บิ๊กเทมเพิลตัน พร้อมสนับสนุน “PACE” ในฐานะนักลงทุนและพันธมิตร

Home » ข่าว » บิ๊กเทมเพิลตัน พร้อมสนับสนุน “PACE” ในฐานะนักลงทุนและพันธมิตร

บิ๊กเทมเพิลตัน พร้อมสนับสนุน “PACE” ในฐานะนักลงทุนและพันธมิตร

Posted on

 

นายสรพจน์ เตชะไกรศรี(ที่3จากขวามือ) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น (PACE) ให้การต้อนรับ ดร.มาร์ค โมเบียส (ที่2จากซ้ายมือ)ประธาน Templeton Emerging Markets Group เข้าเยี่ยมชมโครงการมหานคร  พร้อมเชื่อมั่นลงทุนใน PACE และพร้อมพร้อมสนับสนุนอย่างต่อเนื่องทั้งในฐานะนักลงทุนและพันธมิตร

 

นายสรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PACE  เปิดเผยว่า นับเป็นเกียรติที่ได้มีโอกาสต้อนรับ ดร.มาร์ค โมเบียส  ประธาน Templeton Emerging Markets Group ซึ่งได้เข้าลงทุนในหุ้น PACE ก่อนหน้านี้ โดยเราได้มีโอกาสนำชมโครงการมหานคร ซึ่งปัจจุบันได้เปิดให้บริการส่วนที่พักอาศัยแล้ว รวมถึงแลกเปลี่ยนมุมมองในการพัฒนาโครงการที่พักอาศัยตลอดจนวิสัยทัศน์ที่มีต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทย

 

เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส ในโครงการมหานคร ปัจจุบัน ได้เปิดให้บริการและมีลูกบ้านย้ายเข้าอยู่แล้ว โดยประกอบด้วยที่พักอาศัยพร้อมเข้าอยู่ 209 เรสซิเดนซ์ ขนาดตั้งแต่ 125-844 ตารางเมตร  มียอดขายแล้ว 75% นับเป็นที่พักอาศัยที่มีศักยภาพในการรองรับผู้อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ทั้งไทยและต่างชาติ ด้วยรูปแบบบริการระดับตำนานของเดอะ ริทซ์-คาร์ลตันและการออกแบบระดับโลก

 

จากมูลค่าโครงการมหานครรวมกว่า 3 หมื่นล้านบาท เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส ซึ่งเป็นส่วนที่พักอาศัยมีมูลค่าประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท โดยสามารถโอนและรับรู้รายได้แล้วราว 4 พันล้านบาท และจะทยอยโอนอีก 6 พันล้านบาทภายในสิ้นปีนี้ นอกจากนี้ มาร์ค โมเบียสยังได้เยี่ยมชมส่วนอื่นๆ ของโครงการมหานคร  ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่สามารถสร้างการรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ส่วนรีเทล มหานคร คิวบ์ โรงแรมบางกอก เอดิชั่น รวมถึง จุดชมวิวออบเซอร์เวชั่นเด็คและรูฟท็อปบาร์ที่สูงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งพร้อมเปิดให้บริการในปีหน้า

 

“ดร. มาร์ค โมเบียส ถือเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นระยะยาวของบริษัท และการเยี่ยมชมโครงการมหานครในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีในการแสดงศักยภาพและความแข็งแกร่งของบริษัท ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นจากความสำเร็จของมหานครในวันนี้” นายสรพจน์กล่าวทิ้งท้าย

 

ทั้งนี้ ปัจจุบัน เพซมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 3.7 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 1/2560 บริษัทมี แบ็คล็อครวมทุกโครงการอยู่ที่ประมาณ 1.54 หมื่นล้านบาท จะรับรู้รายได้ในช่วงที่เหลือปีนี้ราว 8.4 พันล้านบาท โดยจะมีการขายเพิ่มเติมอีกราว 2 พันล้านบาทในปีนี้

 

Comments

comments