THE TREE CHARAN 30 – NEW LANDMARK

Home » รีวิว » Condominium » THE TREE CHARAN 30 – NEW LANDMARK

THE TREE CHARAN 30 – NEW LANDMARK

Posted on

สำหรับคอนโดย่านฝั่งธน ถนนจรัญสนิทวงศ์ถือได้ว่าเป็นถนนเส้นที่มีศักยภาพอันดับต้นๆ เพราะเต็มเป็นย่านชุมชนขนาดใหญ่ที่มีความเจริญมาเนิ่นนาน จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยที่จะมีเส้นไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินวิ่งผ่านตลอดเส้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริเวณจุดตัดของถนนจรัญ-บรมราชชนนี ที่เป็นที่ตั้งของ MRT สถานีบางขุนนนท์ซึ่งอยู่ใกล้กับย่านการค้าขนาดใหญ่อย่าง Central Plaza ปิ่นเกล้า, ตลาดปิ่นเงิน, ตลาดปิ่นทอง เป็นต้น และสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าที่ข้ามสู่ฝั่งพระนคร ยาวไปจนถึงบริเวณแยกไฟฉายที่สามารถเชื่อมต่อไปสู่โรงพยาบาลที่มีความสำคัญอันดับหนึ่งของคนไทยอย่างโรงพยาบาลศิริราช

คงจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เรื่องของสุขภาพเป็นเรื่องที่คนกรุงเทพกำลังให้ความสำคัญกันอย่างจริงจัง เพราะด้วยราคาค่ารักษาพยาบาลในปัจจุบันที่มีราคาสูงมาก อีกทั้งคนรุ่นใหม่ยังนิยมมีลูกน้อยลง ทำให้ในอนาคตประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ จึงทำให้คนหลายคนเริ่มตื่นตัวเรื่องสุขภาพและการพึ่งพาตนเองในอนาคต รวมถึงการมองหาที่อยู่อาศัยที่สะดวกสบายและใกล้สถานพยาบาลที่มีคุณภาพสูง

สำหรับโรงพยาบาลศิริราชนั้น เป็นโรงพยาบาลที่เราต่างก็ทราบกันดีว่านอกจากจะเป็นแหล่งผลิตบุคคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณภาพสูง ดังจะเห็นได้จากนักศึกษาแพทย์มากมายที่พักอาศัยในย่านนี้แล้ว ยังมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย อีกทั้งยังมีบริการเพื่อรองรับความต้องการของผู้ป่วยได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยทั่วไปที่ต้องการค่ารักษาพยาบาลในราคาประหยัด คลินิกพิเศษนอกเวลาสำหรับผู้ที่ต้องการการรักษาคุณภาพสูงในราคาที่เหมาะสม และอาคารปิยมหาการุณเพื่อรองรับบริการทางการแพทย์ที่สะดวกสบายมากขึ้น

ถนนจรัญสนิทวงศ์ยังเป็นถนนที่มีความเงียบสงบ (แม้ช่วงหลังๆจะดูวุ่นวายจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าก็ตาม) แต่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารการกินมากมาย โดยเฉพาะบริเวณซอยจรัญสนิทวงศ์ 30 ที่รายล้อมไปด้วย ตลาดบางขุนศรี Foodland และ Makro อีกทั้งยังไม่ไกลจาก Central Plaza ปิ่นเกล้าที่เพิ่งจะ renovate ใหม่และนำ brand ร้านอาหารและเสื้อผ้าที่เป็นแม่เหล็กสำคัญมาร่วมสร้างความตื่นตาตื่นใจอย่างมากมาย

สำหรับการเดินทางที่บริเวณสถานีบางขุนนนท์นี้ยังเป็น interchange ของรถไฟถึง 3 สาย คือรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน รถไฟฟ้าสายสีส้ม และรถไฟสายสีแดง โดยแต่ละเส้นนั้นมีความสำคัญค่อนข้างมาก

รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน – ถือเป็นเส้นที่มีความสำคัญอย่างมากในกรุงเทพฯ เพราะวิ่งผ่านจุดสำคัญมากมาย อย่างเช่น หัวลำโพง สามย่าน สีลม ศูนย์ฯสิริกิติ์ อโศก เพชรบุรี พระราม 9 ห้าแยกลาดพร้าว สวนจตุจักร และ บางซื่อ เป็นต้น

สายสีส้ม – ถือเป็นสายที่มีประโยชน์มากสายหนึ่ง เพราะวิ่งผ่านจุดสำคัญๆของกรุงเทพมากมาย อย่างเช่น โรงพยาบาลศิริราช มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ราชเทวี ประตูน้ำ และมหาวิทยาลัยรามคำแหง

