ดี-แลนด์ฯรุกธุรกิจไลฟ์สไตล์มอลล์ ตั้งเป้า5ปีผุด20แห่งรวมมูลค่าลงทุน8พันล้าน

Home » ข่าว » ดี-แลนด์ฯรุกธุรกิจไลฟ์สไตล์มอลล์ ตั้งเป้า5ปีผุด20แห่งรวมมูลค่าลงทุน8พันล้าน

ดี-แลนด์ฯรุกธุรกิจไลฟ์สไตล์มอลล์ ตั้งเป้า5ปีผุด20แห่งรวมมูลค่าลงทุน8พันล้าน

Posted on

ดี-แลนด์ กรุ๊ป คาดภาพรวมตลาดอสังหาฯปี61 ฟื้นตัวกว่าปี60จากหลายปัจจัยบวก สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน-ผู้บริโภค เปิดแผน 5 ปีรุกหนักธุรกิจไลฟ์สไตล์มอลล์ผุด20แห่ง รวมมูลค่าลงทุน 8,000 ล้านบาท ประเดิม “พอร์โต้ โก”สาขาแรกย่านบางปะอิน มูลค่าลงทุน 400 ล้านบาท เปิดตัวปลายปีนี้ ทั้งกระจายลงทุนอสังหาฯภาคตะวันออกรับEEC และทำเลบางบัวทอง  พร้อมเปิดตัวปีหน้า มั่นใจเศรษฐกิจปี63 ฟื้นตัว พร้อมแต่งตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งเป้ายอดขายปี60 แตะ 1,200 ล้านบาท และรายได้ที่ 1,000 ล้านบาท

 

 

นายเพิ่มเกียรติ โพธิเพียรทอง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี-แลนด์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีหลัง 2560 ว่า มีการปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น เนื่องจากจะเป็นช่วงที่มีการเปิดตัวอสังหาฯโครงการใหญ่ๆจากผู้ประกอบการหลายราย ที่อาจจะชะลอการพัฒนาโครงการมาตั้งแต่ช่วงต้นปี2560และจะมารุกเปิดตัวโครงการในช่วงปลายปี เพราะถึงแม้ว่าภาพรวมตลาดในตอนนี้จะมีปัจจัยลบค่อนข้างมาก อาทิ ภาวะหนี้ครัวเรือนในระดับสูง ความกังวลว่าจะมีการเกิดหนี้เสีย (NPL) ที่สูงขึ้น และการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน  แต่ก็ยังมีปัจจัยบวกที่สนับสนุนอยู่เช่นกัน คือเรื่องของเศรษฐกิจไทยที่ยังพอมีแนวโน้มการขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งได้รับแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการส่งออกสินค้า รวมทั้งในภาคการท่องเที่ยวด้วย อีกทั้งยังมีความชัดเจนในเรื่องการลงทุนเมกะโปรเจกต์ต่างๆ ของรัฐบาลมากยิ่งขึ้น อย่างการเร่งรัดเรื่องระบบคมนาคมพื้นฐาน และการประกาศใช้ พ.ร.บ. พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก  ซึ่งจะช่วยให้เอกชนกล้าที่จะเดินหน้าลงทุนมากขึ้น อีกทั้งเมื่อพิจารณาในทำเลโซนที่เป็นเศรษฐกิจสำคัญของประเทศก็ยังมีสัญญาณของกำลังซื้อที่เป็นเรียลดีมานด์ให้เห็นจริง

 

สำหรับทิศทางการเติบโตอสังหาริมทรัพย์ฯ ในปี 2561 เมื่อเทียบกับปีนี้บริษัทคาดหวังว่าตลาดอสังหาฯจะมีทิศทางที่บวกมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะปัจจัยหลักๆ ที่จะมาจากส่งออกและการท่องเที่ยวที่ยังอยู่ในระดับที่ดี รวมไปถึงความชัดเจนในเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ของรัฐบาล ทั้งในเรื่องของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) และความชัดเจนด้านการเมืองอย่างในเรื่องของการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า ซึ่งจะเข้ามาช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนจากภาคเอกชนให้เพิ่มยิ่งขึ้น และจะส่งผลต่อไปยังความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้บริโภคให้มีสัญญาณที่ดีตามไปด้วย

 

ด้านแผนการลงทุนของบริษัทในระยะเวลา 5 ปี มีนโยบายที่จะขยายธุรกิจไลฟ์สไตล์มอลล์ ภายใต้แบรนด์ใหม่คือ “พอร์โต้ โก” (Porto Go)ซึ่งเป็นแบรนด์ลูกของพอร์โต้ ชิโน่ ให้ได้ 20 แห่ง บริเวณพื้นที่ชานเมืองรอบกทม.ในรัศมีไม่เกิน 50 กิโลเมตรและหัวเมืองท่องเที่ยว เช่น ชลบุรี ระยอง ซึ่งจะเริ่มต้นดำเนินการนับตั้งแต่ปลายปี2560 เป็นต้นไป คิดเป็นมูลค่าการลงทุนไม่ต่ำกว่า 8,000 ล้านบาท หรือสาขาละประมาณ 400 ล้านบาท ซึ่งจะมีทั้งที่ดินที่บริษัทซื้อมาเองและเช่าระยะยาวเพื่อพัฒนา โดยจะเริ่มที่สาขาบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นแห่งแรก ขณะนี้การก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จและพร้อมเปิดให้บริการได้ในปลายเดือนธันวาคม 2560นี้ โดยที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นการเช่าระยะยาว 30 ปี และในไตรมาส2-3ปี2561 จะเปิดที่สาขาถนนพระราม2 กม.41 อีก 1 โครงการ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 20 ไร่

