ความต้องการใช้พื้นที่ออฟฟิศของบริษัทกลุ่มเทคโนโลยีและอีคอมเมอร์สพุ่งสูงขึ้น

Home » ข่าว » ความต้องการใช้พื้นที่ออฟฟิศของบริษัทกลุ่มเทคโนโลยีและอีคอมเมอร์สพุ่งสูงขึ้น

ความต้องการใช้พื้นที่ออฟฟิศของบริษัทกลุ่มเทคโนโลยีและอีคอมเมอร์สพุ่งสูงขึ้น

Posted on

กรุงเทพฯ 27 กันยายน 2560 –  ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ บริษัทในกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีและอีคอมเมอร์ส หรือที่เรียกว่า tech company ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจผลิตภัณฑ์-บริการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี การสื่อสารโทรคมนาคม การซื้อขายสินค้าหรือบริการผ่านแอปหรือทางออนไลน์ รวมไปจนถึงโซเชียลมีเดีย มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วในประเทศไทย และมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นแหล่งสร้างความต้องการใช้พื้นที่อาคารสำนักงานในกรุงเทพฯ เพิ่มมากขึ้น ตามการรายงานจากบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล

นางสาวยุพา เสถียรภาพอยุทธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการธุรกิจอาคารสำนักงาน เจแอลแอล กล่าวว่า “ราว 70-75% ของบริษัทชั้นนำในกลุ่มเทคโนโลยีและอีคอมเมอร์สในกรุงเทพฯ มีออฟฟิศขนาดใหญ่กว่า 1,000 ตารางเมตรขึ้นไปอยู่ในอาคารสำนักงานต่างๆ  โดยเฉพาะเมื่อไม่นานมานี้ บริษัทในกลุ่มนี้มีการเช่าพื้นที่สำนักงานเพิ่มมากขึ้นอย่างคึกคัก ไม่ว่าจะเป็นการขยายออฟฟิศเพิ่มของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจมานานแล้ว และการเช่าพื้นที่ขนาดใหญ่เพื่อเปิดสำนักงานหรือขยายกิจการของบริษัทสตาร์ทอัพ”

 

“เป็นที่น่าสังเกตว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ มีบริษัทเทคโนโลยีและอีคอมเมอร์สหลายบริษัทที่ขยับขยายสำนักงานของตน จากเดิมที่เคยเป็นการเช่าเซอร์วิสออฟฟิศขนาดเล็ก มาเป็นการเช่าพื้นที่ในอาคารสำนักงานเพื่อเปิดเป็นสำนักงานเต็มรูปแบบ รวมถึงการย้ายสำนักงานจากอาคารเก่าไปยังอาคารที่ใหม่กว่า” นางสาวยุพากล่าว

 

ตัวอย่างที่เห็นได้ในปีนี้ ได้แก่ Shopee ผู้ให้บริการซื้อขายสินค้าผ่านมือถือและทางออนไลน์ชั้นนำ ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ได้เปิดสำนักงานใหม่ขนาด 4,000 ตารางเมตรที่อาคารจีทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก ใกล้สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ที และในอาคารเดียวกันนี้ หัวเว่ย เทคโนโลยี เช่าพื้นที่ขนาด 10,000 ตารางเมตรสำหรับใช้เป็นสำนักงานแห่งใหม่ ซึ่งจะเปิดใช้อย่างเต็มรูปแบบเร็วๆ นี้ภายในปีนี้

 

นางสาวยุพากล่าวว่า “เจแอลแอลเป็นตัวแทนของทั้ง shopee และ หัวเว่ย เทคโนโลยี ในการจัดสัญญาที่อาคารจีทาวเวอร์ นอกจากนี้ เรากำลังเป็นตัวแทนบริษัทเทคโนโลยีและอีคอมเมอร์สอีกหลายบริษัทในการหาพื้นที่สำนักงานหรือเจรจาเงื่อนการเช่า ซึ่งบริษัทเหล่านี้ต้องการพื้นที่เช่าขนาดค่อนข้างใหญ่อยู่ระหว่าง 1,000 – 4,000 ตารางเมตร โดยทั้งหมดสนใจอาคารคุณภาพดี และสามารถเข้าถึงบีทีเอสหรือเอ็มอาร์ทีได้สะดวก”