สายสีแดง – ที่วิ่งตรงสู่ศาลายาอันเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยมหิดลวิทยาเขตศาลายา

อีกทั้งยังมีท่าเรือสำคัญอย่างท่าเรือวังหลัง (พรานนก) เพิ่มความสะดวกสบายด้วยการเดินทางทางน้ำที่นอกจากจะไม่ต้องเจอปัญหาเรื่องการจราจรแล้วยังเชื่อมต่อสู่จุดปลายทางสำคัญๆได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ หรือ community mall ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่าง ยอดพิมาน และ ท่ามหาราช เป็นต้น

ทำเลที่ตั้ง

โครงการ The Tree Charan 30 นั้นตั้งอยู่ใกล้กับซอยจรัญสนิทวงศ์ 30 โดยอยู่ห่างจากสถานี MRT บางขุนนนท์ที่เป็นสถานี Interchange รถไฟฟ้า 3 สายเพียง 450 เมตร และห่างจากสถานี MRT แยกไฟฉายเพียง 300 เมตร

ตัวโครงการยังอยู่ในย่านที่อุดมสมบูรณ์สุดๆเพราะอยู่ติดกับ Foodland, ตรงข้ามกับตลาดบางขุนศรี, ห่างจาก Makro เพียง 200 เมตร, ห่างจาก Starbucks และ Max Value เพียง 450 เมตร และห่างจาก Central Plaza ปิ่นเกล้าเพียง 2.9 กิโลเมตรเท่านั้น อีกทั้งยังใกล้กับโรงพยาบาลศิริราชเพียง 1.9 กิโลเมตรอีกด้วย อีกทั้งในอนาคตยังสามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีส้มไปเพียง 1 สถานีเท่านั้น

ตลาดบางขุนศรีที่อยู่แค่ตรงข้ามโครงการ

Makro ที่ห่างไปเพียงแค่ 200 เมตรเท่านั้น

Community Mall ด้านหน้า Makro ที่เต็มไปด้วยร้านอาหารชื่อดังอย่าง MK, KFC, Swensen, Café Amazon, ธนาคารและร้านค้าอีกมากมาย

Starbucks และ Maxvalue ที่อยู่ห่างไปเพียง 450 เมตร

Central Plaza ปิ่นเกล้าที่เพิ่ง renovate ใหม่ นอกจากจะดูหรูหราและสวยงามแล้วยังดึง brand เสื้อผ้าและร้านอาหารที่เป็นแม่เหล็กดังๆเข้ามาในศูนย์การค้าเพิ่มด้วย

 

 

รูปแบบโครงการ

การออกแบบตัวอาคารที่มีความโดดเด่นและทันสมัย ที่จะกลายเป็น Landmark สำหรับของย่านนี้

 

โครงการ The Tree Charan 30 ประกอบด้วย 2 อาคาร คืออาคาร A สูง 22 ชั้น และอาคาร B สูง 8 ชั้น โดยจะมีส่วนพักอาศัยอยู่ที่ทั้งสองอาคาร ตั้งอยู่บนที่ดิน 1-3-79 ไร่ มีจำนวนยูนิตพักอาศัยน้อยเพียงแค่ทั้งหมด 305 ยูนิตเท่านั้น และมีร้านค้าอีก 2 ยูนิตเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านด้วย สำหรับจำนวนที่จอดรถนั้น มีถึง 43% โดยจะอยู่ที่ตึก B ด้านหลัง โดยจะอยู่ที่ชั้น 1-3 และชั้นใต้ดินอีก 2 ชั้น รวมเป็น 5 ชั้น

อาคาร A ที่อยู่ด้านหน้า เหมาะสำหรับคนที่อาจจะไม่ได้ใช้รถเป็นประจำ เน้นการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเป็นหลัก และชื่นชอบความงดงามของทิวทัศน์แนวสูงที่สามารถเปิดรับทิวทัศน์ที่สวยงามของโค้งน้ำเจ้าพระยา พระบรมมหาราชวัง และสะพานพระราม 8 โดยทางโครงการได้ยกส่วนกลางสำคัญอย่าง สระว่ายน้ำแบบ  Crystalline Sky Pool ขนาด 25 เมตรไปไว้บนดาดฟ้าโครงการ และเพิ่มพิเศษสุดด้วยสระว่ายน้ำแบบ See Through เพื่อเปิดให้เห็นทิวทัศน์แม้อยู่ใต้น้ำ รวมถึง Sky View Courtyard สำหรับนั่งพักผ่อนที่สามารถชมวิวที่สวยงามได้โดยรอบแบบ Leisure Sky Scene และ Finest Sky Lounge บนชั้น 22 เพิ่มความหรูหราและสุนทรียภาพแห่งการพักผ่อน รวมถึงห้องน้ำ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า และ Sky Steaming Room อีกด้วย