 

“แนวโน้มประชาชนจะมีการเดินทางและท่องเที่ยว มีตัวเลือกในการจับจ่ายใช้สอยในสถานที่ที่ไม่ใช่ในปั๊มน้ำมันเพียงอย่างเดียวอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งคอนเซ็ปต์ของพอร์โต้ โก จะเป็นไลฟ์สไตล์มอลล์ที่ดีและปลอดภัย เป็นการรวมร้านอาหาร ร้านค้าแบรนด์ดังมากมายมาไว้ในโครงการ ส่วนแบรนด์พอร์โต้ ชิโน่ คงมีแห่งเดียวที่จ.สมุทรสาคร โดยเปิดให้บริการมาแล้ว 5 ปี ใช้งบลงทุนกว่า 500 ล้านบาท คาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนภายในระยะเวลา 8 ปี ” นายเพิ่มเกียรติ กล่าว

 

ส่วนแผนการลงทุนอสังหาฯในช่วงนี้ยังคงเน้นกระจายไปยังพื้นที่โซนเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ใน 3 โซนหลัก  คือ ศรีราชา ระยอง และบางบัวทอง-นนทบุรี โดยสาเหตุที่เลือกพัฒนา 3 ทำเลดังกล่าว เนื่องจากในส่วนของศรีราชาและระยอง จะเป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) หรือ EEC อีกทั้งมีนิคมอุตสาหกรรมที่สำคัญๆ ของประเทศ ซึ่งดี-แลนด์ฯ กำลังจะเปิดตัวโครงการใหม่ในทำเลดังกล่าวในช่วงต้นเดือนธันวาคม ซึ่งจะเป็นโครงการที่ 3 เข้าไปพัฒนาในเขตศรีราชา ต่อจากโครงการดีคอมเพล็กซ์ ศรีราชา–นิคมปิ่นทอง 1 ซึ่งเป็นโครงการในรูปแบบอาคารพาณิชย์ และโครงการดีทาวน์-สวนเสือศรีราชา ที่เป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ติดสวนเสือศรีราชาซึ่งประสบความสำเร็จไปก่อนหน้านี้

 

สำหรับในส่วนของโซนบางบัวทอง-นนทบุรี กลายเป็นทำเลยุทธศาสตร์ของกรุงเทพฯ ฝั่งโซนตะวันตก เพราะโครงการเมกะโปรเจกต์รถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางซื่อ–บางใหญ่ที่เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมแล้ว เป็นตัวเร่งและผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตในพื้นที่นี้ครั้งใหญ่ ทางดี-แลนด์ฯ จึงเลือกขยายการลงทุนในทำเลนี้ โดยมีแผนที่จะนำแลนด์แบงก์ย่านบางกรวย-ไทรน้อย และบางบัวทอง จำนวน 2 แปลง พื้นที่กว่า 70 ไร่ ซึ่แผนเดิมจะพัฒนาเป็นทาวน์เฮาส์ แต่อาจจะมีการปรับรูปแบบการพัฒนาใหม่ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการออกแบบ คาดว่าจะเปิดตัวได้ในไตรมาส2/2561

 

“แนวทางการพัฒนาของเราจะขยายไปในพื้นที่ที่มีแหล่งงานเกิดขึ้น และจะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโซนตะวันตกเชื่อว่าในอนาคตจะเป็นฮับของแหล่งงาน และการคมนาคม” นายเพิ่มเกียรติ กล่าว

 

นายเพิ่มเกียรติ กล่าวเพิ่มเติมว่าในอนาคตบริษัทฯยังมีแผนที่จะแตกไลน์ไปยังธุรกิจใหม่ๆอีกด้วย เพื่อสร้างรายได้ประจำและสร้างความมั่นคง ยั่งยืนให้กับบริษัท ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการศึกษาข้อมูล จึงยังไม่สามารถเปิดเผยได้ อีกทั้งในปี 2563 ยังมีแผนที่จะนำบริษัทฯเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ขณะนี้อยู่ในระหว่างการคัดเลือกที่ปรึกษาทางการเงิน เนื่องจากมีความมั่นใจว่าในช่วงปี2563 สภาวะเศรษฐกิจจะฟื้นตัวดีกว่าในปีนี้

 

อย่างไรก็ตามในปี2560 นี้บริษัทฯได้ตั้งเป้ายอดขายที่ 1,200 ล้านบาท และเป้ารายได้ที่ 1,000 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับรายได้ในปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 900 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าเมื่อถึงสิ้นปีนี้ยอดรายได้จะลดลงจากเป้าที่วางไว้ประมาณ 10% ซึ่งสืบเนื่องมาจากปัญหาทางเศรษฐกิจเป็นหลัก

 

 

Comments

comments