพร้อมกว่าโครงการในระดับราคา 3-5 ล้านบาท  เดียวกันทีเดียว

 

สำหรับ Clubhouse  โดยมากเราจะพบในโครงการที่เป็นระดับบ้านเดี่ยว แต่ที่ Patio ก็จัดมาให้ และยังมี ฟิตเนส พร้อมสระว่ายน้ำระบบน้ำเกลืออีกด้วย ซึ่งอยู่ในบริเวณสำนักงานขาย  ซึ่งอนาคตตรงจุดสำนักงานขายก็จะปรับเปลี่ยนเป็น Club house และ ฟิตเนสครับ

สำหรับทางเข้าโครงการ เรียกว่าออกแบบมาเป็นอย่างดี เพราะถนนกว้างถึง 16 เมตร  พร้อมซุ้ม รปภ.ที่คอยดูแลเรื่องความปลอดภัยและ ตรวจสอบคนเข้าออกโครงการ  พร้อมระบบ Access card ที่ช่วยให้ลูกบ้าน เข้าออกโครงการได้รวดเร็วเพียงแตะบัตร ส่วนแขกผู้มาติดต่อก็ติดต่อแลกบัตรกับ รปภ. ปกติ เพราะมีระบบเข้าออกแบบ 2 แยกกันอย่างชัดเจน

เมื่อผ่านซุ้ม รปภเข้ามาก็จะเจอกับบริเวณสวนส่วนกลางของโครงการที่ออกแบบไว้ด้านหน้าโครงการก็เพื่อต้องการให้ทุกคนสัมผัสความร่มรื่นในยามเข้าออกโครงการนั่นเอง  และรอบๆสวนนี้ในอนาคตก็จะเป็นลานจอดรถสำหรับผู้มาติดต่อธุรกิจกับบ้านที่เป็นโซนโฮม ออฟฟิศ ได้อีกด้วย ลดการเบียดเสียดบนถนนหน้าตัวบ้าน แม้ว่าถนนหน้าตัวบ้านจะกว้างถึง 9 เมตรก็ตาม

สำหรับตู้ชั้นวางของ ในแบบบ้านจริงที่ขายจะเป็นฉากผนังเบา ที่สามารถทุบออกไปได้ แล้วบิ้วตู้วางของแบบในบ้านตัวอย่างหรือเปิดโล่งก็ยังได้ โดยไม่กระทบกับโครงสร้างในตัวบ้านครับ

พื้นที่นั่งทำงานร่วมกัน

Pantry ทำหรับเตรียมอาหารเล็กๆน้อยๆในตัวบ้าน ตรงนี้จะเหมาะสำหรับไว้อุ่นอาหาร, ชงเครื่องดื่ม และล้างแก้วเล็กๆน้อยๆมากกว่าทำอาหารจริงจังครับ   ถัดเข้าไปด้านในก็จะเป็นห้องน้ำชั้นล่างสำหรับพนักงานและแขกที่มาพบใช้ได้ครับ

ที่ผมชอบคือ พื้นที่ด้านหลังบ้าน ซึ่งส่วนมากเรามักจะต้องต่อเติมกันอยู่แล้วไม่ว่า จะเป็นครัวนอกไว้ประกอบอาหารประเภทมีกลิ่นและควัน หรือลานซักล้าง ทางโครงการก็ลงเสาเข็มมาให้เรียบร้อย ไว้รองรับการต่อเติมให้เลย จุดนี้ก็ถือว่าช่วยลดเรื่องยุ่งยากและค่าใช้จ่ายไปได้เยอะหากคิดจะต่อเติม

ผิวหน้าพื้นบันไดเป็นไม้ครับ และโครงบันไดเป็นคอนกรีตหล่อซึ่งข้อดีคือนอกจากจะรับน้ำหนักได้ดี ยังมีความมั่นคงและเสียงไม่ดังครับเวลาเดิน ส่วนตัวผมไม่ชอบโครงเหล็กแบบในบางโครงการที่ใช้ทำบันไดอยู่แล้ว มีความยวบๆเดินแล้วแอบเสียว ถ้าเป็นโครงหล่อคอนกรีตแบบนี้ผ่านเลยครับ

