Kensington Sukhumvit-Thepharak ห้องไหนที่ใช่สำหรับคุณ

Home » บทความ » Kensington Sukhumvit-Thepharak ห้องไหนที่ใช่สำหรับคุณ

Kensington Sukhumvit-Thepharak ห้องไหนที่ใช่สำหรับคุณ

Posted on

แนะนำหน่อยสิค่ะ ซื้อคอนโดอะไรดี?

นี้เป็นคำถามยอดฮิตที่ผมเจอเป็นประจำครับ ซึ่งทุกครั้งที่ผมได้ยินคำถามนี้ ผมมักจะมีคำถามกลับไปว่า

“มี Budget เท่าไรครับ”

ซึ่งคำตอบที่ผมได้ยินบ่อยๆมักจะอยู่ที่ช่วงประมาณไม่เกิน 2 ล้านบาทครับ ซึ่งต้องขอบอกเลยว่าในปัจจุบันนี้ คอนโดราคาไม่เกิน 2 ล้านบาทที่ตั้งอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสำคัญอย่าง BTS สายสีเขียวโดยเฉพาะเส้นสุขุมวิทที่มีความเจริญอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด มีความคุ้มค่าทั้งในเรื่องของราคาเช่าและขายต่อนั้นถือว่าหาได้ยากมาก

ผมมักจะบอกคนรอบตัวเสมอว่า ถ้าจะเสียเงินเป็นล้านทั้งที ก็ต้องคิดให้รอบด้าน เช่นถ้าหากว่าวันหนึ่งต้องเปลี่ยนงาน ย้ายไปทำงานต่างจังหวัด หรือย้ายไปอยู่ต่างประเทศ แล้วจะทำยังไงกับห้องที่ซื้อมานี้ ถ้าจะปล่อยเช่าจะง่ายไหม หรือแม้แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นให้ต้องรีบขายด่วนจะขายยากหรือเปล่า

ซึ่งสิ่งที่ผมมองเห็นจากการศึกษาในตลาดคอนโดมานานกว่า 6 ปี ทำเลที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วและเป็นทีต้องการของคนส่วนมากมักจะมีแพทเทิ้ลที่คล้ายๆกันคือ

  1. มักเป็นแหล่งชุมชนเก่าแก่ – ทีนี้จะรู้ได้ยังไงว่าแถวนั้นเป็นชุมชนละ ก็สามารถดูได้จาก ตลาดสด, supermarket และอาหารการกินโดยรอบครับ เพราะสิ่งเหล่านี้คือเครื่องชี้วัดปริมาณผู้คนที่พักอาศัยในทำเลนั้นได้เป็นอย่างดี เมื่อมีผู้พักอาศัยในบริเวณนั้นเป็นจำนวนมากย่อมหมายถึงศักยภาพในการจับจ่าย ซึ่งจะเป็นแม่เหล็กอย่างดีในการดึงนักพัฒนาที่ดินให้เข้ามาพัฒนาที่ดินในบริเวณนั้น
  2. เป็นถนนใหญ่ตั้งแต่ 4 เลนขึ้นไป ที่เชื่อมต่อถนนสายหลัก 2 สายเข้าด้วยกัน – การสัญจรได้อย่างสะดวกถือเป็นสิ่งสำคัญมากของการพัฒนาที่ดิน และถนนตั้งแต่ 4 เลนขึ้นไปนี้จะเอื้ออำนวยในการพัฒนาสิ่งปลูกสร้างที่เป็นอาคารสูงได้ ซึ่งแน่นอนว่าคอนโด High-rise นั้นมีอัตราการปล่อยเช่าและซื้อขายที่ดีกว่าคอนโด Low-rise อยู่แล้ว
  3. มีที่ดินขนาดใหญ่จำนวนมากที่รอการพัฒนา – สิ่งหนึ่งที่ทั้งผู้อยู่อาศัยจริงและนักลงทุนต้องการ ก็คือการพัฒนาของที่ดินโดยรอบๆโครงการที่เราซื้อครับ โดยเมื่อมีคอนโดใหม่ๆ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอย่าง Community Mall หรือห้างสรรพสินค้าขึ้นมานั้น จะยิ่งส่งผลต่อความสะดวกสบายของผู้พักอาศัย รวมถึงราคาเช่าและราคาขายต่อที่สูงขึ้น และส่งผลต่อความง่ายในการปล่อยเช่าหรือขายต่อที่ง่ายมากขึ้นตามมาด้วย

