โบรกเกอร์นอกส่งสัญญาณตลาดบ้าน-คอนโดฯไฮเอนด์ชะลอตัว

Home » ข่าว » โบรกเกอร์นอกส่งสัญญาณตลาดบ้าน-คอนโดฯไฮเอนด์ชะลอตัว

โบรกเกอร์นอกส่งสัญญาณตลาดบ้าน-คอนโดฯไฮเอนด์ชะลอตัว

Posted on

โบรกเกอร์อสังหาฯ “CBRE-คอลลิเออร์สฯ”เผยตลาดบ้านหรูชะลอตัวยาว โดยเฉพาะกลางเมืองเงียบไม่มีเปิดตัวใหม่ ครึ่งปีแรก60 พบผุดเพียง 7 โครงการในทำเลโซนตะวันออกกทม. จำนวน 225 ยูนิต มูลค่ากว่า 8,000 ล้านบาท ด้านคอนโดฯไฮเอนด์ใหม่ลดลง 46% เหลือเพียง 1,009 ยูนิต ขณะที่ต่างชาติเชื่อมั่นโครงการที่มีเชนระดับอินเตอร์ฯบริหารเท่านั้น

นางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบี ริชาร์ดเอลลิส (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CBREเปิดเผยถึงภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ โดยเฉพาะบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ในทำเลย่านใจกลางเมือง ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ไม่มีการเปิดตัวโครงการใหม่ ยกเว้นในทำเลรอบนอกเมือง  แต่พอมาในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2560 พบว่ามีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด มีโครงการบ้านเดี่ยว – ทาวน์เฮาส์เปิดใหม่ มีเพียง 7 โครงการ จำนวน 225 ยูนิต มูลค่าโครงการรวมกว่า 8,000 ล้านบาท  ในระดับราคา 15-80 ล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ในทำเลกรุงเทพโซนตะวันออก ได้แก่ พระโขนง สวนหลวง ประเวศ ลาดพร้าว พัฒนาการ เกษตร-นวมินทร์

 

ทั้งนี้หากนับรวมตัวเลขสะสมของโครงการบ้านระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ที่มีการเปิดตัวตั้งแต่ปี2557 – 2560 พบว่ามีโครงการเปิดตัวใหม่สะสมเพียง 610 ยูนิต มูลค่า 21,500 ล้านบาท แบ่งเป็นทำเลรอบนอกเมืองจำนวน 493 ยูนิต ส่วนทำเลกลางเมืองมีจำนวน 117 ยูนิต แบ่งเป็นในปี 2558 เปิดตัว จำนวน 65 ยูนิต, ปี 2559 เปิดตัวยำนวน49 ยูนิต ขณะที่ 6 เดือนแรกปี 2560 ไม่มีโครงการเปิดใหม่ในทำเลกลางเมืองเลย

 

ส่วนโครงการคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์พบว่า การเปิดตัวโครงการใหม่ลดลง 46% เหลือเพียง 1,009 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 4,346 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2559 ที่มีการเปิดตัวโครงการใหม่ 1,884 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 3,752 ล้านบาท  โดยเฉพาะในทำเลใจกลางเมืองหรือย่านซีบีดี พบว่ามีโครงการเปิดใหม่เพียง 1 โครงการ คือ โครงการสวนบัว เรสสิเดนซ์ ย่านซอยอารีย์ 1- ราชครู จำนวน 54 ยูนิต

 

โดยระดับราคาคอนโดฯในปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 292,800 บาท/ตารางเมตร ซึ่งตัวเลขดังกล่าวได้ปรับเพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่ผ่านมา จำนวน 24% จากราคาเฉลี่ย 235,429 บาท/ตารางเมตร ส่งผลให้มูลค่าโครงการที่เปิดใหม่มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น 16%

 