The Master ชั้น 2

ขึ้นมาบริเวณชั้น 2  ก็จะเป็นโซนทำงาน , ห้องประชุม และมุมพักผ่อนครับ

โซนทำงานหน้าบันได ทางโครงการจัดชุดโต๊ะทำงาน 2 ที่นั่งซึ่งกำลังดีครับ ไม่แน่น จนหลังชนกันมากเกินไป

เป็นอีกจุดนึงที่ชอบคือตัวบ้านโครงการคิดเผื่อเรื่องการใช้งาน ระบบต่างๆภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น Home Network  ระบบพวก Internet   หรือ  ปลั๊กไฟบนเพดาน ซึ่งตอบโจทย์ไม่ว่าจะเป็น Home office ที่ต้องติดตั้ง ระบบ Router wifi หรือ  IP Camera ไว้สอดส่องความปลอดภัย ก็ทำได้เลยทันที ไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายยุ่งยากทำเพิ่ม  ซึ่งพวกระบบพวกนี้ แม้แต่คนที่ซื้ออยู่อาศัยทั่วไปก็เป็นที่ต้องการเหมือนกัน ผมเริ่มเห็นหลายบ้านติดตั้งระบบ Smart home  รวมถึงพวก IP Camera ไว้คอยดูสมาชิกในบ้านที่สูงอายุ หรือ เด็กๆในบ้าน และแม้แต่ดูสัตว์เลี้ยง  จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า บ้านยุคใหม่ ระบบพวกนี้สำคัญมาก  และที่ PATIO รามอินทรา ก็เข้าใจและจัดเตรียมไว้เรียบร้อย

ที่ชั้น   2 นี้ก็ยังมีห้องอีกสองห้อง แต่โครงการทุบผนังต่อเติมรวมเป็นห้องประชุมใหญ่ หรือใช้เป็นห้องทำงานรวมได้เลย

เติมผนังเป็นชั้นวางของวางหนังสือเข้าไปได้ทั้งประโยชน์ใช้สอยและ Mood and Tone ที่เหมาะกับการสร้าง productivity

An imageที่ห้องน้ำบริเวณชั้น 2 นี้มี Shower เพิ่มเข้ามาให้ด้วย

An image บริเวณชั้น 2 เราสามารถติดตั้งประตูสไลด์ 3  ตอน แบบตัวอย่างเข้าไปได้หากต้องการแบ่งพื้นที่ให้เป็นส่วนตัวมากขึ้น

โครงการจัดเป็นพื้นที่ห้องนั่งเล่นหรือห้องพักผ่อนที่แยกออกจากโซนพื้นที่ทำงาน เพื่อให้ไม่รบกวนกัน  ด้วยพื้นที่ภายในบ้านที่มี ไม่ต่ำกว่า 150 ตรม. พื้นที่ในบ้านจึงปรับเปลี่ยนให้ใช้งานได้ตาม Function การใช้งานที่เราต้องการได้ ซึ่งหากเราต้องการเปิดโล่งชั้น 2 ให้เป็น โซนทำงานแบบเต็มที่เลยก็ยังทำได้สบายๆ

ห้องนั่งเล่นที่ชั้น 2 ถ้าจัดเป็น โซฟาเข้ามุม ก็จะได้พื้นที่ Living area ที่รองรับสมาชิกได้ หลายคนทีเดียว

ระยะจากโซฟาถึงผนังที่ติดตั้งทีวี ค่อนข้างไกลครับ ติดตั้งทีวี 55-60 นิ้วขึ้นไปจะสบายตาเลยทีเดียว

