ตีแผ่กลยุทธปั้นแบรนด์ ORIGIN สู่การเป็น ที่1

Home » บทความ » ตีแผ่กลยุทธปั้นแบรนด์ ORIGIN สู่การเป็น ที่1

ก็แค่ใช้ดารา ไม่เห็นจะมีอะไรพิเศษเลย!!!!  เชื่อว่าประโยคนี้คงอยู่ในความคิดหลายต่อหลายคนสักประมาณ1 เดือนที่ผ่านมา เราได้เห็นการแถลงข่าวและปูพรมลงสื่อโฆษณาในหลายต่อหลายสื่อของ ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้  จำกัด(มหาชน)  กับภาพของ ณเดชน์ คูกิมิยะ ยืนทำมือตัวโอ สัญลักษณ์ของแบรนด์ออริจิ้น

กลยุทธ์ การใช้ดาราหรือ Celebrity Marketing  ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือใหม่ หลายคนบอกว่ามันเก่าไปเสียด้วยซ้ำ เพราะดารากับการโฆษณาสินค้ามันมีมาตั้งแต่หลายสิบปีก่อน แต่จนถึงวันนี้ก็ยังคงได้รับความนิยม แม้จะต้องลงทุนมหาศาล อย่าง Campaign “My Life My ORIGIN” ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้เองก็ทุ่มเงินลงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งมากกว่า ทุนในจดทะเบียนในการก่อตั้งบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ครั้งแรก ที่ 10 ล้านบาท เมื่อ 8 ปีที่ผ่านมานี่เอง

เมื่อประมาณปี 2552  ครอบครัวจรูญเอก โดยพี่โด่ง หรือคุณพีระพงศ์ จรูญเอกและคุณอารดา จรูญเอก ก่อตั้งธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เล็กๆที่เกิดจากความรัก ที่ชื่อว่า ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ด้วยทุนจดทะเบียนเพียง 10 ล้านบาท และเริ่มโครงการแรก Sense of London สุขุมวิท 109 ในปีถัดมา นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของบริษัทฯและเรียกได้ว่ายึดโซนแบริ่ง , ลาซาล ไว้เป็นทำเลหลักของการพัฒนาโครงการต่อๆไป ในขณะที่ Developer รายกลางถึงรายใหญ่ ในสมัยนั้นเริ่มเจาะทำโครงการในเมืองแนวรถไฟฟ้า หรือ วิ่งออกไปตามหัวเมืองต่างจังหวัดซึ่งวันนี้บาดเจ็บไปตามๆกัน แต่ ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ มองว่าเมื่อตัวเองยังไม่ใหญ่ ก็ไม่ควรบุกในตลาด Red Ocean  ในทุกๆ โซนของเมือง มักจะมี CBD ในทำเลป็นของตัวเอง นี่คือกลยุทธ์ ในการหา Blue Ocean ในแบบของออริจิ้นฯ  จนประสบความสำเร็จและเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯได้เมื่อ 7 ตุลาคม 2558 ที่ผ่านมา ซึ่งหลักจากเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ได้เติบโตขึ้นอีกอย่างรวดเร็วจนเราได้เห็นพัฒนาการทั้งทางด้าน Product ที่ดีขึ้น , บริการเสริมหลังการขายที่ส่งเสริมความมั่นใจให้ลูกค้าดียิ่งขึ้นๆไป  และการดึง Partner ใหม่ๆมาร่วมทีม เราจึงได้เห็นออริจิ้น เปิดน่านน้ำใหม่ๆ บนทำเลที่หลุดออกจากโซนแบริ่งบางนา ซึ่งในกลางปีนี้ เราได้เห็น ออริจิ้น เปิดตัว พร้อมกัน 4 ทำเล อย่าง

1. ไนท์บริดจ์ พหลโยธิน-อินเตอร์เชนจ์ (Knightsbridge Phaholyothin-Interchange) ทางกรุงเทพโซนเหนือ ที่รวมมือกับ One real estate   2.นอตติ้ง ฮิลล์ สกายสแครปเปอร์ @ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ ที่ได้มือดีอย่าง “ยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์” นักปั้นแบรนด์อสังหาฯ มือทอง ภายใต้ คอนเซ็ป Reach new high  3.นอตติ้ง ฮิลล์ สุขุมวิท 105 เฟส 2  หลัง Phase แรกกวาดยอดขายไปได้อย่างท่วมท้น 4.เคนซิงตัน สุขุมวิท- เทพารักษ์  โครงการ High Rise ที่สูงที่สุดบนถนนเทพารักษ์ ติดสถานทีรถไฟฟ้า 0 เมตรแต่ขายในราคาโครงการแบบ Low rise  ซึ่งทั้งหมดจะเปิดวีไอพี พรีเซลพร้อมกัน 17 มิ.ย. นี้   รวมถึงการซื้อหุ้นPark24 จาก พราว เรียลเอสเตท ซึ่งเป็นโครงการอสังหาฯที่มีมูลค่าสูงสุดในประเทศไทยมากกว่า 17,000 ล้านบาท ซึ่งทำให้ ออริจิ้น เจาะเข้าสู้ตลาด Red Ocean กลางใจเมืองร่วมกับ Partner อย่างสวยงาม”