สำหรับเส้นสุขุมวิทในปัจจุบันนี้ มีหลายทำเลที่มีลักษณะดังที่กล่าวมาข้างต้น แต่หากจะมองหาคอนโดที่มีช่วงราคาประมาณ 1-2 ล้านบาทแล้ว โครงการ Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์ ถือเป็นคอนโดที่ตอบโจทย์ได้ดีที่สุดในช่วงนี้ครับ

แม้ว่าตัวโครงการจะตั้งอยู่บนถนนเทพารักษ์ แต่จริงๆแล้วโครงการอยู่ห่างจาก BTS สถานีสำโรงหรือถนนสุขุมวิทเพียงแค่ 1.7 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งสำหรับคอนโดราคาเริ่มต้นเพียง 1.09 ล้านบาทนี้ต้องถือว่าเป็นทำเลที่ดีมากๆ เพราะผู้พักอาศัยสามารถนั่งมอเตอรไซด์รับจ้างเพียงไม่กี่บาทไปที่สถานีได้ แต่โครงการนี้ยังมีความพิเศษมากกว่านั้น เพราะตัวโครงการอยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองสถานีทิพวัลเลย หรือเพียง 1 สถานีจาก BTS สำโรงเท่านั้น นั้นยิ่งเป็นการเพิ่มความสะดวกสบายให้การเดินทางมากขึ้นไปอีก เพราะผู้พักอาศัยมีตัวเลือกมากขึ้นในการเดินทางไปเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายหลัก อีกทั้งยังเพิ่มความสะดวกในการเดินทางเข้าสู่ศรีนครินทร์ ลาดพร้าว และรัชดาอีกด้วย

ซึ่งผมต้องขอย้ำอีกครั้งว่า คอนโดราคาเริ่มต้นเพียง 1.09 ล้านบาทแต่ใกล้รถไฟฟ้าถึง 2 สายไม่ได้มีให้เห็นกันบ่อยๆหรอกนะครับ

โครงการอยู่ห่างจาก Community Mall ชื่อ Plam Island Mall ที่มี Big C Market เพียง 120 เมตรเท่านั้น, อีกทั้งยังรายล้อมด้วย Imperial World Samrong, Tesco Lotus Srinakarin, The​ JAS Urban Srinakarin

ซึ่งแน่นอนว่า Plam Island Mall ที่มี Big C นี้ เป็นเหมือนหลักฐานสำคัญของความเป็นชุมชนที่พักอาศัยในย่านนี้ได้เป็นอย่างดี ถนนเทพารักษ์ยังเป็นถนนขนาด 6 เลนที่เชื่อมต่อระหว่างถนนสุขุมวิทและถนนศรีนครินทร์ซึ่งถือว่าเป็นถนนหลักทั้งสองเส้น อีกทั้งยังมีที่ดินอีกจำนวนมากในบริเวณโดยรอบ ที่กำลังรอการพัฒนาในอนาคตอีกด้วย ซึ่งจริงๆแล้วไม่ต้องไปมองที่ไหนไกลเลยครับ เพราะทาง Origin มีแผนที่จะสร้างอีกโครงการติดกันในราคาที่สูงกว่าในอนาคต ซึ่งเป็นเหมือนเครื่องรับประกันในเรื่องของราคาได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมากสำหรับผู้ที่วางแผนจะขายต่อเพื่อรับกำไรจากส่วนต่างของราคาในอนาคต

สำหรับนักลงทุนที่มีความต้องการลงทุนปล่อยเช่า เราคงต้องมาดูปัจจัยโดยรอบกันครับ ว่าอยู่ใกล้กับผู้เช่ากลุ่มไหนได้บ้าง

