“แอสเซทไวส์”เปิดคอนโดฯแบรนด์ใหม่ “แอทโมซ ลาดพร้าว 71”

Home » ข่าว » “แอสเซทไวส์”เปิดคอนโดฯแบรนด์ใหม่ “แอทโมซ ลาดพร้าว 71”

“แอสเซทไวส์”เปิดคอนโดฯแบรนด์ใหม่ “แอทโมซ ลาดพร้าว 71”

Posted on

แอสเซทไวส์ฯสวนกระแสเศรษฐกิจปรับแผนพัฒนาปี60เพิ่มเป็น 6 โครงการ รวมมูลค่า 4,300 ล้านบาท ครึ่งปีหลังเปิดตัวคอนโดฯแบรนด์ใหม่ “แอทโมซ ลาดพร้าว 71” ชูจุดขายทำเลดี ราคาถูก ทั้งผนึกสตาร์พอัพนำเฮลท์ โซลูชั่นเอาใจลูกค้า มั่นใจโครงการไร้ดีมานด์เทียม-ยอดรีเจคน้อย รุกคืบหาที่ดินในเมืองอีก2-3 แปลง ทั้งปรับเป้ายอดขายเพิ่มเป็น4,000 ล้าน หวังโตปีละ10-20%

 

นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาฯในช่วงครึ่งปีหลัง2560 ว่าจะฟื้นตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ดีมานด์บางส่วนยังตัดสินใจช้า เพราะมีสินค้าให้เลือกมาก ประกอบกับมีความระมัดระวังในการซื้อสินค้ามากขึ้น ส่วนผู้ประกอบการรายเล็กก็ต้องพัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพ เพื่อที่จะสามารถแข่งกับรายใหญ่ได้ โดยผู้ที่ตัดสินก็คือลูกค้า เชื่อว่าหากมีการเลือกตั้งใหม่ตลาดจะกลับมาคึกคักมากขึ้น

สำหรับแผนการดำเนินงานของบริษัทเดิมทั้งปีมีแผนเปิดตั้งทั้งสิ้น 4 โครงการ รวมมูลค่า 2,600 ล้านบาท แต่เนื่องจากสามารถซื้อที่ดินที่มีศักยภาพและพัฒนาได้เร็วขึ้น จึงปรับแผนเพิ่มเป็น 6 โครงการ รวมมูลค่า 4,300 ล้านบาท ซึ่งในครึ่งปีแรกเปิดตัวไปแล้ว 4 โครงการ ส่วนในในครึ่งปีหลังจะเปิดตัวอีก 2 โครงการ รวมมูลค่า 2,300 ล้านบาท คือ โครงการ “แอทโมซ ลาดพร้าว 71” ซึ่งเป็นแบรนด์ใหม่ของบริษัท ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 7 ไร่ เป็นคอนโดฯสูง 8 ชั้น จำนวน 4 อาคาร ขนาด 23.85-54.32 ตารางเมตร ราคาขายเริ่มต้นที่1.49-3.5 ล้านบาท หรือเริ่มต้นที่67,000 บาท/ตารางเมตร จำนวน 740 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,780 ล้านบาท ถือว่าเป็นโครงการใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่บริษัทเข้ามาพัฒนาโครงการอสังหาฯ โดยจะเริ่มเปิดให้ลูกค้าเก่าจองก่อนในวันที่ 17 สิงหาคม 2560 นี้ ส่วนลูกค้าทั่วไปจะเปิดพรีเซลประมาณต้นเดือนกันยายนนี้ คาดว่าในช่วง 6 เดือน จะมียอดขายประมาณ 60%