ด้านนายสุรเชษฐ กองชีพ รองผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและพัฒนา บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ในช่วงที่ผ่านมาพบว่าตลาดชะลอตัวลง โครงการเปิดใหม่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนหนึ่งเกิดจากผู้ประกอบการได้เปิดตัวโครงการระดับดังกล่าวไปมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา และรู้ดีว่ากลุ่มลูกค้าของตลาดนี้มีจำนวนจำกัด รวมไปถึงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว จึงพัฒนาสินค้าออกมาน้อยลงตามภาวะตลาด ขณะที่กลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ ไม่นิยมซื้อโครงการระดับลักซ์ชัวรี่ หากจะซื้อจะนิยมซื้อโครงการที่มีเชนระดับอินเตอร์เนชั่นแนลเข้ามาบริหารหลังการขาย เพื่อความเชื่อมั่น หรือนิยมซื้อสินค้าที่มีราคา 200,000 บาท/ตารางเมตรขึ้นไป

 

สำหรับตลาดคอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่ในช่วง 3 – 4 ปีที่ผ่านมาเริ่มมีโครงการคอนโดมิเนียมที่มีราคาขายมากกว่า 300,000 บาท/ตารางเมตรเปิดขายมากขึ้นโดยเฉพาะในปี 2558 ตลาดคอนโดมิเนียมที่มีราคาขายมากกว่า 300,000 บาท/ตารางมตรขึ้นไปก็ยังมีคนสนใจจะซื้ออยู่ โดย ณ ปัจจุบันมีจำนวนรวมทั้งหมดประมาณ 3,477 ยูนิต ขายไปได้ 65% แสดงให้เห็นว่าคอนโดมิเนียมระดับนี้ได้รับความสนใจในระดับหนึ่ง รวมทั้งได้รับความสนใจจากผู้ซื้อชาวต่างชาติไม่น้อย แต่ในปี 2559 จำนวนของโครงการระดับนี้คงลดลงกว่าปีก่อนหน้านี้เพราะสต็อกเก่ายังเหลือขายอยู่อีกมาก และยังไม่มั่นใจในภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยที่มีผลโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์รวมทั้งคอนโดมิเนียมระดับนี้มีเปิดขายมากมายและมีคนจำนวนหนึ่งที่ซื้อไปก่อนหน้านี้แล้ว

 

ทั้งนี้จากการสำรวจโครงการคอนโดมิเนียมระดับราคาตั้งแต่ 300,000 บาท/ตารางเมตรขึ้นไป พบว่าในช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2560 มีโครงการเปิดใหม่ จำนวน 1,059 ยูนิต ขณะที่ปี 2559 มีจำนวน 673 และ 1,402 ยูนิต

 

โดยโครงการคอนโดมิเนียมในระดับราคานี้ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) โดยเฉพาะพื้นที่ตามแนวถนนสุขุมวิท เพราะปัจจัยหลักเรื่องของราคาที่ดินตามแนวถนนสุขุมวิทมีราคามากกว่า 1.5 ล้านบาทต/ตารางวาขึ้นไปทำให้ใครก็ตามที่ซื้อไปต้องพัฒนาโครงการระดับราคามากกว่า 250,000 บาท/ตารางเมตรขึ้นไปจึงเป็นอีกเหตุผลที่มีโครงการระดับนี้อยู่ในทำเลนี้มากที่สุด

 

โดยกลุ่มผู้ซื้อคอนโดมิเนียมในระดับนี้อาจจะมีอยู่ไม่มากนัก ผู้ประกอบการที่เปิดขายโครงการระดับนี้จึงมีการขยายฐานผู้ซื้อไปยังตลาดต่างประเทศด้วยเพื่อจะได้มีกำลังซื้อเข้ามาชดเชยกำลังซื้อคนไทย นอกจากนี้ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมในระดับนี้ยังคงมีการขยายตัวในอัตราที่ไม่สูงมากนักต่อไปโดยอาจจะมีโครงการระดับราคานี้เปิดขายต่อไปไม่มากเพราะผู้ประกอบการยังต้องคำนึงถึงกำลังซื้อที่เป็นคนไทยที่ไม่ได้สูงมากนัก อีกทั้งกำลังซื้อชาวต่างชาติเองก็ไม่ได้สูงเพราะยังคงต้องการซื้อคอนโดมิเนียมที่มีราคาขายต่ำกว่าในประเทศของพวกตนเป็นหลัก

 

** prop2morrow โดย คุณวาสนา กลั่นประเสริฐ  เบอร์โทร.02-632-0645 E-mail : was_am999@yahoo.com

Comments

comments