รีไฟแนนซ์ถูกที่…ช่วยคุณผ่อนจ่ายสบายกระเป๋า

Home » บทความ » รีไฟแนนซ์ถูกที่…ช่วยคุณผ่อนจ่ายสบายกระเป๋า

รีไฟแนนซ์ถูกที่…ช่วยคุณผ่อนจ่ายสบายกระเป๋า

Posted on

รีไฟแนนซ์ถูกที่…ช่วยคุณผ่อนจ่ายสบายกระเป๋า

หากคุณเป็นนักลงทุนมือใหม่หรือคุณเพิ่งเคยซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรก ในเวลาไม่ถึง 3 ปี คุณอาจจะยังไม่คุ้นชินกับคำว่า

“ รีไฟแนนซ์ ” เพราะการที่คุณจะ “ รีไฟแนนซ์ ” ได้นั้นคุณต้องขอสินเชื่อกู้บ้านมาไม่น้อยกว่า 3 ปี สำหรับมือใหม่เรามาทำความรู้จักคำว่า “ รีไฟแนนซ์ ”กันก่อนค่ะ ว่า “ รีไฟแนนซ์ ”มีความสำคัญและช่วยให้คุณผ่อนจ่ายสบายกระเป๋าได้อย่างไร

หลังจากที่ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยทำเรื่องของสินเชื่อผ่านแล้วคุณจะได้ดอกเบี้ยสินเชื่อ ณ ช่วงโปรโมชั่นนั้นเป็นระยะเวลา 3 ปี ดอกเบี้ยสินเชื่อ ณ ช่วง 3 ปีแรกจะถูกค่ะนั่นเป็นเพราะธนาคารต่างๆต้องการลูกค้าเข้ามาใช้บริการของธนาคารนั้นๆ  แต่หลังจาก 3 ปีเมื่อหมดโปรโมชั่นแล้ว ดอกเบี้ยสินเชื่อจะสูงขึ้นมา เป็นดอกเบี้ยลอยตัวตามประกาศของธนาคารส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 6-7%ต่อปีค่ะ

ดังนั้นหลังจาก 3 ปีผู้ขอสินเชื่อส่วนใหญ่มักจะทำการ “ รีไฟแนนซ์ ” ก็คือการนำสินเชื่อบ้านที่มีอยู่กับธนาคารเดิม มาทำการขอ “ รีไฟแนนซ์ ”หรือขอสินเชื่อดอกเบี้ยใหม่ให้ลดลง  โดยจะขอ“ รีไฟแนนซ์ ”กับธนาคารเดิม หรือธนาคารใหม่ก็ได้ค่ะ  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการหาข้อมูลค่ะ เพราะส่วนใหญ่ผู้ขอสินเชื่อจะหาข้อมูลจากหลายธนาคาร แล้วเปรียบเทียบว่าธนาคารใดให้สินเชื่อ “ รีไฟแนนซ์ ” ได้ถูกที่สุด มีโปรโมชั่นอะไรเร้าใจอีกบ้าง

หลักๆแล้วสาเหตุที่คนทั่วไปนิยม “ รีไฟแนนซ์ ” นั้นมีอยู่ 2ป ระการคือ “ รีไฟแนนซ์ ”เพื่อให้ได้อัตราดอกเบี้ยลดลงจากเดิม  เพื่อที่จะได้ผ่อนถูกลง อย่างน้อยก็ผ่อนเท่าเดิมหรือถูกกว่าเดิมค่ะ  และอีกประการคือการ “ รีไฟแนนซ์ ”เพื่อให้ได้เงินส่วนต่าง(เงินสด)ออกมาใช้ กรณีนี้มีหลายคนทำกัน เป็นการขอกู้เพิ่มเติมจากที่เราเคยผ่อนชำระไปแล้ว อีกอย่างราคาอสังหาริมทรัพย์ถีบตัวขึ้นทุกปี ดังนั้นมูลค่าของตัวทรัพยืนั้นจะสูงขึ้นด้วย เมื่อทำการ “ รีไฟแนนซ์ ” ขอกู้สินเชื่อใหม่หรือขอกู้เพิ่มเติมจากที่เคยชำระไปแล้ว เราสามารถนำส่วนต่างที่ได้ไปลงทุนเพิ่มได้ เพราะดอกเบี้ยสินเชื่อที่ได้ จะถูกกว่าดอกเบี้ยทั่วไป ในกรณีที่คุณต้องการกู้เงินสดมาลงทุนค่ะ เรียกว่าการ “ รีไฟแนนซ์ ” เป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว  ได้ทั้งดอกเบี้ยสินเชื่อที่ถูกลงและยังสามารถได้เงินสดมาลงทุนอีกด้วยนะคะ

