“คาร์ลตัน แบงคอก ฯ”ทุ่ม2.5 พันล้านบาทซื้อโครงการเอส 27 จากPRINC

Home » ข่าว » ข่าวธุรกิจอสังหาฯ » “คาร์ลตัน แบงคอก ฯ”ทุ่ม2.5 พันล้านบาทซื้อโครงการเอส 27 จากPRINC

ทุนสิงคโปร์ “คาร์ลตัน แบงคอก ฯ”ทุ่ม2.5 พันล้านบาทเข้าซื้อโครงการเอส 27 อาคารสร้างค้างหัวมุมถนนปากซอยสุขุมวิท 27 ซึ่งเดิมเป็นของ PRINC

 

เอส 27 หนึ่งในโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใจกลางกรุงเทพฯ ที่หยุดการก่อสร้างค้างไว้หลังเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจเมื่อหลายปีก่อนหน้า ได้ถูกเปลี่ยนมือแล้วเมื่อไม่นานมานี้ และคาดว่าเจ้าของใหม่จะเริ่มก่อสร้างต่อในเร็วๆ นี้

 

ตามหนังสือถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ลงวันที่ 13 พฤษภาคม 2560 บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) PRINCได้แจ้งมติคณะกรรมการของบริษัทฯ ในการอนุมัติให้บริษัทย่อย คือ บริษัท กรุงเทพบริหาร จำกัด ดำเนินการขายอสังหาริมทรัพย์ริมถนนสุขุมวิท ประกอบด้วยที่ดิน 2 แปลงเนื้อที่กว่า 2 ไร่( 1.034.3) พร้อมอาคารสูง 34 ชั้น ชั้นลอย 2 ชั้น ใช้ใต้ดิน1 และที่จอดรถพร้อมใบอนุญาตก่อสร้างเลขที่ 42/2559 ให้กับผู้ซื้อ คือ คาร์ลตัน แบงคอก อินเวสท์เมนท์ พีทีอี. แอลทีดี บริษัทลูกของกลุ่มโรงแรมคาร์ลตันจากสิงคโปร์ ในวงเงินรวมทั้งสิ้น 2,500 ล้านบาท โดยมีบริษัทย่อยของผู้ซื้อ คือ บริษัท คาร์ลตัน โฮเทล แบงคอก จำกัด เป็นผู้รับโอน

 

ทั้งนี้ การขายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวมีบริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือเจแอลแอล เป็นตัวแทนพริ้นซิเพิล แคปิตอล ในการจัดหาผู้ซื้อ และธุรกรรมการซื้อขายได้ดำเนินการเสร็จสมบูรณ์เมื่อช่วงสิ้นเดือนที่ผ่านมา

 

อสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวตั้งอยู่หัวมุมถนนปากซอยสุขุมวิท 27 เป็นที่รู้จักกันทั่วไปในนามของโครงการเอส 27 (S27) ประกอบด้วยที่ดินรวมเนื้อ 2 ไร่ 2 งาน 34.3 ตารางวา และอาคารโรงแรมที่ยังสร้างไม่แล้วเสร็จ พร้อมใบอนุญาตก่อสร้างโรงแรมที่ยังไม่หมดอายุ

 

สำหรับความเป็นมาของโครงการอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวเริ่มต้นในปี 2546 เมื่อบริษัท แกรนด์ แอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัดในขณะนั้น ได้ประกาศเปิดตัวโครงการก่อสร้างโรงแรมคราวน์ พลาซ่า กรุงเทพฯ สุขุมวิท 27 ขึ้น แต่โครงการได้หยุดชะงักลงในปี 2551 หลังเกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินโลก และไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แม้จะถูกเปลี่ยนมือไปอยู่ในความครอบครองของกรุงเทพบริหาร บริษัทย่อยของพริ้นซิเพิล แคปิตอล ในปี 2556

 

จากข้อมูลที่แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯระบุว่า ราคาตามสัญญาจะซื้อจะขายระหว่างผู้จะขายและผู้จะซื้อสูงกว่าราคาต้นทุนในการได้มาซึ่งมีจำนวน 2,396 ล้านบาท  ทั้งนี้ เงินที่ได้รับจากการขายจะนำมาพัฒนาธุรกิจ โดยนำไปลงทุนโครงการอื่นที่สามารถสร้างรายได้ต่อเนื่อง( recurring income)เพื่อขยายฐานธุรกิจให้เติบโตและสร้างผลตอบแทนที่ดีในอนาคต

 

อนึ่ง บริษัทพริ้นซิเพล แคปิตอล จำกัด(มหาชน)PRINC เดิมชื่อบริษัท เมโทรสตาร์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) โดยมีกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่คือ กลุ่มวิทยากร โดยมีนายสาธิต  วิทยากร อดีตผู้บริหารและผู้ถือหุ้นบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน)หรือBGH

Comments

comments

Posted on