ซีพีเอ็นฯ ลุยคอนโดฯติดห้างในตจว.เชื่อตลาดยังสดใส

Home » ข่าว » Condominium » ซีพีเอ็นฯ ลุยคอนโดฯติดห้างในตจว.เชื่อตลาดยังสดใส

ซีพีเอ็นฯ ลุยคอนโดฯติดห้างในตจว.เชื่อตลาดยังสดใส

Posted on

ซีพีเอ็นฯ มั่นใจกำลังซื้อคอนโดฯตลาดต่างจังหวัดยังสดใส เตรียมเปิด 3-4 โครงการรวมมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาทในปี 2561 พร้อมขยายฐานตลาดสู่แนวราบจับกลุ่มลูกค้า B+ ระดับราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป ทิ้งทวนโค้งสุดท้ายปีนี้เตรียมเปิดขาย 2 โครงการใหม่รวมมูลค่า 1,500 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ “ เอสเซ็นท์ วิลล์”ที่ จังหวัดเชียงราย-เชียงใหม่  ชูจุดขาย ESCENT INNOVATION ภายใต้คอนเซ็ปต์ Smart Life Smart Living 

 

นายกรี  เดชชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด(มหาชน) และ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีเอ็น เรซซิเด้นซ์ จำกัด เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจด้านที่อยู่อาศัยของบริษัทฯว่า  จะเน้นการนำเสนอนวัตกรรมการออกแบบ ที่เรียกว่า ESCENT INNOVATION ภายใต้คอนเซ็ปต์ Smart Life Smart Living  ในราคาเริ่มต้นล้านกว่าบาทต่อยูนิต ซึ่งบริษัทฯยังมั่นใจในกำลังซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคในต่างจังหวัด ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเพื่ออยู่จริง ที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความต้องการความสะดวกสบาย ซึ่งสะท้อนได้จากการเปิดขายห้องชุดในคอนโดมิเนียมที่อยู่ใกล้ หรือในบริเวณเดียวกันกับศูนย์การค้านั้นได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคทั้งที่ซื้ออยู่อาศัยและซื้อเพื่อการลงทุนปล่อยเช่า สมารถปิดการขายได้ในเวลาที่รวดเร็ว

 

โดยเห็นได้จาก เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมาได้เปิดขายห้องชุดในโครงการเอสเซ็นท์ นครราชสีมา ตั้งบนถนนมิตรภาพ ในพื้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา จังหวัดนครราชสีมา คอนโด 380 ยูนิต มูลค่าราว800 ล้านบาท ขายราคาเริ่มต้น 1.59ล้านบาท สามารถปิดการขาย100%ภายใน4 วัน ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นอาคารแห่งแรกในจังหวัดนคราชสีมาที่มีความสูง 17 ชั้น 1อาคาร และ 22 ชั้น 1 อาคาร จะเริ่มก่อสร้างช่วงต้นปี 2561 พร้อมโอนภายในปี 2562

 

นอกจากนี้บริษัทฯยังได้เตรียมเปิดขายอีก 2 โครงการ 2 ทำเลรวมมูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท  คือที่ จังหวัดเชียงรายในวันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2560 และที่ จังหวัดเชียงใหม่วันที่2-3 ธันวาคม 2560 ทุกโครงการจะชูจุดขายด้วยทำเลศักยภาพติดศูนย์การค้ารายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก พร้อมสิทธิประโยชน์พิเศษจากกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าให้ได้มากที่สุด ตั้งเป้าขายหมดภายในครึ่งปีแรก 2561

“ซีพีเอ็นเดินหน้านำไลฟ์สไตล์และคุณภาพชีวิตใหม่ๆ มาให้คนเมืองในต่างจังหวัดมาตลอด 37 ปี  ผ่านธุรกิจหลักคือ ศูนย์การค้า ซึ่งทุกแห่งล้วนกลายเป็น New CBD หรือเขตเศรษฐกิจใหม่ ในแต่ละจังหวัด  การต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจศูนย์การค้าด้วยการสร้างคอนโดฯติดศูนย์ฯ จึงเป็นการสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น” นายกรีกล่าวย้ำ

 

โครงการ เอสเซ็นท์ วิลล์ เชียงราย  ที่ตั้งโครงการจะอยู่ตรงทางเข้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงราย    ฝั่งถนนพหลโยธิน (สายเก่า) เป็นคอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น 2 อาคาร ประมาณ 320 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 1.49 ล้านบาทต่อยูนิต รวม มูลค่าประมาณ  600 ล้านบาท  และโครงการเอสเซ็นท์ วิลล์ เชียงใหม่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ เป็นคอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น 2 อาคาร ประมาณ 450 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 1.95 ล้านบาทต่อยูนิต รวมมูลค่าประมาณ  900 ล้านบาท

 

