“ศุภาลัย”เปิด 3 คอนโดฯใหม่มูลค่า 5,770 ล้านบาทส่งท้ายปีดันยอดขาย2.7หมื่นล้าน

Home » ข่าว » Condominium » “ศุภาลัย”เปิด 3 คอนโดฯใหม่มูลค่า 5,770 ล้านบาทส่งท้ายปีดันยอดขาย2.7หมื่นล้าน

“ศุภาลัย”เปิด 3 คอนโดฯใหม่มูลค่า 5,770 ล้านบาทส่งท้ายปีดันยอดขาย2.7หมื่นล้าน

Posted on

“ศุภาลัย”ส่งท้ายปี60 เร่งเปิด 3 คอนโดฯใหม่มูลค่า 5,770 ล้านบาท หวังดันยอดขายสิ้นปีตามเป้า 2.7 หมื่นล้านบาท

 

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัทศุภาลัย  จำกัด(มหาชน) หรือSPALI เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 4 เดือนสุดของปีนี้ว่า ตลาดยังเติบโตได้ดี โดยในส่วนของบริษัทฯในเดือนกันยายนนี้จะเปิดตัวคอนโดมิเนียม 3 โครงการใหม่ใน 3 ทำเลรวมมูลค่า 5,770 ล้านบาท ซึ่งเป็น 3 โครงการคอนโดฯที่เปิดส่งท้ายปี 2560 และเชื่อมั่นว่าจะผลักดันยอดขายรวมให้ได้ตามเป้าที่ต้งไว้คือ 27,000 ล้านบาท

โครงการ ศุภาลัย ลอฟท์ สถานีแยกไฟฉาย บนพื้นที่กว่า 2 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่สีน้ำตาล พัฒนาเป็นอาคารสูง 24 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 366 ยูนิต ร้านค้า 4 ยูนิต ราคาขายเริ่มต้น 2.17 ล้านบาท รวมมูลค่า 1,170 ล้านบาท คาดก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2563 โดยแบ่งเป็นห้องชุดพักอาศัย ดังนี้

ประเภท 1 ห้องนอนขนาดพื้นที่ใช้สอย 35.0-35.5 ตารางเมตร(ตร.ม.)ราคาขายเริ่ม 2.17 ล้านบาท ต่อยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 36% ประเภท 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 47 ตร.ม ราคาขายที่ 2.76 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 42% และประเภท 2 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 71.0-77.5 ตร.ม.ราคาขายเริ่มที่ 4.37 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 22 %

หากมองถึงปริมาณห้องชุดโดยรวมในทำเลดังกล่าวนั้นในช่วงที่ผ่านมามีห้องชุดในคอนโดมิเนียมที่เปิดขายประมาณ 4,258 ยูนิต ปัจจุบันขายไปแล้ว 3,028 ยูนิต หรือคิดเป็นสัดส่วน71% และหากลงลึดในรายละเอียดจะพบว่าห้องชุดระดับราคา 3 ล้านบาทขึ้นไปมีอยู่ประมาณ 570 ยูนิต มีการขายออกไปแล้วที่ 515 ยูนิตหรือคิดเป้นอัตราการขายสูงถึง 90% ส่วนราคาที่ดินนั้น ปัจจุบันมีการซื้อ-ขายตั้งแต่ 2.5 แสนบาทต่อตารางวา (ตร.ว.)

โครงการศุภาลัย ปาร์ค สถานีสวนพลู  บนเนื้อที่ 4 ไร่ พัฒนาเป็นอาคารสูง 34 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 785 ยูนิต ร้านค้า 3 ยูนิตราคาขายเริ่มต้น 1.61 ล้านบาท ต่อยูนิต มูลค่า 1,800 ล้านบาทคาดก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2563 แบ่งเป็นห้องชุดพักอาศัย ดังนี้ ประเภทห้องสตูดิโอ พื้นที่ใช้สอย 27.5-28.5 ตร.ม.ราคาเริ่ม1.61 ล้านบาทต่อยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 47% ประเภทห้องชุดขนาด 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 35.0-49.0 ตร.ม. ราคาขาย 2.13 ล้านบาท ต่อยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 44% และห้องชุดประเภท 2 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 60.5-72.5 ตร.ม.ราคาขายเริ่ม 3.69 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่น 9%