Master ชั้น 3

แบบบ้าน Master  เป็นแบบบ้าน Home Office จึงมีพื้นที่ทำงานและพื้นที่พักอาศัย ร่วมกันอย่างลงตัว ซึ่งในบริเวณชั้น 3 จะเป็นห้องนอน 2 ห้อง ที่ให้เจ้าของบ้านใช้ พื้นที่ส่วนตัว พักผ่อนได้เต็มที่

ขึ้นบันไดมาที่ชั้น 3  จะพบกับห้องนอน 2 ห้อง ที่ขนาดใหญ่ พื้นที่ใช้สอยครบเต็มๆ

Master Bedroom 1  จัดเตียงแบบ 5ฟุตครึ่ง มาให้ดู ก็ยังเหลือพื้นที่ใช้สอยด้านข้าง วางโต๊ะหัวเตียงได้สบายๆ สำหรับห้องนี้ได้ตำแหน่งที่อยู่ฝั่งหน้าตัวบ้าน จึงมีประตูกระจกเปิดโล่งรับแสงด้านหน้าได้เต็มๆ ด้านผนังปลายเตียงสามารถติด TV เพิ่มเพื่อนอนดูหนังจากบนเตียงเลยก็ได้

ถ้าจะให้คุ้มพื้นที่ใช้สอย บิ้วชั้นวางของเพิ่มแบบบ้านตัวอย่างนี่ก็จะได้พื้นที่ในห้องไว้เก็บของใช้ส่วนตัวได้พอสมควรเลยครับเพราะถ้าเราใช้บ้านเป็นออฟฟิศก็คงไม่เหมาะที่จะเอาของส่วนตัวไปเก็บไว้พื้นที่ชั้นล่างๆ

ความเท่ห์ของห้องนี้คือแบ่งโซนเป็น Walk in closet เข้าไปด้วย เพราะมีพื้นที่เยอะจริงๆครับ เชื่อว่าตอบโจทย์ของการพักอาศัยของคนที่มีเสื้อผ้าเยอะๆแน่นอน

สำหรับห้องน้ำภายในห้องนอนนี้ ถือว่ากว้างและให้ครบครับ

อ้างล่างหน้าแบบแขวนพร้อมตู้ปิดให้เรียบร้อย ผมชอบตรงที่อ่างกว้างครับ แบบนี้ไม่เปรอะเปียกเลอะพื้นง่ายแน่นอน และยังมีพื้นที่วางของใช้ได้เต็มที่

ส่วนของ Shower มีการติดตั้ง Shower box พร้อมเดินระบบไฟฟ้าไว้ให้เรียบร้อยถ้าใครจะติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นก็เดินสายได้ทันที ยังเพิ่ม Rain shower มาพร้อมฝักบัวให้อีกครบครับ อย่างที่บอก

สุขภัณฑ์เป็นของ Kohler  ครับ

สำหรับห้องนอนที่ 2 ก็ไม่เรียกว่าเป็นห้องนอนเล็กนะครับ เพราะพื้นที่กว้างเหมือนกัน วางเตียงแบบ 5.5 ฟุต แล้วพื้นที่เหลืออีกเยอะเลย  ด้านข้างเตียงเลยยังสามารถ  บิ้วอินตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งสำหรับนั่งแต่งหน้าแต่งตัวได้สบายๆ

ช่องหน้าต่างหัวเตียง ช่วยเพิ่มแสงสว่างภายในห้อง

พื้นที่ปลายเตียง เหลือประมาณ 1 เมตร เดินได้สบายๆ ภายในห้องนี้มีห้องน้ำในตัว ทำให้ผู้พักอาศัยมีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น สำหรับสเป็คห้องน้ำ เหมือนกับในอีกห้องนอนครับ

