“แสนสิริ”ปักหมุดผุดโครงการเจริญกรุงครั้งแรก

Home » ข่าว » ข่าว PR » “แสนสิริ”ปักหมุดผุดโครงการเจริญกรุงครั้งแรก

“แสนสิริ”ปักหมุดผุดโครงการเจริญกรุงครั้งแรก

Posted on

แสนสิริบุก 2 ทำเลใหม่ ปักหมุดเจริญกรุงครั้งแรก ผุด โฮมออฟฟิศ “สิริ สแควร์ เจริญกรุง 80”  และ “สิริ อเวนิว เพชรเกษม 81”  รวมมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท เผยเจริญกรุงที่ดินหายาก  เหตุราคาที่ดินสูงทะลุ 200,000 แสนบาท/ตารางวา ขณะที่เพชรเกษม ราคาที่ดินสูงดีดขึ้นเกือบ 60% ชี้ตลาดโฮมออฟฟิศและช็อปเฮาส์ ดีมานด์ยังสูงต่อเนื่อง มั่นใจตลาดยังสดใสเติบโตต่อไปในอนาคต

 

นายสมเกียรติ หงษ์ทรัพย์ภิญโญ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)หรือ SIRI  เปิดเผยว่าล่าสุดบริษัทฯได้รุกพัฒนาโฮมออฟฟิศและช็อปเฮาส์  2 ทำเลใหม่ คือเจริญกรุงและเพชรเกษม ทั้งนี้เนื่องจากมองเห็นศักยภาพทางธุรกิจของ 2 ทำเลดังกล่าวว่ายังมีสูง โดย “สิริ สแควร์ เจริญกรุง 80” เป็นโฮมออฟฟิศ ตั้งอยู่ใกล้เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนต์  ระดับราคา 10-30 ล้านบาท จำนวน 35  ยูนิต มูลค่าโครงการ 530 ล้านบาท

ตลาดโฮมออฟฟิศและช็อปเฮาส์ มี real demand สูงต่อเนื่อง โดยสำหรับย่านเจริญกรุงมีดีมานด์     โฮมออฟฟิศที่สูงมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเป็นทำเลที่สามารถเชื่อมสู่ใจกลางย่านธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว และในปัจจุบันไม่มีที่ดินในการพัฒนาโฮมออฟฟิศ เพราะหาที่ดินในการพัฒนายาก โดยปัจจุบันราคาที่ดินสูงทะลุ 200,000 แสนบาทต่อตารางวา เพิ่มขึ้น 10% จากปี 2559 ที่มีราคาอยู่ที่ 100,000-150,000 บาทต่อตารางวา จึงทำให้ สิริ สแควร์ เจริญกรุง 80 เป็นโฮมออฟฟิศโครงการเดียวในย่านเจริญกรุง แต่มีราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับราคาคอนโดมิเนียมในทำเลนั้น โดยราคา 55,000 บาทต่อตารางเมตร น้อยกว่าคอนโดมิเนียมที่ราคา 100,000 บาทต่อตารางเมตร

ส่วนอีกโครงการคือ “สิริ อเวนิว เพชรเกษม81″ ช็อปเฮาส์ใกล้เมืองบนพื้นที่ประมาณ 9 ไร่  ขนาดประมาณ 27 – 54.80 ตารางวา ระดับราคา 5-10 ล้านบาท จำนวน 93 ยูนิต มูลค่าโครงการประมาณ 530 ล้านบาท ซึ่งทำเลดังกล่าวถือว่ามีศักยภาพสูงในการดำเนินธุรกิจ เชื่อมต่อได้หลายเส้นทาง และอนาคตกำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่จะเปิดใช้บริการในปี 2562 จึงทำให้ราคาที่ดินดีดสูงขึ้นมาก โดยปัจจุบันราคาอยู่ที่ 50,000 บาทต่อตารางวา ขึ้นมาจาก 3 ปีก่อนที่มีราคาอยู่ที่ 32,000 บาทต่อตารางวา หรือเพิ่มขึ้นเกือบถึง 60% เชื่อว่าในอนาคตจะกลายเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจที่สร้างรายได้ในระยะยาวให้กับบริษัทต่อไป

 

 

Comments

comments