“ไรมอน แลนด์”อัดงบ2หมื่นล้านลุยลงทุนในไทย-ตปท.

Home » ข่าว » “ไรมอน แลนด์”อัดงบ2หมื่นล้านลุยลงทุนในไทย-ตปท.

“ไรมอน แลนด์”อัดงบ2หมื่นล้านลุยลงทุนในไทย-ตปท.

Posted on

“ไรมอน แลนด์” เปิดแผน3-5 ปีอัดงบ20,000 ล้านบาท เน้นกระจายลงทุนโครงการระดับไฮเอนด์ทุกเซกเมนต์ทั้งในไทย-ต่างประเทศ สร้างรายได้แตะ13,000-15,000ล้านบาท ปลายปี60จุดผุดบ้านเดี่ยวหรู ย่านเย็นอากาศ มูลค่า1,100 ล้านบาท และอาคารสำนักงานเกรดเอ นวัตกรรมใหม่ ย่านเพลินจิต มูลค่า 10,000ล้านบาท

 นายเอเดรียน ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด(มหาชน)หรือRML เปิดเผยว่านับตั้งแต่ที่ตนเข้ามาดูแลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยอย่างเต็มตัวเมื่อประมาณ 1 ปีครึ่งได้กำหนดทิศทางการดำเนินงานของไรมอน แลนด์ฯในระยะเวลา 3-5 ปีนับจากนี้จะใช้เม็ดเงินในการลงทุนประมาณ 20,000 ล้านบาท โดยเน้นการลงทุนคอนโดฯระดับไฮเอนด์เป็นหลัก ในสัดส่วน30-40%,บ้านเดี่ยวหรู สัดส่วน 20% ,อาคารสำนักงาน-โรงแรม สัดส่วน 20-25% และการลงทุนธุรกิจอสังหาฯในต่างประเทศ-ธุรกิจอื่นๆอาทิ อาหาร เครื่องดื่มและพลังงาน สัดส่วน 5-10% จากปัจจุบันรายได้เกือบ 100% เป็นรายได้ที่มาจากการขายคอนโดมิเนียมระดับบน

 

โดยในปลายปี2560 นี้บริษัทฯจะรุกบ้านเดี่ยวหรู อีก 1 โครงการ ตั้งอยู่บริเวณซอยประสาทสุข เย็นอากาศ บนพื้นที่ 3 ไร่เศษ ซึ่งจะเป็นบ้านรูปแบบใหม่ มีจำนวนเพียง 20-25 ยูนิต ราคา 40-45 ล้านบาท มูลค่าโครงการประมาณ 1,100 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ในระหว่างการออกแบบ

 

จ่อผุดออฟฟิศเกรดเอ ย่านเพลินจิตค่า1หมื่นล้าน

นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาอาคารสำนักงานเกรดเอ นวัตกรรมใหม่ ย่านเพลินจิต ตรงข้ามห้างฯเซ็นทรัล เอ็มบาสซี บนพื้นที่ 6 ไร่เศษ พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 100,000-110,000 ตารางเมตร โดยสัดส่วน 90% จะเป็นพื้นที่อาคารสำนักงาน และที่เหลืออีก 10% จะเป็นพื้นที่ค้าปลีก รวมมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ในระหว่างการออกแบบ โดยจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในเดือนตุลาคม 2560 นี้ คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2563 และจะเริ่มรับรู้รายได้ในปี 2565

 

นอกจากนี้บริษัทยังสนใจที่จะลงทุนธุรกิจโรงแรมในภาคใต้ด้วย ซึ่งอาจจะเป็นจ.ภูเก็ต เพราะเป็นภาคที่มีการเติบโตของการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทมีความสนใจมองหาที่ดินและทำเลที่เหมาะสมในเมืองท่องเที่ยวของภาคใต้เพื่อพัฒนาเป็นโรงแรม

 

สำหรับแผนการขยายการลงทุนไปต่างประเทศนั้น ภายในระยะเวลา 12-18 เดือน ได้เล็งการลงทุนในรูปแบบของการร่วมทุนกับพันธมิตรท้องถิ่นในประเทศแถบเอเชีย ขณะนี้อยู่ในระหว่างการเจรจา จึงยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ส่วนธุรกิจอื่นๆก็หาโอกาสในการลงทุนทั้งธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม(F&B)  และพลังงาน ซึ่งต้องประเมินว่าธุรกิจไหนที่จะสร้างรายได้ให้มากที่สุดจึงจะเข้าไปลงทุน

