“EBD” Extension Business District – ทำเลศักยภาพน้องใหม่ ส่วนต่อขยาย BTS สายสีเขียว ทำเลเนื้อหอม ของนักลงทุน!

Home » บทความ » Reccomended Article » “EBD” Extension Business District – ทำเลศักยภาพน้องใหม่ ส่วนต่อขยาย BTS สายสีเขียว ทำเลเนื้อหอม ของนักลงทุน!

“EBD” Extension Business District – ทำเลศักยภาพน้องใหม่ ส่วนต่อขยาย BTS สายสีเขียว ทำเลเนื้อหอม ของนักลงทุน!

Posted on

คงจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้คอนโดตามเส้นรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวในระยะทางไม่เกิน 1 กิโลเมตร ที่มีราคาต่อตารางเมตรต่ำกว่าหนึ่งแสนบาทนั้นค่อนข้างหายาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นโครงการจาก Developer ที่มีชื่อเสียง มีส่วนกลางที่เหมาะสมและใช้งานได้จริง และตัวอาคารมีการออกแบบที่สวยงาม

สาเหตุที่เราต้องโฟกัสที่รถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวเป็นหลัก เพราะรถไฟฟ้าเส้นนี้ เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของกรุงเทพสำหรับระบบขนส่งมวลชน อีกทั้งโครงการคอนโดมิเนียมตามแนวเส้นรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวก็มีอัตราการเติบโตที่สูงมากอย่างต่อเนื่องและมีทั้ง Demand ในการเช่าและซื้อต่อเป็นอย่างดี

ซึ่งเมื่อเทียบจากแนวเส้นทางของรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวแล้ว เส้นสุขุมวิทดูจะมีความน่าสนใจมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงสุขุมวิทตอนปลาย ที่ทั้งราคาต่อตารางเมตรที่ยังไม่แพง ใกล้กับความเจริญและสิ่งอำนวยความสะดวก ใกล้แหล่งงานและย่านธุรกิจขนาดใหญ่ สามารถเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็ว และมีโอกาสในการทำกำไรและมี Demand เข้ามารองรับอยู่เรื่อยๆ

อีกทั้งในอนาคต บริเวณนี้ยังมีปัจจัยบวกจำนวนมากที่จะเข้ามาสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างมหาศาลให้กับการลงทุนในย่านนี้ไม่ว่าจะเป็น อาคาร M Tower ที่สถานี BTS บางจากที่เพิ่งจะเสร็จไปในปีนี้, อาคารสำนักงาน Whizdom 101 ที่สถานี BTS ปุณณวิถี, อาคารสำนักงาน Bhiraj Tower at Bitec และ ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อย่าง The Bangkok Mall ที่สถานี BTS บางนา, โครงการกว่า 400 ไร่ของ Mega City Bangna ที่จะขยายเพิ่มมากขึ้น, โครงการ Summer Lasalle กว่า 60 ไร่ ที่สถานี BTS แบริ่ง

จะเห็นได้ว่าปัจจัยต่างๆจะเข้ามาส่งผลให้ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์มีราคาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงปริมาณผู้เช่าและผู้มองหาห้องชุดมือสองเพื่อพักอาศัยที่จะต้องย้ายเข้ามาอีกปริมาณมหาศาล

แล้วย่านไหนละ ที่น่าลงทุน?