โครงการอยู่ใกล้กับโรงเรียนเซนต์โยเซฟ ทิพวัล 1.8 กิโลเมตร และโรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ 2 กิโลเมตร อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับบริษัท HINO, DENSO, TOYOTA, HONDA, ISUZU และนิคมอุตสาหกรรมอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าคู่แข่งสำหรับผู้เช่ากลุ่มนี้ไม่น่าจะใช่คอนโดที่อยู่ใกล้เมืองเข้าไปอีก เพราะนั้นเท่ากับว่านอกจากราคาค่าเช่าจะสูงกว่าแล้วระยะทางจากที่ทำงานยังไกลกว่าเดิมอีก แต่น่าจะเป็นกลุ่มหอพักหรือ apartment เป็นต้น ซึ่งแม่เหล็กสำคัญที่จะสามารถดึงผู้เช่ากลุ่มนี้เข้ามาได้ น่าจะเป็นเรื่องของราคาเช่าที่เหมาะสม วิวทิวทัศน์แนวสูง ส่วนกลางขนาดใหญ่ และการออกแบบที่สวยงาม ถือเป็นจุดขายสำคัญที่จะทำให้เกิดความแตกต่างจากคู่แข่ง

ต้องยอมรับว่าทางโครงการทำการบ้านมาเป็นอย่างดีเพราะจัดส่วนกลางมาแบบเกินราคามาก ไม่ว่าจะเป็น Double Volume Lobby Lounge ที่มีสไตล์การตกแต่งแบบ Industrial British Loft, Another Home ที่เป็นพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่เชื่อมต่อกับสวนตลอดแนวยาวของตัวอาคารทำให้ได้รับแสงธรรมชาติและความร่มรื่นจากวิวสวนแบบ 180 องศา โดยจะมีฟังก์ชั่นการใช้งานมากมายในบริเวณนี้ ไม่ว่าจะเป็น co-working space มุมอ่านหนังสือ ห้องประชุม หรือส่วนพักผ่อนให้ลูกบ้านเปลี่ยนบรรยากาศลงมาพักผ่อนในพื้นที่เปิดโล่งเป็นต้น นอกจากนั้นยังมีส่วนกลางสำคัญอย่างสระว่ายบระบบน้ำเกลือยาว 30 เมตรที่สามารถออกกำลังกายได้จริง และ The Gym Club ที่เป็นห้อง Fitness ขนาดใหญ่พร้อมอุปกรณ์ครบครัน นอกจากนั้นยังมีส่วนกลางที่ผมชอบเป็นพิเศษ เพราะถือเป็นส่วนกลางที่มีคอนโดจำนวนไม่มากนักที่จะมี นั้นก็คือสวนพักผ่อนริมคลองนั้นเอง เพราะด้วยความตัวโครงการอยู่กับคลองสำโรงที่บริเวณด้านหลังโครงการ ทำให้เกิดช่องลมพัดผ่านให้เกิดเป็นบริเวณพักผ่อนที่น่าจะมีบรรยากาศดีทีเดียว

นอกจากนั้นยังมีพื้นที่สวนจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น Playground Garden, Panoramic Greenery ที่เป็นพื้นที่สวนขนาดใหญ่ถอดยาวตลอดตัวตึกเชื่อมต่อไปจนถึง Backyard Garden ที่อยู่ริมคลองด้านหลัง รวมถึงสวนพักผ่อนริมสระว่ายน้ำที่บริเวณชั้น 6 และสวนดาดฟ้าพร้อม Mini Golf ที่สามารถรับชมวิว 360 องศาของกรุงเทพมหานครได้บนชั้น 36 และ 39 ของตัวอาคาร

Double volume Lobby Lounge

 

Co-working space

Panoramic Greenery

Playground Garden

Backyard Garden 

Deep Relaxing pool and garden area  

Deep Relaxing pool and garden area

 

Gym Club

Double Skyline roof garden

 

ส่วนสำคัญต่อไปก่อนที่เราจะเลือกห้องถูกใจ ห้องที่ใช่ของคุณ ก็คือเรื่องของทิศและวิวครับ