แบบบ้าน Grande 

แบบบ้าน Grande  ความหมายของคำว่า Grande เป็นรากศัพท์มาจากอิตาเลี่ยน แปลว่า โอ่อ่า , ภูมิฐาน นี่คือสิ่งที่แบบบ้าน Grande ถูกออกแบบมาเพื่อมีพื้นที่ใช้สอยมาก กว่า ทาวน์เฮ้าส์ทั่วไป รวมๆแล้วพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้าน มากกว่า 185 ตรม.เลยทีเดียว

ด้วยพื้นที่หน้าบ้านกว้างถึง 5.65 เมตร จึงสามารถจอดรถได้ 2 คันสบายๆ  พื้นที่ชั้นล่างของบ้านสามารถให้ทุกคนในบ้านใช้เป็นพื้นที่ พักผ่อนได้อย่างเต็มพื้นที่  สำหรับชั้นที่ 2 ก็จัดเป็นห้องนอนของเด็กๆได้ถึง 2 ห้อง หรือจัดทุบผนังรวมเป็นห้องใหญ่ก็ยังได้  และยังมีพื้นที่อเนกประสงค์ จัดเป็นห้องนอนแขก หรือ ห้องทำงานอ่านหนังสือ ได้อีก 1 ห้อง  ส่วนชั้น 3  เป็นห้องนอนใหญ่เต็มพื้นที่ เสมือนมี Penthouse ส่วนตัวในบ้านเลยทีเดียว

บ้านตัวอย่างแบบ Grande

พื้นที่ชั้นล่างอย่างที่บอกครับมันถูกออกแบบมาเพื่อทุกคนในครอบครัวใช้เวลาร่วมกัน เมื่อเข้ามาจึงเป็นห้องดูทีวี นั่งเล่น ของทุกคนในบ้าน รวมถึงใช้รับรองแขกที่มาเยี่ยมบ้านได้ด้วย

ขยับเข้ามาด้านในเป็น Dining area  ที่จัดโต๊ะรับประทานอาหารไว้ 6 ที่นั่ง  เชื่อว่าบ้าน Size ขนาดนี้ รองรับสมาชิกได้ถึง 6 คนสบายๆอยู่  ในบริเวณนี้ยังมีครัวใน

ที่รองรับการประกอบอาหารและจัดเตรียมอาหาร,เครื่องดื่มไปพร้อมกันได้ด้วย  ก็สะดวกลงตัวเพราะสามารถยกมาวางบนโต๊ะรับประทานอาหารได้ทันที ไปต้องคอยเปิด-ปิด ประตูครัวด้านหลัง

ถึงแม้จะเป็นครัวใน แต่ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่น – เรื่องควันมากนัก  เพราะตรงนี้มีบานกระจกหน้าต่าง  ช่วยเปิดเพื่อระบายกลิ่น ระบายลมได้ และถ้าเราติดตั้งเครื่องดูดควันดีๆเพิ่ม ก็จะช่วยไปได้มาก ถ้าไม่ทำอาหารที่มีควันเยอะจริงๆอย่างผัดผักบุ้งไฟแดง  เท่านี้เอาอยู่ครับ

ห้องเก็บของใต้บันได ช่วยเก็บของหรืออุปกรณ์ที่ไม่ค่อยได้ใช้ประจำอย่างพวกขวดน้ำยาทำความสะอาด หรือ Stock สินค้าที่ซื้อมาเก็บสำรองไว้ ได้

ด้านหลังบ้านถ้าไม่ได้ต่อเติมเป็นครัวนอกเพิ่มเติม ก็อาจจะทำเป็นลานซักล้าง หรือ ห้องอเนกประสงค์เพิ่มเติมได้ โครงการมีการลงเสาเข็มไว้ให้เรียบร้อย รองรับการต่อเติมได้ทันที

ขึ้นบันไดมาที่ชั้น 2 จะพบกับห้องน้ำ และ ห้องนอนไซส์เล็ก 2 ห้อง ซึ่งผนังกั้นห้องเราสามารถทุบเพื่อขยายรวมเป็นห้องเดียวได้ ถ้าบ้านเราไม่มีเด็ก หรือสมาชิกมากกว่า 3 คน