 

สอดคล้องกับรายงานวิจัยฉบับล่าสุดของเจแอลแอล Tech firm office location choice ซึ่งระบุว่า บริษัทเทคโนโลยีและอีคอมเมอร์สตระหนักถึงข้อดีของการเช่าพื้นที่ในอาคารสำนักงานที่มีคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ ภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานของพนักงาน ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อประสิทธิผลการทำงานและความสามารถขององค์กรในการรักษาและดึงดูดพนักงานที่มีความสามารถ

 

รายงานวิจัยของเจแอลแอลยังเปิดผลการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่บริษัทเทคโนโลยีและอีคอมเมอร์สให้ความสำคัญเมื่อเช่าพื้นที่สำนักงาน โดยสามอันดับแรกได้แก่ ระบบไฟฟ้าและกำลังไฟสำรอง การออกแบบของพื้นที่ และการเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนความเร็วสูง

 

ระบบไฟฟ้าและกำลังไฟสำรอง

 

ระบบไฟฟ้าและกำลังไฟสำรองของอาคาร นับเป็นสิ่งที่บริษัทเทคโนโลยีและอีคอมเมอร์สให้ความสำคัญเป็นอันแรก เนื่องจากบริษัทเหล่านี้ส่วนใหญ่มีข้อมูลปริมาณมหาศาลที่ต้องรวบรวมและวิเคราะห์ ซึ่งหลายๆ บริษัทยังคงมีการจัดเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้ในเซิร์ฟเวอร์ภายในออฟฟิศของตนเอง ดังนั้น การที่อาคารมีระบบไฟฟ้าและกำลังไฟสำรองที่มีประสิทธิภาพนับเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยเป็นหลักประกันว่า เสิร์ฟเวอร์ของบริษัทจะไม่ล่ม

 

การออกแบบของพื้นที่

 

การออกแบบพื้นที่ภายในอาคาร ทั้งในแง่ของขนาดและการรูปแบบการวางผัง ได้รับความสำคัญตามมาเป็นอันดับที่สอง บริษัทเทคโนโลยีและอีคอมเมอร์สต้องการพื้นที่ที่มีความต่อเนื่องขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยให้สามารถออกแบบการใช้ประโยชน์ได้ง่ายและมีประสิทธิภาพ และมีความยืดหยุ่นมากพอรองรับการเพิ่มจำนวนพนักงานในอนาคตได้

 

การเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนความเร็วสูง

 

การแข่งขันกันแย่งชิงพนักงานที่มีความสามารถในหมู่บริษัทเทคโนโลยีและอีคอมเมอร์สเป็นสิ่งที่กดดันให้บริษัทเหล่านี้ต้องมีสำนักงานในอาคารที่ตั้งอยู่ในทำเลที่สามารถเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนความเร็วสูง เพื่อความสะดวกในการเดินทางของพนักงาน

 

“การเติบโตที่รวดเร็วของภาคธุรกิจในยุคดิจิตอล จะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้ความต้องการใช้พื้นที่สำนักงานของบริษัทเทคโนโลยีและอีคอมเมอร์สในกรุงเทพฯ ขยายตัว ดังนั้น บริษัทผู้พัฒนาโครงการหรือนักลงทุนที่เป็นเจ้าของอาคารสำนักงานที่มีคุณสมบัติสอดคล้องกับความต้องการที่กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้นจากบริษัทในกลุ่มนี้ จะได้รับอานิสงค์มากที่สุด” นางสาวยุพาสรุป

 

Comments

comments