ซึ่งสำหรับที่โครงการนี้มีวิวที่น่าสนใจหลายจุดด้วยกัน โดยผมจะเริ่มไล่จากล่างขึ้นบนแล้วกันนะครับ วิวแรกที่เรียกได้ว่าปลอดภัยสุดๆก็คงจะต้องเป็นวิวสวนและสระครับโดยชั้นที่น่าสนใจที่สุดสำหรับวิวนี้ก็คงจะเป็นชั้น 7-9 ครับ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับห้อง 23.5 ตรม บริเวณช่วงกลางตึก จะทำให้ได้รับวิวในมุมกว้างมากและไม่ต้องประจันหน้ากับห้องอื่น อีกทั้งห้องมีขนาดไม่ใหญ่มากทำให้ราคาไม่แรง แต่มีฟังก์ชั่นห้องนอนและห้องนั่งเล่นริมหน้าต่างทำให้สามารถรับวิวได้จากทั้งสองห้องครับ แต่ห้องในบริเวณนี้อาจจะมีแดดช่วงบ่ายบ้าง แต่จาการวางตัวอาคารแล้ว ทิศจะเฉียงๆ ไม่รับแดดตรงๆ ซึ่งก็เหมาะ กับคนที่ไม่ชอบแดดปลุกช่วงเช้า แน่นอนครับว่า วิวนั้นย่อมสำคัญกว่าเรื่องของทิศเยอะครับ เนื่องจากตรงกลางของตึกเป็นส่วนของลิฟขนของ ผมเลยแนะนำให้เลือกห้องที่ถัดไปทางด้านหน้าตึกครับ เพราะตัวตึกจะได้ช่วงบังแดดที่มาจากทิศตะวันตกได้ครับ

สำหรับคนที่ต้องการห้องใหญ่แต่ยังอยากได้วิวสระและสวน ผมก็ต้องขอแนะนำเป็นห้องมุม 2 ตำแหน่งนี้ครับ

 

โดยห้องแรกนี้จะน่าสนใจกว่าตรงที่  หน้าต่างหันหลบทิศของแดดช่วงบ่ายได้พอดีครับทำให้ไม่ร้อนมากอีกทั้งยังสามารถรับวิวแบบเปิดกว้างในช่วงที่พ้นตัวตึกไปทางด้านซ้ายอีกด้วย

ส่วนห้องนี้จะโดนแดดบ่ายบ้างสามารถติดฟิลม์ช่วยได้ครับ

วิวต่อไปที่ผมมองว่าน่าจะสนใจคือมุมด้านตะวันออกเฉียงเหนือครับ

ซึ่งสำหรับชั้นล่างๆ จะได้รับวิวสวนและคลองด้านหลังโครงการ อีกทั้งยังเป็นวิวที่เปิดโล่งไม่มีอะไรบังอีกด้วย ห้องฝั่งนี้ยังมีความน่าสนใจอีกจุดคือทุกห้องจะหันไปทางเหนือจะเห็นวิวเมือง โดยที่ยิ่งชั้นสูงขึ้นวิวก็จะยิ่งสวยมากขึ้นเรื่อยๆครับ อีกทั้งยังไม่โดดแดดบ่ายอีกด้วย

สำหรับคนที่ชอบชั้นสูงๆนั้น วิวที่ผมว่าน่าสนใจน่าจะเป็นฝั่งทิศตะวันตกเฉียงเหนือครับ

ส่วนทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ประมาณชั้น 28 ขึ้นไป น่าจะสามารถมองเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาและวิวเมืองแบบ Skyline ของกรุงเทพฯที่สวยงามครับ

และอีกมุมที่น่าสนใจคือทิศตะวันออกเฉียงเหนือตั้งแต่บริเวณชั้น 37-38 เพราะอยู่สูงกว่า Double Skyline Roof Garden ของตึก B ทำให้ได้วิวสวนสวย รวมถึงวิวเมืองอีกด้วย

แต่สำหรับใครที่สนใจวิวทิศอื่นๆ ผมได้ใส่รูปวิวในทิศต่างๆมาให้ตามข้างล่างนี้เลยครับ แต่จากประสบการณ์ ผมต้องขอบอกเลยว่า วิวจากรูปถ่ายยังไงก็ไม่สวยเท่าตาเห็นจริงนะครับ