สำหรับสุขุมวิทตอนปลายแล้ว ย่านที่มีความน่าสนใจสำหรับกลุ่ม Real Demand (ที่ถือว่าเป็นการลงทุนที่ยั่งยืนเพราะมีความต้องการเข้ามาอย่างต่อเนื่อง) ที่รองลงมาจากอ่อนนุช ก็จะเป็นสถานีอุดมสุข และ สถานีแบริ่ง (สุขุมวิทฝั่งเลขคี่) เพราะด้วยปัจจัยทางกายภาพที่เป็นถนนขนาดใหญ่ตั้งแต่ 4 เลนขึ้นไปและยังมีพื้นที่รอการพัฒนาอีกจำนวนมาก ทำให้สามารถขึ้นโครงการขนาดใหญ่ในอนาคต อุดมสุขและแบริ่งยังเป็นถนนที่เชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างสุขุมวิทและศรีนครรินทร์ที่เป็นเส้นที่มีความเจริญมากทั้งสองเส้น อีกทั้งถนนทั้งสองเส้นนี้ยังจะมีโครงการรถไฟฟ้าวิ่งผ่านทั้งสองเส้น (สายสีเหลืองบนเส้นศรีนครินทร์) ทั้งสองเส้นนี้เต็มไปด้วยชุมชนที่อยู่อาศัยและปัจจัยพื้นฐานที่จะอำนวยความสะดวกให้กับการอยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็นตลาดสด ร้านอาหารตั้งแต่ร้าน Local ที่มีชื่อเสียงไปจนถึงร้านอาหารอย่างดี ร้านสะดวกซื้อ ร้านขายยาและคลินิคต่างๆ และ Supermarket อย่าง Makro Food Service ในอุดมสุข เป็นต้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เป็นแม่เหล็กอย่างดีที่จะดึงดูด Real Demand เข้ามาพักอาศัยได้เป็นอย่างดี และยังเป็นแม่เหล็กที่จะดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาพัฒนาที่ดินให้เป็น Retail หรือ Community Mall ในอนาคต

ซึ่งถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 5-6 ปีก่อน จะเห็นได้ว่า เส้นอุดมสุขและแบริ่ง มีความคล้ายคลึงกับเส้นอ่อนนุชในอดีตมาก จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ในอนาคตจะมีการพัฒนาที่ดำเนินรอยตามกันอย่างแน่นอน

แล้วใครจะมาเช่า?

ก็คงเหมือนกับอ่อนนุชเมื่อ 5-6 ปีก่อนนั้นแหละ ที่อาจจะดูเหมือนไกลเมืองมาก ไม่น่าอยู่ แต่อย่าลืมคิดถึงความเป็นจริงที่ว่า ราคาอสังหาฯ นับวันมีแต่จะสูงขึ้นๆ ซึ่งนั้นหมายว่าราคาค่าเช่าที่จะสูงขึ้นตามมาด้วย ทำให้ผู้เช่าที่เคยอยู่ย่านอ่อนนุช จะต้องถูกแบบออกด้วยราคาค่าเช่าที่สูงขึ้นเรื่อยๆในแต่ละปี โดยหากคาดคะเนจากผู้เช่าในย่านอ่อนนุชทุกวันนี้ที่จะต้องถูกบีบออกไปในอนาคตก็จะเป็นกลุ่มคนทำงาน นักศึกษามหาลัย และ expat ที่ไม่ใช่ระดับ management เช่น ครูชาวต่างชาติในโรงเรียนนานาชาติ ชาวฟิลิปปินส์ รวมถึงกลุ่มญี่ปุ่นและเกาหลีบางส่วน เป็นต้น

แล้วใครจะมาซื้อต่อ?

แน่นอนว่ากลุ่มที่จะมีความต้องการในการซื้อคอนโดในย่านที่เหมาะแก่การอยู่อาศัย ใกล้แหล่งงาน และอาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์ในราคาไม่สูงมากก็จะต้องเป็นกลุ่ม First Jobber ที่มีกำลังในการซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองในราคาไม่สูงมากและไม่อยากอยู่ไกลเกินกว่าแบริ่ง และอีกกลุ่มนึงคือนักลงทุนชาวต่างชาติที่ยังเข้าลงทุนในคอนโดมิเนียมในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

แล้วมีโครงการไหน ที่น่าสนใจบ้าง?