ด้านการเปิดโครงการในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้บริษัทเตรียมเปิดการขายพรีเซลโครงการเดอะ ลอฟท์ สีลม (The Loft)ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ 2 ไร่เศษ เป็นคอนโดฯสูง 37 ชั้น ขนาด 34-354 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นที่ 7 ล้านบาทขึ้นไป จำนวน 268 ยูนิต  รวมมูลค่าโครงการ 3,500 ล้านบาท โดยมีกำหนดแล้วเสร็จและทยอยโอนในปลายไตรมาส3/2563

 

อย่างไรก็ตามในช่วง 3-5 ปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ที่ 13,000-15,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตประมาณ 3 เท่าตัว และในปีนี้คาดว่าจะมีรายได้ที่ 3,000-4,000 ล้านบาท โดยบริษัทจะมีการทยอยรับรู้รายได้จากมูลค่ายอดขายรอโอน (Backlog) ที่มีอยู่ 3,300-3,500 ล้านบาท โดยโครงการที่อยู่ใน Backlog ที่อยู่ระหว่างการโอน คือ โครงการ The Loft เอกมัย ที่มียอดขาย 98% และโอนไปแล้ว 40% เหลือการโอนอีก 60% ส่วนโครงการ The Loft อโศกที่มียอดขาย 75% จะมีกำหนดโอนในช่วงปี 2561 ส่วนมูลค่าสต็อกของบริษัททั้งหมด 5,200-5,400 ล้านบาท จะมาจากโครงการ 185 ราชดำริ ,โครงการ The River และโครงการ The Loft เอกมัย เป็นต้น

 

มั่นใจตลาดอสังหาฯไทยอนาคตยังสดใส

สำหรับภาพรวมตลาดอสังหาฯ ในประเทสไทยเมื่อเทียบกับประเทศต่างๆในเอเชียถือว่ายังมีแรงกระตุ้น และยังมีโอกาสที่น่าลงทุนอีกมาก เพราะสิงคโปร์ และมาเลเซีย การลงทุนในธุรกิจอสังหาฯเริ่มลดลง ขณะที่ในอินโดนีเซีย ก็เริ่มนิ่ง ส่วนจีนการฟื้นตัวก็เป็นไปอย่างช้าๆ ซึ่งโดยภาพรวมแล้วอสังหาฯในประเทศไทยไม่ได้แย่อย่างที่คิด แม้ว่าในปีนี้จะไม่ค่อยมีการเปิดตัวโครงการใหม่กันมากเช่นปีที่ผ่านๆมา เพราะส่วนใหญ่จะเป็นการระบายสต็อกเก่าให้หมดไป และกลับเป็นผลดีสำหรับผู้ประกอบการที่จะสามารถวางแผนการพัฒนาโครงการในอนาคตได้ต่อไป แต่สิ่งที่รู้สึกเป็นกังวลในปีนี้ยังคงเป็นเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์ ที่ผู้ประกอบการหลายรายลูกค้าไม่สามารถโอนฯได้ตามที่กำหนด เนื่องจากสถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ

 

การที่อสังหาฯไทยยังน่าลงทุน เพราะการลงทุนของภาครัฐที่มีแผนการขยายเส้นทางการคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ขณะที่กำลังซื้อในปัจจุบันแม้ว่าอาจจะยังคงชะลอตัวอยู่บ้าง แต่ยังมีแนวโน้มที่ค่อยๆฟื้นตัวขึ้น ตามแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ประกอบกับภาครัฐยังมีมาตรการออกมาสนับสนุนและกระตุ้นเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีชาวต่างชาติที่ยังมีความสนใจเข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์ไนประเทศไทย ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยยังมีความต้องการที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

 

นายเอเดรียน กล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม-มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการเปิดตัวคอนโดฯรวมประมาณ 28,000 ยูนิต โดยมีจำนวนกว่า 900 ยูนิต ที่เป็นคอนโดฯราคาสูงกว่า 10 ล้านบาท และระดับราคายังสามารถเติบโตได้ดี ดีมานด์ยังมีความแข็งแกร่งและไม่ค่อยมีความเสี่ยงในเรื่องอัตราการปฏิเสธสินเชื่อทำให้อัตราการปฏิเสธสินเชื่อของบริษัทอยู่ในระดับ 1% ซึ่งต่ำกว่าอัตราการปฏิเสธสินเชื่อของตลาดที่ 15-20% ทำให้บริษัทมีความเสี่ยงในด้านการโอนและรับรู้รายได้ที่น้อยมาก

 

** prop2morrow โดย คุณวาสนา กลั่นประเสริฐ  เบอร์โทร.02-632-0645 E-mail : was_am999@yahoo.com

Comments

comments