เอพีฯ บุกโตเกียว ร่วมกับ ‘มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป’ มุ่งเป็น ‘เจ้าแห่งนวัตกรรมคอนโดมิเนียม‘

Home » ข่าว » เอพีฯ บุกโตเกียว ร่วมกับ ‘มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป’ มุ่งเป็น ‘เจ้าแห่งนวัตกรรมคอนโดมิเนียม‘

เอพีฯ บุกโตเกียว ร่วมกับ ‘มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป’ มุ่งเป็น ‘เจ้าแห่งนวัตกรรมคอนโดมิเนียม‘

Posted on

โตเกียว (5 ต.ค. 60) – บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาโครงการ อสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย ที่ให้ความสำคัญต่อการคิดค้นและนำเสนอนวัตกรรมเพื่อการใช้ชีวิตสำหรับคนเมือง ครอบคลุมทุกมิติทั้งในด้าน ‘คุณภาพ’ ‘บริการ’ ‘ความสะดวกสบาย’ และ ‘ความปลอดภัย’ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้าง ‘คุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัย’

นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจคอนโดมิเนียม บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 25 ปีของการดำเนินธุรกิจ เอพีไม่เคยหยุดนิ่งที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมดีไซน์ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น ภายใต้แนวคิด ‘Think Different’  บนพื้นฐานของคุณภาพการออกแบบคอนโดมิเนียม เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาไปสู่ ‘คุณภาพชีวิตที่ดี’ ในโลกอนาคต ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านคุณภาพ การบริการ การอำนวยความสะดวกสบาย และความปลอดภัย  โดยได้รับความร่วมมืออย่างดี จาก มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป (MECG) พันธมิตรทางธุรกิจ ในการส่งต่อแนวคิดในการบริหารจัดการคุณภาพ สู่การสร้างกรอบแนวคิดหลักในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในบริบทของการพัฒนาคอนโด– มิเนียมเอพี ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘AP INNOVATION FOR QUALITY LIVING’ นวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน ที่ผ่านการผสมผสานประสบการณ์ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เข้ากับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะแนวคิดเรื่อง IoT (Internet of Thing) ตลอดจนระบบจักรกลอุตสาหกรรม เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายในการเป็น ‘เจ้าแห่งนวัตกรรม คอนโดมิเนียม’ เพื่อคุณภาพชีวิตสมบูรณ์แบบในทุกมิติ สร้างสรรค์และพัฒนาคอนโดมิเนียมคุณภาพที่แวดล้อม คุณภาพชีวิตที่ดีในการอยู่อาศัยท่ามกลางสังคมเมืองแห่งโลกอนาคต

 

ทั้งนี้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘AP INNOVATION FOR QUALITY LIVING’ นวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน เอพีจึงลงลึกใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ (1) Space Innovation & Technology นวัตกรรมสเปซและเทคโนโลยี วิธีคิดในการออกแบบพื้นที่ใช้สอยให้เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย แต่ทุกพื้นที่ต้องพร้อมสนับสนุนชีวิตสู่ความสำเร็จในอนาคต เชื่อมต่อและขับเคลื่อนพลังความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ซึ่งคอนโดมิเนียมที่เปิดตัวใหม่ในปีนี้ทั้ง 3 โครงการ ได้แก่ LIFE ลาดพร้าว LIFE วัน ไวร์เลส และ LIFE อโศก-พระราม 9 เอพีได้ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย ภายใต้แนวคิด IoT (Internet of Things) เข้าไปกับการออกแบบสเปซ เพื่อให้ทุกพื้นที่สามารถเชื่อมต่อโลกไซเบอร์ ตลอดจนควบคุมผ่านสมาร์ทโฟนได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

(2) Durable Homes นวัตกรรมบ้านคุณภาพที่มีความยั่งยืนในการอยู่อาศัย นอกจากการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบคุณภาพสินค้าให้เข้มข้ม หนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการควบคุมคุณภาพสินค้าที่เริ่มต้นตั้งแต่กระบวนการออกแบบ คือ “AP Check List” ซึ่งถือเป็นแนวคิดจากบริษัทในเครือมิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป (MECG) ที่นำมาปรับใช้ รวมถึงการปรับแนวทางในการก่อสร้างที่คำนึงถึงคุณภาพและความยั่งยืนของสินค้าที่ลูกค้าจะได้รับเป็นสูงสุด ผ่านการประยุกต์ใช้นวัตกรรมการก่อสร้างสำเร็จรูปในระบบโมดูลาร์ อย่างห้องน้ำสำเร็จรูป ซึ่งปัจจุบันโครงการที่ได้เริ่มติดตั้งระบบห้องน้ำสำเร็จรูปต่างได้รับผลตอบรับที่ดี Defect ที่เกิดขึ้นมีค่าเท่ากับศูนย์ ซึ่งโรด์แมปในอนาคตเอพีคาดว่าจะพัฒนาในเรื่องของดีไซน์ ฟังก์ชั่นการใช้งาน และวัสดุในส่วนของระบบห้องน้ำสำเร็จรูปให้มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อตอบไลฟ์สไตล์ของคนเมืองที่แตกต่างกัน และสิ่งที่สำคัญที่สุด

 

