สมาคมอสังหาฯผนึกบตท.ดึงNon-Bankปล่อยกู้บ้าน

Home » ข่าว » สมาคมอสังหาฯผนึกบตท.ดึงNon-Bankปล่อยกู้บ้าน

สมาคมอสังหาฯผนึกบตท.ดึงNon-Bankปล่อยกู้บ้าน

Posted on

สมาคมอสังหาฯจับมือบตท.ดึงNon-Bankปล่อยสินเชื่อเพิ่มทางเลือกผู้ซื้อบ้าน หวังลดยอดรีเจค คาดยอดไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท พร้อมเตรียมจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่37 กระตุ้นยอดขายปลายปี

 

นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์อสังหาริมทรัพย์ครึ่งปีหลัง 2560 มีกระแสปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ทำให้ส่งผลกระทบต่อตลาดค่อนข้างมาก โดยสะท้อนจากการปรับกลยุทธ์ของผู้ประกอบการทั้งรายกลาง-ใหญ่ ที่เปลี่ยนเทรนด์แห่กันร่วมทุนกับพันธมิตรต่างชาติเพิ่มมากขึ้น โดยร่วมพัฒนาโครงการเมกะโปรเจกต์ หันมาเปิดโครงการใหม่ในลักษณะมิกซ์ยูส อีกทั้งมีการขยายฐานกลุ่มลูกค้าไปทั่วประเทศ และเน้นทำรายได้ในต่างจังหวัดมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังคงโหมจัดกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อระบายสต๊อกสินค้าที่มีอยู่ในมืออีกด้วย

 

ทั้งนี้การที่ต่างชาติมาร่วมทุนกับผู้ประกอบการไทย แปลว่าศักยภาพประเทศไทยยังมี เชื่อว่าในปลายปีนี้จะเห็นต่างชาติเข้ามาร่วมทุนกับผู้ประกอบการไทยอีกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งระยะแรกอาจจะเป็นการร่วมทุนก่อนเพียง1-2 โครงการ หากสามารถร่วมทุนกันได้ดีก็อาจจะมีการร่วมทุนโครงการระยะยาวในอนาคต เพราะภาครัฐมีความชัดเจนในการลงทุนด้านระบบสาธารณูปโภค โดยเฉพาะรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ

 

“ด้านฝั่งผู้บริโภคมีสัญญาณการซื้อที่ยังทรงตัวมาตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ปัจจุบันสถาบันการเงินได้เริ่มอนุมัติปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยในกลุ่มราคา 3 ล้านขึ้นไป ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ประเมินได้ว่าในครึ่งปีหลังตลาดจะมีอัตราการเติบโตขึ้น ส่วนเรื่องภาวะน้ำท่วมในขณะนี้ยังไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค เนื่องจากเป็นการเกิดขึ้นในพื้นที่จำกัด และคาดว่าจะหลายภาคส่วนจะช่วยกันบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้นได้ในเวลาอันสั้น สิ่งที่น่าจับตามองก็คือช่วงสิ้นปี ซึ่งเป็นช่วงที่หลายคนรอโบนัส และเป็นช่วงหลังพระราชพิธีสำคัญ ที่คนไทยอาจเริ่มคลายความโศกเศร้าลงบ้าง และเริ่มกลับมาจับจ่าย”นายพรนริศ กล่าว

 

ร่วมบตท.ดึงNon-Bankปล่อยกู้บ้าน

นายพรนริศ กล่าวต่อไปว่า จากการที่มีผู้ประกอบการบางรายให้ข่าวว่าโครงการของตนนั้นมียอดRejectสูงขึ้นถึง70% ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเป็นเพราะว่าผู้ประกอบการรายนั้นไม่คัดกรองลูกค้าก่อนส่งให้สถาบันการเงิน จึงมียอดรีเจคตีกลับมาทั้งหมด ซึ่งโดยภาพรวมของตลาดแล้วมียอดรีเจคไม่เกิน25% และในช่วง 5-6 เดือนที่ผ่านมา การเปิดตัวโครงการลดลงที่30% แต่จำนวนยูนิตลดลงไม่มาก

 