“ด้วยดีไซน์มั่นใจว่าจะสามารถตอบโจทย์ลูกค้า และราคาที่เราเปิดขายถือว่าถูกที่สุดในย่านนี้ โดยเน้นห้องราคา1.5-2.5 ล้านบาท มากถึงกว่า70% เพราะเป็นลูกค้ากลุ่มเป้าหมายหลัก และเป็นโครงการแรกที่พัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ดิจิทัล ไลฟ์ ด้วยการร่วมมือกับสตาร์ทอัพ นำรูปแบบเฮลท์ โซลูชั่น มาใช้ เพื่อให้ลูกค้ามีสุขภาพที่ดี”นายกรมเชษฐ์ กล่าว

ทั้งนี้ปัจจุบันในย่านดังกล่าวซัพพลายใหม่แทบไม่มี จะมีเพียงโครงการพลัมคอนโด ของกลุ่มพฤกษาฯ ตั้งอยู่บริเวณโชคชัยสี่ ส่วนราคาที่ดินปัจจุบันอยู่ที่ราคา 150,000 บาท/ตารางวา เชื่อว่าเมื่อการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง(ลาดพร้าว-สำโรง)แล้วเสร็จ จะทำให้ราคาที่ดินปรับเพิ่งสูงขึ้นอีกประมาณ10-20%

ส่วนอีกโครงการคือ โมดิช รัชดา32 ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ เป็นคอนโดฯสูง 8 ชั้น ขนาด 25-45 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นที่ 1.9-3.5 ล้านบาท หรือประมาณ 90,000-95,000 บาท/ตารางเมตร จำนวนประมาณ 200 ยูนิต มูลค่าโครงการ 520 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดตัวประมาณต้นเดือนกันยายน

 

โดยในช่วงนี้บริษัทจะเน้นการพัฒนาโครงการแนวราบในสัดส่วนเพียง10%ซึ่งที่ดินในเมืองค่อนข้างหายาก แต่หากได้ที่ดินมีศักยภาพก็จะพัฒนาในทันทีแต่จะเน้นการพัฒนาโครงการประเภทคอนโดฯมากกว่าในสัดส่วน 90% โดยเน้นพัฒนาโครงการในทำเลที่ซัพพลายน้อย การแข่งขันไม่สูงแต่ให้ผลตอบแทนดี ที่ผ่านมาลูกค้าค่อนข้างตอบรับดี และจำกัดขายเพียงรายละไม่เกิน 2 ยูนิต เพื่อป้องกันดีมานด์เทียม ขณะเดียวกันยอดรีเจคของบริษัทก็ไม่มากมีเพียง 10-20% เท่านั้น เนื่องจากมีการคัดกรองลูกค้าล่วงหน้าถึง 3 เดือน และสัดส่วน 70% ที่ลูกค้าโอนจริง ส่วนอีก 20% จะมีความลังเล และอีก 10% อาจจะซื้อเพื่อขายต่อหวังผลกำไร

 

ขณะนี้บริษัทฯยังอยู่ในระหว่างการมองหาที่ดินในเมืองย่านรัชดาฯ,ห้วยขวางอีก2-3 แปลง เพื่อพัฒนาในรูปแบบคอนโดฯอย่างต่อเนื่องในปีหน้า

 

อย่างไรก็ตามในปีนี้บริษัทฯได้ปรับเป้ายอดขายเพิ่มเป็น 4,000 ล้านบาท จากเมื่อต้นปีที่ตั้งไว้ 2,600 ล้านบาท เนื่องจากในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาสามารถทำยอดขายได้ถึงกว่า2,200 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถโอนได้ 1,000 ล้านบาท จากปัจจุบันที่โอนไปแล้วกว่า 430 ล้านบาท จาก 2 โครงการ ซึ่งบริษัทฯตั้งเป้าเติบโตปีละประมาณ10-20%  ซึ่งจากการที่เน้นการพัฒนาคอนโดฯโลว์ไรส์ จึงทำให้สามารถรับรู้รายได้เร็ว

 

** prop2morrow โดย คุณวาสนา กลั่นประเสริฐ  เบอร์โทร.02-632-0645 E-mail : was_am999@yahoo.com

Comments

comments