ห้องนอนเล็ก ห้องแรกโครงการแต่งเป็นห้องนอนของลูกสาวครับ  Mood ออกแนวหวานๆ จะว่าไปมันก็ไม่ได้เล็กมากนะครับ วางเตียง 5 ฟุตได้ สบายๆ  ยังมีพื้นที่เหลือๆวาง Daybed หรือจริงๆวางโต๊ะเขียนหนังสือเข้าไปก็ยังได้  อีกฝั่งของเตียง โครงการ บิ้วอิน ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง ไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง

 

ห้องนอนเล็กห้องที่ 2 ตกแต่งไว้เป็นห้องนอนสำหรับลูกชายครับ วางฐานเตียงแบบ Multi – Function ไว้เท่ห์ๆ พร้อมโต๊ะเขียนหนังสือแบบพับเก็บได้ ขยายพื้นที่ใช้สอยในห้องนอน ได้อีกด้วย

ทั้ง 2 ห้องนี้อยู่ทางทิศหน้าบ้าน จึงมีกระจกห้องบานใหญ่ไว้รับแสง ดูโปร่งโล่งเข้าไปอีก

พื้นที่กลางบ้านชั้น 2  ตรงนี้ เป็นห้องอนเกประสงค์ จะจัดเป็นห้องอ่านหนังสือ , นั่งทำงาน จัดเป็นห้องพระก็ได้สบายๆ ที่บ้านตัวอย่างจัดเป็นห้องนั่งเล่นและใช้เป็นห้องนั่งทำงานไปด้วย

 GRANDE  ชั้น 3   Master Bedroom

ขึ้นบันไดมาถึงชั้น 3 ก็พบกับที่สุดของห้อง Master Bedroom ที่เหมือนเป็น Penthouse ขนาดย่อมๆในบ้าน เพราะชั้น3 นี้ทั้งชั้นถูกจัดวางอออกแบบมาให้เป็น ห้องเดียวทั้งชั้น  ภายในห้องจึงมีพื้นที่ใช้สอยแบบเหลือเฟือ คุณสามารถวางเตียงนอนขนานใหญ่ได้เท่าที่คุณพอใจ ก็ยังมีพื้นที่เหลือๆ

ปลายเตียงสามารถติดตั้ง ทีวีขนาด 55- 60 นิ้วได้อย่างสบาย เพราะระยะจากเตียงไปถึงทีวีไกลพอสมควรทีเดียว  และห้องนี้ก็ได้กระจกแบบเต็มบาน รับแสงสว่างยามเช้าได้เต็มที่

อีกฝั่งของห้องสามารถทำเป็นมุมนั่งทำงาน พร้อมวาง Daybed ไว้นอนเล่น อ่านหนังสือระหว่างวันไปได้ด้วย  ไม่ต้องไปกวนกับสมาชิกคนอื่นๆในบ้านที่ชั้นล่างๆ

Walk-in Closet และ ชั้นวางของใช้เครื่องแต่งกาย สามารถบิ้วอินได้อย่างเต็มที่ไปตามแนวผนังของบ้าน ในโซนนี้เชื่อมต่อกับห้องน้ำและห้องอาบน้ำ จึงสะดวกมากขึ้นเมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วออกมาก็เลือกเสื้อผ้า แต่งตัวได้ทันที  สำหรับสเป็คภายในห้องน้ำ ก็เหมือนกับในห้อง Master Bedroom ของบ้านแบบ MASTER  ครับ

จริงๆโครงการยังมีแบบบ้านแบบเล็กสุดอีก 1 แบบคือบ้านแบบ Metro ครับ ซึ่งสเป็คของวัสดุไม่ต่างกันมาก ต่างกันที่ Function และขนาดพื้นที่ใช้สอยบ้างเล็กน้อย  แนะนำว่าถ้ามีโอกาสแวะไปชมด้วยตัวคุณเองดีกว่าครับ

