2กลุ่มทุนใหญ่“ตระกูลจิราธิวัฒน์”และ“กลุ่มเจ้าสัวเจริญ”ชิงดำที่ดินสถานทูตอังกฤษ23ไร่ราคาพุ่ง2.2ล้านต่อตร.ว.

Home » ข่าว » 2กลุ่มทุนใหญ่“ตระกูลจิราธิวัฒน์”และ“กลุ่มเจ้าสัวเจริญ”ชิงดำที่ดินสถานทูตอังกฤษ23ไร่ราคาพุ่ง2.2ล้านต่อตร.ว.

การซื้อขายที่ดินครั้งประวัติศาสตร์ในปี2559 และในรอบหลายปีที่ผ่านมาคือการที่บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) BDMS เข้าซื้อขายที่ดิน15 ไร่และสิ่งปลูกสร้างของสวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศและอาคารสำนักงาน Promenade บนถนนวิทยุด้วยมูลค่าสูงถึง 10,800 ล้านบาทในวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมาเพื่อพัฒนาเป็นโครงการศูนย์สุขภาพแบบครบวงจร BDMS Wellness Clinic ซึ่งการเข้าซื้อที่ดินและโรงแรมดังกล่าวเพื่อนำมาพัฒนาเป็นโครงการ Wellness  Center ของกลุ่ม BDMS ในครั้งนี้ถือว่ามีส่วนช่วยให้ทำเลเพลินจิต – วิทยุ – ชิดลมมีความน่าสนใจมากขึ้นไปอีกในอนาคต อีกทั้งทำเลที่ตั้งของโครงการยังอยู่ทำเลที่ออกจากพื้นที่อาคารสำนักงานไประยะหนึ่งประกอบกับสภาพภายในโรงแรมเดิมที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่อยู่ในพื้นที่เยอะมากทำให้มีความเหมาะสมในการพัฒนาเป็นโครงการ Wellness Center ตามที่กลุ่ม BDMS ตั้งใจ

 

การซื้อที่ดินและอาคารครั้งนี้ทำให้โครงการต่างๆ ที่อยู่รอบๆ พื้นที่นี้ทั้งอาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม โรงแรมมีความน่าสนใจมากขึ้นแม้ว่าปัจจุบันจะยังไม่มีใครทราบว่าโครงการ Wellness Center ของกลุ่ม BDMS นี้จะออกมาในรูปแบบใดแต่ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยยกระดับความน่าสนใจของพื้นที่นี้ให้มากขึ้นในอนาคต เพราะกลุ่ม BDMS ซึ่งเป็นเจ้าของเครือโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ที่มีทั้ง โรงพยาบาลกรุงเทพ พญาไท สมิติเวช เปาโล และบีเอ็นเอช รวมทั้งเครือรอยัล กรุ๊ปในต่างประเทศ ซึ่งมีศักยภาพและความสามารถเพียงพอในการพัฒนาโครงการนี้ให้เป็นที่สนใจของชาวต่างชาติ อีกทั้งการเข้าซื้อที่ดินแปลงนี้ทำให้ราคาที่ดินในบริวณนี้มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจอีกครั้งเพราะว่าราคาที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ทาง BDMS ซื้อในครั้งนี้เฉลี่ยตารางวาละ 1.8 ล้านบาท ในขณะที่ก่อนหน้านี้ในปี 2549 ทางกลุ่มเซ็นทรัลได้ที่ดินจากสถานฑูตอังกฤษมาในราคาตารางวาละ 900,000 บาทต่อตารางวาขึ้นมา 2 เท่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะยังไม่ใช่แปลงที่ดินที่มีราคาสูงที่สุด เพราะก่อนหน้านี้ในปี 2557 เอสซี แอสเสทซื้อที่ดินขนาด 3 ไร่บนถนนชิดลมในราตารางวาละ 1.9 ล้านบาท แต่ก็ช่วยให้ราคาที่ดินในทำเลนี้มีการซื้อขายกันในราคาสูงต่อเนื่องมาตลอดในช่วง 5 – 6 ปีที่ผ่านมา เพราะปี2553 บมจ.โนเบิล ดีเวลลอปเม้นท์ซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการโนเบิล เพลินจิตมาในราคาตารางวา1.5 ล้านบาท เช่นเดียวกับที่บมจ.แสนสิริซื้อที่ดินบนถนนวิทยุก่อนจะนำมาพัฒนาเป็นโครงการ 98 ไวร์เลสในราคา 1.5 ล้านบาทต่อตารางวาเช่นกัน ดังนั้นจึงทำให้มีการจับตามองที่ดินของสถานฑูตอังกฤษปัจจุบันที่มีข่าวว่าให้นายหน้ารายหนึ่งไปขายอยู่นั้นจะขายที่ราคาเท่าไหร่แต่คงเป็นราคาที่สร้างความฮือฮาแน่นอน

 

นายสัญชัย คูเอกชัย รองกรรมการผู้จัดการ คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)จำกัด เปิดเผยถึงการประมูลที่ดินสถานทูตอังกฤษพื้นที่ 23 ไร่ ที่ขณะนี้อยู่ในระหว่างการประมูลนั้น เท่าที่ทราบขณะนี้เหลือเพียงกลุ่มเซ็นทรัล ของตระกูลจิราธิวัฒน์  และกลุ่มเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี เพียง 2 ค่ายเท่านั้น และมีแนวโน้มว่ากลุ่มเซ็นทรัลน่าจะชนะการประมูลที่ดินแปลงดังกล่าว ซึ่งเท่ากับเป็นการเสริมศักยภาพให้กลุ่มเซ็นทรัล สามารถสร้างเป็นอาณาจักรขนาดใหญ่ เพราะก่อนหน้านี้ได้ชนะประมูลที่ดินบริเวณด้านหน้าสถานทูตอังกฤษมาแล้ว 10 ไร่ ในราคา 950,000 บาท/ตารางวา ปัจจุบันได้ก่อสร้างเป็นศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ ซึ่งคาดว่าหากกลุ่มเซ็นทรัลสามารถชนะการประมูลในครั้งนี้ ราคาที่ดินน่าจะอยู่ที่ประมาณ 2.2 ล้านบาท/ตารางวา จากมูลค่าที่ดินทั้งหมดประมาณ 20,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มที่จะร่วมทุนกับกลุ่มฮ่องกง แลนด์ ในการพัฒนาโครงการร่วมกัน ซึ่งมองแนวโน้มว่าจะเป็นโครงการมิกซ์ยูส หากพัฒนาคอนโดฯราคาจะไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท/ตารางเมตร

ส่วนภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2560 ว่าจะไม่มีการเติบโตหรืออาจหดตัวแต่ไม่มากนัก เนื่องจากผู้บริโภคที่ยังไม่มีความเชื่อมั่น จากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว อัตราดอกเบี้ย ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง อีกทั้งสถาบันการเงินยังเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อในการพัฒนาโครงการและสินเชื่อรายย่อย

 

ขณะเดียวกันในปีนี้จะมีการร่วมทุนระหว่างผู้ประกอบการไทยรายใหญ่และรายกลางกับพันธมิตรต่างชาติ ซึ่งแนวโน้มว่าจะเป็นชาวญี่ปุ่นอีกอย่างน้อย 2 ดีล  โดยการร่วมลงทุนอาจจะเป็นในรูปแบบใหม่ในด้านเทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการบริการด้านการขายและหลังการขาย เป็นต้น

Comments

comments

Posted on