ต่อไปเรามาดู Plan ห้องกันบ้างครับ โครงการมีรูปแบบห้องให้เลือกถึง 3 แบบตามความต้องการที่แตกต่างกันไป

เริ่มต้นที่แบบแรกกับห้องขนาด 20.5-21 ตรม. ที่เป็นห้องหน้ากว้างอีกทั้งยังเลือกใช้บานเลื่อนกระจกใสในการกั้นห้อง ทำให้ไม่รู้สึกอัดอึดแม้จะมีเนื้อที่ไม่มาก แต่ก็สามารถกั้นห้องได้อย่างเป็นสัดเป็นส่วน

ห้องขนาดนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนเพื่อการปล่อยเช่าหรือเพื่อการขายต่อในอนาคตเพราะด้วยต้นทุนราคาที่ถูกมาก ทำให้มีต้นทุนผ่อนแบงค์ต่อเดือนไม่สูง อีกทั้งยังมีโอกาสในการขายบวกกำไรได้ในอนาคต

ห้องต่อมาคือห้องขนาด 23.5 ตรม. ซึ่งผมค่อนข้างชอบมากเป็นการส่วนตัวครับ เพราะมีการแบ่งห้องเป็นสัดเป็นส่วน อีกทั้งยังมีฟังก์ชั่นห้องนั่งเล่นอยู่ติดกับบานเลื่อนระเบียง ทำให้สามารถรับชมวิวและแสงธรรมชาติได้จากห้องนั่งเล่น อีกทั้งยังช่วยลดโอกาสในการถูกรบกวนด้วยเสียงจากบริเวณโถงทางเดิน อีกทั้งการยกคอมเพรสเซอร์แอร์ขึ้นไปไว้ด้านบน ยังทำให้พื้นที่ระเบียงเปิดโล่งให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่

ผมมองว่าห้องนี้เหมาะกับการอยู่อาศัยเองครับ โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการห้องพักอาศัยในราคาไม่สูงมากแต่มีพื้นที่ และการแบ่งห้องอย่างเป็นสัดเป็นส่วน ยิ่งถ้าได้ห้องที่วิวสวยด้วยแล้วจะยิ่งฟินมากครับ

ห้องสุดท้ายคือห้องขนาด 30.5 – 31.5 ตรม. ที่ออกแบบให้มีห้องเอนกประสงค์เพิ่มมาอีก 1 ห้อง โดยที่สามารถปรับเปลี่ยนห้องนอนเล็กได้ เหมาะกับผู้ที่ต้องการพักอาศัยจริงที่ต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่ครับ

ปัจจุบันห้องตัวอย่างก่อสร้างเสร็จเรียบแล้วครับ โดยตั้งอยู่ที่บริเวณโครงการเลย ซึ่งโครงการนี้ยังมาพร้อมกับ Furniture แบบ Fully Fitted ที่มาพร้อมเฟอร์นิเจอร์สั่งทำพิเศษ สำหรับโครงการโดยเฉพาะ ซึ่งผมมองว่าออกมาได้อย่างสวยงามลงตัวมากเข้ากับ Concept Industrial British Loft เป็นอย่างดี และยังนึกถึงการใช้งานจริงของผู้พักอาศัยเป็นหลัก

Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์ โครงการ High rise 0 เมตรจากรถไฟฟ้าสายสีเหลืองสถานีทิพวัล  ราคาเริ่มต้น 1.49 ล้านบาท ผ่อนเพียง 1,990 บาทต่อเดือน 1 สถานีถึง BTS สถานีสำโรง  พร้อมที่จะเปิด Grand Opening  แล้ว วันที่ 26-27 สิงหาคม. 2560  ถ้าคุณสนใจ ไม่ควรพลาดที่จะลงทะเบียน เพื่อรับส่วนลดสูงสุดถึง 100,000 บาท  ลงทะเบียน http://kensington.origin.co.th/thepharak/

Comments

comments