สำหรับแผนธุรกิจในปี2561 จะเปิดเพิ่ม 3-4โครงการ มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท พร้อมกันนี้ยังจะขยายฐานตลาดสู่ที่อยู่อาศัยแนวราบ จับกลุ่มลุกค้าบีบวก  ( B+) ระดับราคาขาย10 ล้านบาทขึ้นไป และจะมีโครงการคอนโดฯในพื้นที่กรุงเทพฯด้วย  มีที่ดินพร้อมพัฒนา5-6 ทำเล  ทั้งนี้อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะนำที่ดินตรงไหนมาพัฒนาก่อน  พร้อมกันนี้ยังตั้งเป้ายอดขายอยู่ที่

 

พร้อมกันนี้นายกรี ยังกล่าวด้วยว่าในปี 2561 จะเป็นปีแรกที่บริษัท ซีพีเอ็น เรซซิเด้นซ์ จะมีการรับรู้รายได้เข้ามาประมาณ 3,000 ล้านบาท จากการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้กับลูกค้าที่ซื้อใน 3 โครงการจำนวน 1,200 ยูนิต คือที่จังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น และจังหวัดระยอง ซึ่งจะทยอยโอนได้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2561 เป็นต้นไป

 

หากพิจารณากลุ่มลูกค้าที่ซื้อห้องชุดในโครงการต่างๆที่ผ่านมาจะพบว่า 30 % เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่อาศัยอยู่ในอำเภอเมือง อีก 50% เป็นคนต่างอำเภอ ส่วนที่เหลือ 20% เป็นผู้บริโภคที่อาศัยอยู่ในจังหวัดใกล้เคียง ส่วนกลุ่มคนที่ซื้อเพื่อการลงทุนนั้นหากเปรียบเทียวกับการเช่าอยู่อาศัยนั้นจะได้ผลตอบแทนอยู่ที่ 6% พิจารณาจากอัตราค่าเช่าห้องที่อยู่ใกล้บริเวณที่ตั้งโครงการ เช่นที่ จ.เชียงราย อัตราค่าเช่าจะอยู่ที่ 8,000-10,000 บาทต่อเดือน ส่วนที่ จ.เชียงใหม่จะอยู่ที่ 12,000 บาทต่อเดือน

ESCENT INNOVATION ภายใต้ Concept Smart Life Smart Living

Smart Function

             * ออกแบบห้องให้มีหน้ากว้าง 7.5 เมตร และฝ้าเพดานที่สูงถึง 2.5 เมตร ให้ความรู้สึกกว้างขวาง โปร่งโล่ง ไม่อึดอัด

             * ออกแบบให้พื้นภายในห้องมีระดับความสูงกว่าโถงทางเดินภายนอก 2 ซ.ม. เพื่อป้องกันน้ำไหลเข้าห้อง ในกรณีลืมปิดน้ำ

            * ภายในห้องครัว จัดวางเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดแบบแขวนผนัง ฐานเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวไม่ติดพื้น พร้อมทั้งมี Floor drain ระบายน้ำใต้ Sink ในกรณีที่อุปกรณ์เกิดความเสียหายหรือลืมปิดน้ำ

            * เดินท่อ Hood ที่ติดตั้งอยู่ในครัวออกไปที่ระเบียงเพื่อระบายกลิ่น ทำให้ภายในห้องไม่มีกลิ่นเหม็นอับรบกวน

            * ดีไซน์เฟอร์นิเจอร์ แบบ Multi-function สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามความต้องการ

            * ดีไซน์ชั้นวาง TV ให้หมุนได้ สามารถใช้งาน TV เครื่องเดียว ได้ทั้งจากห้องนั่งเล่น และห้องนอน

 

 Smart Fix

             * การออกแบบระบบท่อน้ำเดินลอยเกาะ ภายในผนัง Low Wall เพื่อให้สามารถซ่อมบำรุงได้สะดวกกว่าระบบเดินท่อฝาผนัง

            * ผนัง Low Wall สามารถเปิดได้ เพื่อไว้ตรวจเช็คกรณีมีการรั่วซึม

            * โถสุขภัณฑ์ระบบท่อออกผนัง ทำให้สามารถซ่อมบำรุงจากช่อง Service บริเวณ Corridor โดยไม่ต้องเข้าไป Service จากฝ้าเพดานห้องชั้นล่าง ไม่ต้องรบกวนเพื่อนบ้าน

            * Floor drain ภายในห้องน้ำ วางระบบให้ท่อน้ำทิ้งออกเด้านข้าง กรณีท่อน้ำมีปัญหา สามารถซ่อมบำรุงจากช่อง Service บริเวณ Corridor โดยไม่ต้องเข้าไป service จากฝ้าเพดานห้องชั้นล่าง ไม่ต้องรบกวนเพื่อนบ้าน

 

Smart Safety

           * ระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน กรณีเมื่อไฟดับ ภายในโครงการมีไฟสำรอง สามารถใช้งาน lift สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ และระบบรักษาความปลอดภัยภายในโครงการยังทำงานตามปกติ

            * ระบบป้องกันอัคคีภัย ในอาคาร 8 ชั้น ปลอดภัยสูงสุดเทียบเท่าอาคารสูง โดยการติดตั้ง Sprinkle ในทุกๆชั้นที่พักอาศัย

 

Comments

comments