สรุป

โครงการ PATIO รามอินทรา Premium Townhome นี้เหมาะกับใครล่ะ ?   ด้วยสินค้าระดับราคา 3-5 ล้าน นี้ ในโซนรามอินทราก็พอมีให้เลือกพอสมควร แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ Patio โดดเด่นก็คือรูปแบบโครงการที่ ครบ ตอบโจทย์ของการใช้ชีวิตในบ้าน ของคนหลายๆกลุ่ม

  1. กลุ่มที่ซื้ออยู่อาศัยเอง ก็สะดวก เพราะติดถนนใหญ่ ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนถึง 2 จุด และ ใกล้แหล่งการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์  ภายในโครงการก็มีพื้นที่ส่วนกลางมากมาย ตามแบบของมาตรฐานโครงการบ้านสมัยใหม่ ทั้งระบบรักษาความปลอดภัยสูงจาก Double security gate ที่แยกอยู่อาศัยกับผู้มาติดต่อโครงการ และ รปภ.ตลอด 24 ชั่วโมง และ CCTV รอบโครงการ   อีกทั้ง Clubhouse สระว่ายน้ำ , ฟิตเนส ที่ไม่ค่อยพบในโครงการ Townhome ทั่วไปมากนัก แต่ที่ Patio  มีให้  รวมถึงพื้นที่สวนสาธารณะ กว่า 1 ไร่ ให้สมาชิกในหมู่บ้านได้ใช้พักผ่อนร่วมกัน
  2. กลุ่มประกอบธุรกิจ SME  ด้วยบ้านแบบ MASTER  Premium Home Office  ก็มี Function ต่างๆในบ้านที่ ปรับเปลี่ยนให้เป็น Office ได้สมบูรณ์แบบ ทั้งพื้นที่ Co-working space , ห้อง Store เก็บสินค้าหรือเอกสาร , ห้องประชุม , พื้นที่รับรองแขก  และส่วนพักอาศัยที่เป็นสัดส่วนลงตัวภายในตัวบ้าน ระบบไฟและระบบ Home network  ที่ถูกติดตั้งมาให้เรียบร้อยรองรับการใช้ทำงานได้ทันที  รวมถึงพื้นที่จอดรถของลูกค้าภายในหมู่บ้านก็ถูกจัดเตรียมไว้อย่างมากมายลงตัว   อีกทั้งทำเลโครงการก็สะดวกเพราะติดถนนใหญ่ ใกล้ทางด่วนให้เดินทางติดต่อธุรกิจในเมืองได้โดยใช้เวลาไม่นาน

โครงการ PATIO รามอินทรา เริ่มต้น 4.89 ล้าน บาท แต่ได้ Premium Townhome 3 ชั้นด้วยรูปแบบโครงการที่ทันสมัย ทำเลติดถนนใหญ่ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการที่ครบถ้วน  ถ้าคุณเป็นคนที่กำลังหาบ้านพักอาศัยให้ครอบครัว หรืออยากได้ Home Office ที่มีความครบปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการการใช้งาน PATIO รามอินทราตัวนี้ ควรแวะเข้ามาดูครับ  และที่สำคัญ โครงการใกล้ Presale ในวันที่ 27-28 พฤษภาคม นี้แล้ว พร้อม โปรโมชั่น บ้าน ยูนิตพิเศษ 3.99 ล้านบาท สำหรับผมถ้าได้ราคานี้ถือว่าคุ้มค่ามากๆ   ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสาร และไปพบกันในวัน Presale ครับ

ลงทะเบียนได้ที่   http://patio.pruksa.com/pre-sale/475-NewProject-Ramintra

หรือ โทร 1739  โครงการโดย พฤกษา เรียลเอสเตท

Comments

comments