 

นายไตรเตชะ กล่าวว่า ทำเลดังกล่าวมีความต้องการอย่างต่อเนื่องและห้องชุดที่เปิดขายก็เหลือจำนวนไม่มากนัก และระดับราคาที่ผู้บริโภคต้องการมากสุดคือราคา 1-2 ล้านบาทซึ่งมีความต้องการมากว่า50% กล่าวคือ ในจำนวนห้องชุดที่เปิดขายทั้งหมด ประมาณ 8,283 ยูนิต นั้นได้มีการขายไปแล้ว 5,862 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 70.8% ซึ่งหากมองในรายละเอียดพบว่า ห้องชุดระดับราคา1-2 ล้านบาทต่อยูนิตนั้นมีสัดส่วน 1,487 ยูนิต สามารถขายไปได้ 1,287 ยูนิต หรือคิดเป็นสัดส่วน 86.6%  ส่วนราคาซื้อ-ขายที่ดินนั้นปัจจุบันไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาทต่อตร.ว.สูงกว่าเมื่อ 2ปีก่อนที่บริษัทฯซื้อที่ดินแปลงโครงการศุภาลัย ปาร์ค สถานีสวนพลู  ในราคา 2 แสนบาท(-,+)ต่อตร.ว.

 

โดยทั้ง2 โครงการดังกล่าวจะเปิดขายระหว่างวันที่ 7-13 ก.ย.นี้ ที่ เดอะมอลล์ ท่าพระ และได้ตั้งเป้ายอดขายแต่ละโครงการที่ 50%

ส่วนโครงการที่ 3 จะเปิดขายระหว่างวันที่ 22-24 ก.ย.นี้ที่สำนักงานขายโครงการ คือ ศุภาลัย พรีเมียร์ เจริญนคร บนเนื้อที่ 5 ไร่ เป็นอาคารสูง 26 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 578 ยูนิต ร้านค้า 6 ยูนิตราคาขายเริ่มต้น 3.1 ล้านบาทมูลค่าโครงการรวม 2,800 ล้านบาทคาดจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2564 แบ่งเป็นห้องพักอาศัย ดังนี้ ประเภท 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 34.5 ตร.ม.ราคาขาย 3.1 ล้านบาทต่อยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 16 %, ประเภท1ห้องนอนขนาดพื้นที่ใช้สอย 48.0-55 ตร.ม.ราคาขายเริ่ม 4.11 ล้านบาทต่อยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 70% และประเภท 2 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 73.0-85.5 ตร.ม.ราคาขายเริ่ม 6.11ล้านบาท ต่อยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 14%

 

“ยังคงมองว่าธุรกิจอสังหาฯเติบโตได้ในทิศทางที่ดี เพราะมีปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนในโครงข่ายรถไฟฟ้าสายต่างๆที่จะเชื่อมต่อพื้นที่กรุงเทพฯ และฝั่งธนบุรี ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม และรถไฟฟ้าสายสีทอง จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการขยายตัวของศูนย์กลางธุรกิจบนทำเลฝั่งธนบุรีในอนาคต”นายไตรเตชะ กล่าวให้ความเห็น

 

ในปีนี้บริษัทคาดว่าแนวโน้มรายได้จะสามารถทำได้เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ 24,500 ล้านบาท โดยบริษัทคาดว่าจะมียอดโอนเข้ามาในช่วงครึ่งปีหลังประมาณ 10,300 ล้านบาท จากมูลค่ายอดขายรอโอน (Backlog) ทั้งหมดในครึ่งปีแรกอยู่ที่ 37,400 ล้านบาท ในส่วนของยอดขายในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะสูงกว่าครึ่งปีแรกที่ทำยอดขายได้ 13,300 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถทำยอดขายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 27,000 ล้านบาท

 

Comments

comments