เมื่อคุณตัดสินใจแล้วว่าจะทำการ “ รีไฟแนนซ์ ” ต้องมาดูว่ามีขั้นตอนและค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

  1. หาข้อมูลเปรียบเทียบการ “ รีไฟแนนซ์ ” ของแต่ละธนาคารว่านอกจากเรื่องดอกเบี้ยแล้วมีโปรโมชั่นอะไรอีกบ้าง
  2. มองหาและเลือกดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุด นี่คือข้อสำคัญของการ“ รีไฟแนนซ์ ” โดยปกติหลังจาก 3ปีผ่านไปธนาคารจะปรับอัตราดอกเบี้ยจะลอยตัว หรือ MLR หรือ MLR- ซึ่งอัตราดอกเบี้ย MLR ของแต่ละธนาคารจะไม่เท่ากัน ดังนั้นผู้ที่จะทำการ “ รีไฟแนนซ์ ”จะต้องดูอัตราดอกเบี้ยเป็นหลัก

 

  1. คำนวนค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นมีอะไรบ้าง เช่น ค่าประเมินทรัพย์สินประมาณ 2,000-3,000 บาท , ค่าอาการแสตมป์คิดตามสินเชื่อนั้นๆ , ค่าจดจำนองจากการโอนจากธนาคารเดิมไปยังธนาคารแห่งใหม่ หากกรณีที่ธนาคารแห่งใหม่นั้นฟรีค่าจดจำนองจะเป็นเรื่องที่ดีมากเพราะจะช่วยให้คุณลดค่าใช้จ่ายไปได้อีก ,ค่าจัดทำนิติกรรมสัญญา , ค่าธรรมเนียมในการจัดการวงเงิน(หรือค่าดำเนินการนั่นเอง) บางธนาคารจัดโปรโมชั่นฟรีค่ะ ,

ไม่เพียงแค่การ“ รีไฟแนนซ์ ”จะช่วยประหยัดการผ่อนชำระอัตราดอกเบี้ยของคุณลดลงแล้ว  คุณยังสามารถเริ่มต้นคำนวนค่าใช้ใหม่ได้เช่น ปรับระยะเวลาในการผ่อนหรือ ค่างวดในการผ่อนชำระและคุณยังสามารถได้ส่วนต่างจากประเมินอีกด้วย

และในทุกๆปี ธนาคารต่างๆจะออกโปรโมชั่นและอัตราดอกเบี้ยที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์แก่ลูกค้า ธนาคาร UOB ก็เป็นอีกธนาคารหนึ่งที่มีโปรโมชั่นในการ“ รีไฟแนนซ์ ” ที่น่าสนใจเพราะนอกจากจะให้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3.33% นานถึง 3 ปีแล้ว หากคุณย้ายมากู้บ้านกับยูโอบีโฮมโลนวันนี้ คุณจะมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมงและยังฟรีค่าจดจำนองอีกด้วยทั้งนี้ตั้งแต่วันนี้ – 29 ธ.ค. 2560 นี้ค่ะ

ถึงแม้ดูเหมือนการ “ รีไฟแนนซ์ ” จะยุ่งยาก แต่แนะนำให้ทุกคนทำ “ รีไฟแนนซ์ ” ค่ะเพราะอย่างน้อยจะเป็นประโยชน์ต่อกระเป๋าสตางค์ของคุณเองค่ะ เพราะเชื่อเถอะค่ะ ยังงัยการ “ รีไฟแนนซ์ ”ก็จะทำให้คุณผ่อนจ่ายได้ถูกลงกว่าเดิมอย่างแน่นอนและถ้าคุณได้เป็นลูกค้าใหม่ของธนาคาร คุณจะได้รับการบริการที่ดีกว่าอีกด้วยค่ะ  จะจ่ายแพงไปทำไมเมื่อมีโปรโมชั่นที่ดี…ของยูโอบีโฮมโลนมาเสนอ รีไฟแนนซ์ถูกที่…ช่วยคุณผ่อนจ่ายสบายกระเป๋าค่ะ รายละเอียดเพิ่มเติม https://goo.gl/G6fSSz

 

 

 

 

 

Comments

comments