จีนซื้ออสังหาฯไทยติดอันดับ3เอเชียรวมเม็ดเงิน2.4หมื่นล.

Home » ข่าว » จีนซื้ออสังหาฯไทยติดอันดับ3เอเชียรวมเม็ดเงิน2.4หมื่นล.

An image

ไป่ตู้ ประเทศไทย เผยปี59 จีนครองแชมป์ซื้ออสังหาฯไทย อันดับ1 ระบุเน้นเพื่อลงทุนมากถึง 51.8% ติดอันดับ 1 ใน10 ของโลก และอันดับ 3 ในเอเชีย เหตุผลจูงใจคือราคาที่ดินในไทยถูกกว่าจีนถึง 20% มั่นใจแม้เปลี่ยนมือยังทำราคาได้ดี รวมเม็ดเงินลงทุนในไทยกว่า 24,000 ล้านบาท มากเป็นอันดับ 2 รองจากญี่ปุ่น คาดปี60โตต่อเนื่องแตะ30% แนะผู้ประกอบการใครไวเข้าถึงลูกค้าได้เร็ว

 

นางสาวพัชรพร สิริทรัพย์วงศ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด และประชาสัมพันธ์  บริษัท ไป่ตู้ ประเทศไทย จำกัด ผู้ให้บริการด้านโปรแกรมช่วยการสืบค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต ผ่านบริการ “ไป่ตู้แอสเซส”เปิดเผยว่าเนื่องจากในปี2559 ที่ผ่านมาอสังหาริมทรัพย์ไทย มียอดการซื้อขายโดยชาวจีน สูงเป็นอันดับ 1 แบ่งเป็นการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 51.8%  อันดับที่ 2 ซื้อเพื่ออยู่อาศัย 38.8% และอันดับที่ 3 ซื้อเพื่อรองรับการย้ายที่อยู่อาศัย 7.8 % ทั้งนี้ชาวจีนที่มีความสนใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ยังติดอันดับ1 ใน 10 ของโลก และเป็นอันดับที่ 3 ในเอเชียรองจาก ญี่ปุ่น และมาเลเซีย อีกด้วย

 

โดยทางไป่ตู้ ได้วิเคราะห์การซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนของชาวจีน พบว่ามีความเคลื่อนไหวด้านการลงทุนเป็นที่น่าจับตามอง เนื่องจากที่ดินในประเทศจีนมีราคาที่สูงกว่าที่ดินในประเทศไทยประมาณ 20% อีกทั้งอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยมีอัตราการเติบโต และมีการแข่งขันสูง ทำให้ชาวจีนจำนวนมากเลือกที่จะเข้ามาลงทุนกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยมากกว่าประเทศอื่นในเอเชีย โดยเชื่อว่า ระดับราคาของอสังหาริมทรัพย์มีผลต่อการขายต่อ การเปลี่ยนมือ และการทำกำไร โดยนักลงทุนชาวจีนมักจะเลือกช่องทางการซื้ออสังหาริมทรัพย์ผ่านนายหน้า นอกจากนี้ประเทศไทยยังเป็นที่น่าจับตาในปัจจัยทางด้านการลงทุนจากชาวจีน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีผู้ประกอบการจากประเทศจีนลงทุนด้านฐานการผลิตที่ประเทศไทยจำนวนมาก โดยในปี 2559 มีเงินลงทุนจากชาวจีนที่เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยกว่า 24,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นเม็ดเงินการลงทุนที่มากเป็นอันดับ 2 รองจากประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีการคาดการณ์อีกว่าจะมีอัตราการเติบโตอีกราว 30% ในปี 2560

 

ไป่ตู้ ฯแนะนำผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ให้ศึกษาพฤติกรรมลูกค้าชาวจีน เพื่อการรองรับการขยายตัวของธุรกิจอสังหาฯ ในประเทศไทยต่อไป นอกจากนี้แล้วการให้ข้อมูลที่ถูกต้องหรือการโฆษณาเพื่อสร้างการจดจำและความน่าเชื่อถือที่ดีของลูกค้าชาวจีนที่มีต่อการลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์ในไทยนั้น   สามารถทำได้หลากหลายช่องทาง  เพราะในปัจจุบันการสื่อสารทางออนไลน์  มีความเร็วและง่ายที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ความท้าทายอยู่มุมมองและข้อมูลที่นำเสนอว่าของใครจะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เร็วกว่ากัน และสามารถสร้างการจดจำและความน่าเชื่อถือให้ได้สูงสุด

Comments

comments

Posted on