(3) 24/7 Safety & Convenient Assurance นวัตกรรมความปลอดภัยและความสะดวกสบายตลอด 24 ชั่วโมง อาทิ นวัตกรรมที่เอื้อให้ควบคุมทุกอย่างได้แบบ Real Time เพียงปลายนิ้วสัมผัส ผ่าน Application ที่เอพีพัฒนาขึ้น ส่งเสริมให้การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ในคอนโดเอพีให้สะดวกสบายและปลอดภัยกว่าเดิม เช่น นวัตกรรมการรับ-ส่งสินค้าผ่านตู้ฝากของอัจฉริยะ i-Locker ที่ผู้ส่งและผู้รับสามารถเข้าถึงการใช้งานด้วยตนเองได้ตลอด 24 ช.ม. ซึ่งปัจจุบัน i-Locker ได้เริ่มติดตั้งในคอนโดเอพีแล้วที่โครงการ RHYTHM สุขุมวิท 42 และมีแผนจะติดตั้งในทุกโครงการใหม่ หรือการเปิด-ปิดระบบไฟฟ้าในห้องพัก การจองใช้พื้นที่ส่วนกลาง การเชื่อมต่อระบบรักษาความปลอดภัย การชำระค่าสาธารณูปโภคอัตโนมัติ ซึ่งทั้งหมดจะถูกเชื่อมต่อผ่าน AP Application ทั้งหมด

การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างเข้มข้นและจริงจัง เอพีได้นำหลากหลายแนวคิดจากประเทศญี่ปุ่นมาพัฒนาเป็นแนวทางที่สามารถนำไปสู่ ‘การสร้างสรรค์คุณภาพสูงสุด’ ให้กับคอนโดมิเนียมเอพี และเรายังพร้อมที่จะต่อยอดนวัตกรรมต่างๆ ผ่านการผสานความร่วมมือกับพันธมิตรรายอื่นๆ เพื่อสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงชีวิตคุณภาพชีวิตให้เกิดขึ้นในสังคมเอพี โดยแนวคิด AP INNOVATION FOR QUALITY LIVING’ นวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืนนั้นจะเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยเริ่มต้นกับคอนโดมิเนียมที่มีแผนจะก่อสร้างแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป เพื่อนำไปสู่การเป็นคอนโดมิเนียมอันดับหนึ่งในใจผู้บริโภค  ที่พร้อมจะส่งต่อ ‘ชีวิตที่มีคุณภาพ’ ให้แก่ผู้พักอาศัย” นายวิทการกล่าว

“เอพีใส่ใจอย่างมากในเรื่องการออกแบบพื้นที่ใช้สอย โดยนำองค์ความรู้ที่ได้จากการร่วมงานกับ MECG ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยอันดับต้นๆ จากประเทศญี่ปุ่นมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทในประเทศไทย ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว ซึ่งเห็นได้จากหลายโครงการ ที่เปิดตัวไปไม่ว่าจะเป็น LIFE ลาดพร้าว LIFE วัน ไวร์เลส และล่าสุด LIFE อโศก – พระราม 9 ที่เอพีใส่ใจในเรื่องการวางเลย์เอ้าท์ของห้องแต่ละขนาด และสร้างพื้นที่ส่วนกลางให้สอดรับกับการใช้งานทั้งแบบกลุ่มและบุคคล เรามีเป้าหมายเพื่อจะจัดสรรพื้นที่ใช้สอยที่จำกัดในคอนโดฯ ใจกลางเมืองให้ตอบทุกโจทย์ความต้องการของผู้อาศัยทุกกลุ่ม

 

จากก้าวแรกของการร่วมทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ร่วมกัน ในวันนี้เราภาคภูมิใจที่ได้เห็น การพัฒนาและมิตรภาพระหว่างเอพีและ MECG ก้าวไปอีกขั้น เป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่ง และพร้อมสรรสร้างนวัตกรรมที่อยู่อาศัยคุณภาพ แบ่งปันองค์ความรู้ และความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ แก่กันและกัน เพื่อยกระดับวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยให้มีประสิทธิภาพทัดเทียมนานาประเทศ” นายวิทการกล่าวสรุป

 

เอพี และมิตซูบิชิ จิโช เรสซิเดนซ์ บริษัทในเครือมิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป เป็นพันธมิตรรายแรกและรายเดียวที่มีโมเดลการร่วมทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยที่แตกต่างจากรายอื่น คือ การจัดตั้งบริษัทแม่ในไทย ด้วยทุนจดทะเบียนที่สูงถึง 6,100 ล้านบาท ภายใต้ชื่อ “บริษัท พรีเมียม เรสซิเดนท์ จำกัด” เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการโครงการภายใต้การร่วมทุน โดยทางมิตซูบิชิ จิโช เรสซิเดนซ์ บริษัทในเครือมิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป ได้ส่งทีมงานจากญี่ปุ่นที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมานั่งทำงานประจำร่วมกับทีมงานเอพี

 

ปัจจุบัน (ณ วันที่ 30 กันยายน 2560) เอพีสามารถสร้างยอดขายรวมทั้งคอนโดมิเนียมและสินค้าแนวราบได้มากถึง 28,300 ล้านบาทสูงกว่าเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ 109 % (เป้ายอดขายปี 2560 เท่ากับ 26,000 ล้านบาท) โดยเป็นยอดขายที่เกิดจากคอนโดมิเนียม มูลค่า 16,615 ล้านบาท จากสินค้าบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม มูลค่า 11,685 ล้านบาท

Comments

comments