วันนี้เราจะหยิบเอา 4 โครงการของ Developer ที่กำลังมาแรงของปีนี้ อีกทั้งยังมี Location และราคาที่น่าสนใจมากให้ดูกัน

Notting Hill สุขุมวิท 105

ระยะห่างเพียง 400 เมตร BTS แบริ่ง พร้อมส่วนกลางขนาดใหญ่ทั้งสวนพักผ่อนที่บริเวณชั้น 1 และดาดฟ้าของทุกอาคารพักอาศัย มีสระว่ายน้ำถึง 2 สระ และ 105 Clubhouse คลับเฮาส์ส่วนตัวแห่งเดียวบนสุขุมวิท105 รายล้อมด้วยตลาด ร้านอาหาร และร้านสะดวกซื้อ ภายในซอย 105 ยังจะมีโครงการ Summer Lasella ที่เป็น Office Campus, Community Mall และพื้นที่สีเขียว รวมกว่า 60 ไร่ยาวทะลุระหว่างซอย 105 และ 107

ห้องชุดพร้อมเฟอร์นิเจอร์ หากจะลงทุนปล่อยเช่าก็ไม่ต้องปวดหัวในการทำบิ้วอินให้วุ่นวาย

รับส่วนลด 100,000 และเครื่องใช้ไฟฟ้า 3 รายการ พร้อมฟรี! iphone X

เริ่มต้นเพียง 1.89 ล้านบาท

PAUSE 103

คอนโดพร้อมอยู่สไตล์โมเดิร์นลอฟ บนสุขุมวิท 103 (ซอยอุดมสุข 7) ใกล้ BTS อุดมสุขเพียง 750 เมตร ประกอบด้วย 2 อาคารแต่แยกส่วนกลางสระว่ายน้ำและฟิตเนสของแต่ละตึก Private ด้วยจำนวนห้องชุดเพียง 100 ยูนิตสำหรับอาคาร A และ 129 ยูนิตสำหรับอาคาร B

ใกล้ The Bangkok Mall เพียง 1 กิโลเมตรกว่าๆ และ Community Mall ขนาดใหญ่และอาคารสำนักงาน Whizdom 101 เพียง 600 เมตรเท่านั้น

ห้องชุดแต่งครบ หิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย พร้อมรับลดสูงสุด 500,000* ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอน

เริ่มต้นเพียง 2.16 ล้านบาท

PAUSE 107

คอนโดพร้อมอยู่สไตล์โมเดิร์นลอฟ บนสุขุมวิท107 ซอยแบริ่ง1 ใกล้ BTS แบริ่ง ประกอบด้วย 2 อาคาร

จุดเด่นอยู่ที่ความ Private สุดๆเพียง 78 Units ต่ออาคาร อีกทั้งยังแยกส่วนกลางสระว่ายน้ำและฟิตเนสขของแต่ละอาคารด้วย โครงการอยู่บนถนนสุขุมวิท 107 ที่เป็นถนน 4 เลนและมีพื้นที่ขนาดใหญ่รอการพัฒนาอีกมาก โอกาสเติบโตด้านราคาค่อนข้างสูง

ห้องชุดมาแบบแต่งครบ หิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย พร้อมรับลดสูงสุด 500,000* และฟรีค่าใช้จ่ายวันโอน

2 ห้องนอน เริ่มต้นเพียง 2.59 ล้านบาท

PAUSE ID

คอนโดสไตล์  Minimalist ในซอยแบริ่ง 12 ใกล้ BTS แบริ่ง พร้อมอยู่ปลายปีนี้

จุดเด่นอยู่ที่ความ Private เพียง 203 ยูนิต อีกทั้งยังอยู่บนถนนสุขุมวิท 107 ที่เป็นถนน 4 เลนและมีพื้นที่ขนาดใหญ่รอการพัฒนาอีกมาก โอกาสเติบโตด้านราคาค่อนข้างสูง

Free down ทุกยูนิต พร้อม iphone X

เริ่มต้นเพียง 1.49 ล้านบาท

สนใจลงทะเบียนได้ที่ https://goo.gl/P3YaX4

หรือโทร Origin Property Call Center 020 300 000

Comments

comments