อย่างไรก็ดี ต้องพิจารณาร่วมกับมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ โดยเฉพาะบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งผู้ประกอบการรายกลาง-เล็กจะค่อนข้างเหนื่อยในเรื่องการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน และเพื่อลดปัญหาเรื่องยอดรีเจคจากสถาบันการเงิน สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยได้ร่วมกับบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย(บตท.) ศึกษาการขยายตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยไปยังผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงินและไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (Non-Bank)เช่น ลิสซิ่ง เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้าที่ต้องการสินเชื่อเพื่อกู้ซื้อบ้าน เนื่องจากที่ผ่านมาลูกค้าที่ต้องการกู้ซื้อบ้านถูกปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มสูงขึ้นมากในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาฯอย่างมาก

 

สำหรับรูปแบบการดำเนินการ บริษัทลิสซิ่งจะเป็นผู้ปล่อยสินเชื่อให้แก่ลูกค้าที่ต้องการซื้อบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่ถูกปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ ส่วนอัตราดอกเบี้ยจะสูงกว่าสินเชื่อทั่วไปประมาณ 2% หลังจากนั้นบริษัทลิสซิ่งสามารถนำพอร์ตสินเชื่อไปขายให้แก่ บตท. แล้วนำเงินไปปล่อยสินเชื่อต่อได้ จากเดิมที่บตท.ไม่สามารถซื้อหนี้จากสถาบันการเงินอื่นนอกจากธนาคารพาณิชย์ แต่ปัจจุบันบตท.อยู่ระหว่างแก้กฎหมายให้สามารถซื้อพอร์ตสินเชื่อบ้านจากสถาบันการเงินอื่นได้ คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายใน 3-4 เดือนข้างหน้านี้

 

“ที่ผ่านมาลิสซิ่งปล่อยสินเชื่อรถ สินเชื่ออย่างอื่นอยู่แล้ว แต่สินเชื่อบ้านเป็นสินเชื่อที่มีคุณภาพ แถมความเสี่ยงยังน้อยกว่าสินเชื่อประเภทอื่นมาก เพราะลูกหนี้ไม่สามารถยกบ้านหนีได้ สมาคมฯ คาดหวังว่าNon-Bankจะสามารถปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจอสังหาฯ ได้ไม่น้อยกว่า 20,000 ล้านบาท” นายพรนริศ กล่าว

 

จัดงานมหกรรมบ้านฯกระตุ้นยอดปลายปี

ส่วนนโยบายภาครัฐยังไม่มีแนวโน้มว่าจะออกนโยบายกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ออกมาแต่อย่างใด ซึ่งจากกำลังซื้อในช่วงที่ผ่านมายังอยู่ในระดับที่ทรงตัว เป็นไปตามที่ทั้ง 3สมาคม คือ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย และสมาคมอาคารชุดไทย คาดการณ์ ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการก็พยายามออกสินค้าใหม่ เปิดหน้าดินใหม่ พร้อมออกโปรโมชั่นกระตุ้นความสนใจผู้บริโภคกันอย่างต่อเนื่อง รวมถึงยังมีการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 37 ซึ่งเป็นกำลังสำคัญที่จะกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ในช่วงต้นไตรมาสสุดท้าย หากภาครัฐจะยื่นมือเข้ามาช่วยก็จะเป็นแรงผลักดันตลาดที่ดี แต่ต้องดูว่าโครงการในลักษณะไหนจะได้รับประโยชน์

 

สำหรับการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 37 ซึ่งเป็นความร่วมมือของ 3 สมาคมฯในขณะนี้อยู่ในช่วงการเตรียมความพร้อม โดยได้เริ่มวางกลยุทธ์การจัดงานและคอนเซ็ปต์งาน เพื่อให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัลและกระแสตลาด ทั้งนี้เพื่อต้องการตอบโจทย์ทั้งผู้ประกอบการและผู้เดินงานให้ได้มากที่สุด โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่   5-8 ตุลาคม 2560 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ บริเวณโซนซี ชั้น 1 ชั้น 2 และพลาซ่า ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีผู้ประกอบการมาร่วมออกบูธประมาณ 200 ราย รวมกว่า1,000 โครงการ มูลค่ากว่า100,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่นิยมโปรโมชั่นส่วนลดเงินสด โดยตั้งเป้ายอดขายในงาน 3,000-4,000 ล้านบาท และยอดหลังงานประมาณ  7,000 ล้านบาทขึ้นไป

 

 

Comments

comments