The Prime Lobby เพดานสูงที่ออกแบบตกแต่งอย่างหรูหรา

Private Prime Corner ที่โอ่โถง และใกล้ชิดกับธรรมชาติ

Elegant Lift Hall ที่ออกแบบอย่างหรูหราสมราคา

Precious Mailbox


Finest Sky lounge บนชั้น 22 ที่ตกแต่งอย่างหรูหราและสวยงาม พร้อมหน้าต่างรับขนาดใหญ่เพื่อเปิดรับวิวสะพานพระราม 8

Crystalline Sky Pool บนชั้น Roof top สระว่ายน้ำ See through

Crystalline Sky Pool ถูกออกแบบให้รับวิวที่สวยงามมากของโค้งน้ำเจ้าพระยา สะพานพระราม 8 และพระวัดพระแก้วที่จะเปิดไฟสวยงามยามค่ำคืน

Leisure Sky Scene ที่นั่งพักผ่อนสำหรับชมวิวเมือง

ชมวิวบน Sky View Courtyard เหนือฟ้าอมร

ส่วนอาคาร B เป็นส่วนพักอาศัยตั้งแต่ชั้น 4-8 โดยบริเวณชั้น 4 จัดมาเป็น Hideaway Garden ขนาดใหญ่ และอาคาร 2 ชั้นที่เป็น Garden View Gym ที่เปิดรับชมวิวสวนตามแนวยาว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมองหาคอนโดอารมณ์บ้านหรือรีสอร์ทที่เงียบสงบ ไม่วุ่นวายไว้พักผ่อนกับความร่นรื่นย์ของสวน เหมาะกับผู้ที่อาจใช้รถยนต์ในการเดินทางเป็นหลัก เพราะไม่ต้องเดินข้ามตึก

แต่ทางโครงการก็มีการสร้างสะพานเชื่อมทั้งสองตึกเข้าด้วยกันไว้ที่บริเวณชั้น 4 เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านอีกด้วย และยังมี Exclusive Working Space และ Private Meeting Room ไว้ให้ลูกบ้านได้ใช้บริการอีกด้วย

Garden View Gym ที่สามารถชมวิวสวนได้ตามแนวยาว

Hideaway Garden ขนาดใหญ่ที่ร่มรื่นและสวยงาม

Exclusive Working Space ที่ตกแต่งอย่างสวยงามและใช้งานได้จริง

Private Meeting Room

แม้ว่าทุกวันนี้รถไฟฟ้าจะยังไม่เปิดใช้บริการ แต่จะเห็นว่าย่านจรัญสนิทวงศ์ช่วงตั้งแต่สถานีบางขุนนนท์ไปจนถึงสถานีแยกไฟฉายนี้ มีความเจริญขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะในรัศมี 1 กิโลเมตรนี้ มีโครงการคอมโดมิเนียมขึ้นแล้วเป็นจำนวนมาก รวมถึงห้างสรรพสินค้าและ supermarket ชื่อดังมากมายซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่าถึงศักยภาพของทำเลในย่านนี้ แน่นอนว่าหลังจากที่รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินซึ่งเป็นสายสำคัญของกรุงเทพฯเปิดให้บริการครบ loop อย่างเต็มรูปแบบ จะทำให้มีการพัฒนาที่ก้าวกระโดดของทำเลใกล้รถไฟฟ้าย่านฝั่งธนบุรีครั้งใหญ่ ซึ่งจะส่งผลให้เราได้เห็นราคาของอสังหาริมทรัพย์ในย่านนี้เติบโตอย่างรวดเร็ว ยิ่งบริเวณสถานีแยกบางขุนนนท์ ถึง สถานีแยกไฟฉายที่มีแม่เหล็กสำคัญอย่าง interchange station ของรถไฟฟ้า 3 สาย, Central Plaza ปิ่นเกล้า และโรงพยาบาลศิริราชด้วยแล้ว การพัฒนาโครงการของกลุ่มนักพัฒนาที่ดินในย่านฝั่งธนย่อมต้องพุ่งตรงมาที่ย่านนี้อย่างแน่นอน

Comments

comments