ออริจิ้นฯ ในวันนี้เหมือนก้าวผ่านจากช่วงวัยรุ่นสู่ความเป็นหนุ่มเนื้อหอมอย่างเต็มตัว ด้วย Brand Character ที่ Humble  หรือมีความเรียบง่าย อ่อนน้อมถ่อมตน ซึ่งเห็นภาพสะท้อนได้จากโครงการในทุกๆแบรนด์ของออริจิ้น ที่ยังคงความ Premium Affordable  ที่หรูหรา ในราคาจับต้องได้เป็นมิตรกับทุกๆ เพราะออริจิ้นมีความเชื่อว่า ทุกคนล้วนมีเอกษณ์ในตัวตน ในพื้นถิ่นของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องทำสินค้าให้เหมือนใคร หรือแห่ไปตามกระแสของสังคม ถ้าใครเคยได้เข้าไปชมสำนักงานขายหรือโครงการของออริจิ้นที่แล้วเสร็จคงสัมผัสได้ถึงความรู้สึกนี้ได้เป็นอย่างดี

ออริจิ้นเป็นหนึ่งตัวอย่างของบริษัทที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดอย่างเห็นได้ชัด หลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไม่ใช่แค่ในเรื่องราคาหุ้นบนกระดาน แต่รวมถึงความมั่นคงและแข็งแรงของผลประกอบการของการดำเนินงานด้วย ซึ่งต้องชื่นชมทีมงานและทีมบริหารที่ทำงานกันอย่างหนักในการเสริมธุรกิจใหม่ๆ บริการใหม่ๆให้โดนใจลูกค้าอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็น บริการ Property Management ที่ช่วยดูแลบริหารโครงการหลังการการ ,  บริการ Agent เซอร์วิส  ที่ช่วยกลุ่มลูกค้าซื้อ- ขาย ฝากปล่อยเช่า ,

และปีนี้เปิดตัว บริการ Digital Butler ที่มีความร่วมมือกับกลุ่มนักพัฒนา Tech startup รุ่นใหม่ๆ เพื่อตอบสนอง Lifestyle กลุ่มลูกค้าสมัยใหม่ที่ใช้ชีวิตทันสมัย แม้จะมองได้ว่านี่มันคือ Trend ที่หลายๆบริษัทก็ทำกัน แต่ก็ทำให้เห็นได้ว่า วิสัยทัศน์ในการเพิ่มมูลค่าของโครงการ โดยการนำ Trend และ Customer Insight มาวิเคราะห์ และพัฒนาต่อยอด ช่วยสร้าง Value ให้กับลูกค้าต่อไปในระยะยาว ไม่ได้จบกับลูกค้าในวันที่ลูกค้าเซ็นต์ชื่อรับโอนโครงการ

หลายคนตั้งคำถามว่า ทำไมต้อง ณเดชน์ อีกแล้ว ไม่รู้จะเอาใครใช่มั้ยถึงต้อง ณเดชน์ ?

แม้ว่า ณเดชน์ คูกิมิยะ  จะไม่ใช่ Presenter  สินค้าที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ ครั้งแรก เมื่อประมาณ2ปีก่อนนี้ อาจจะผ่านตามาบ้างกับหนังโฆษณาแบบมินิ ซีรี่ โครงการอสังหาฯรายหนึ่งที่ ณเดชน์แสดงคู่กับนางเอกคู่ขวัญคือญาญ่า ญาญ่า อุรัสยา และ ณเดชน์ ก็ยังคงเป็น Presenter ให้กับ Brand สินค้ามากมายในตอนนี้  จนหลายคนตั้งคำถามว่า ทำไมต้องเป็น ณเดชน์ ?

ที่ต้องเป็น ณเดชน์ ไม่ใช่เพราะแค่ความฮอตของพระเอกหนุ่มคนนี้เท่านั้น แต่บุคลิกตัวตนของ ณเดชน์ คือสิ่งสำคัญที่สะท้อนภาพลักษณ์ บุคลิกของออริจิ้นฯ ออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ  ณเดชน์ เริ่มต้นของหนุ่มน้อยธรรมดาๆมาจากต่างจังหวัด มีความน่ารัก เป็นกันเองกับทุกๆคน  ติดดินก็ยังดูดี แต่งหรูก็มีความสมาร์ท เช่นเดียวกับบุคลิกของแบรนด์ ออริจิ้น พร็พเพอร์ตี้ ที่มีความเป็นกันเอง ใครๆก็จับต้องได้ มีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง และในวันหนึ่งก็พร้อมขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งในวงการเหมือนกับ ณเดชน์ คูกิมิยะ ในวันนี้เช่นเดียวกัน

ฟังดูแล้วนี่ไม่ใช่เรื่องเหนือความจริงมากไปแต่อย่างไร จากผลการดำเนินงานตั้งแต่ ORI หรือ อิริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เข้าตลาดหลักทรัพย์ ตั้งแต่ 7 ตุลาคม 2015 เราได้เห็นการก้าวกระโดดของการเติบโตทางธุรกิจและเป็นหุ้นอสังหาฯในดวงใจใครหลายๆคน รวมถึงลูกค้าที่มีความฝันอยากที่จะมีคอนโดมิเนียมสักห้องเป็นของตัวเอง ออริจิ้นในวันนี้พร้อมที่จะก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งของผู้พัฒนาคอนโดมิเนียมในระดับราคา 1-3 ล้าน ในตลาด ด้วยกลยุทธ์การจับมือกับ Partner ใหม่ๆที่มีประสบการณ์การันตี และ พัฒนาสินค้าและบริการเพิ่มมูลค่าให้กับผู้บริโภคเพื่อครองในลูกค้าทุกคน และเตรียมตัวพบกับ VIP Presale พร้อมกัน 4 โครงการ  17 มิ.ย. นี้ที่ สำนักงานขายโครงการ ลงทะเบียนรับสิทธิ์พิเศษได้ที่ https://goo.gl/KZUoHK

Comments

comments

Posted on