“คูน เอสเตท”คว้าที่ดินกงสีกลุ่มยานยนต์ กรุ๊ป ผุดคอนโดฯนวัตกรรใหม่”คูเปอร์สยาม”มูลค่า1.3พันล้าน

Home » ข่าว » “คูน เอสเตท”คว้าที่ดินกงสีกลุ่มยานยนต์ กรุ๊ป ผุดคอนโดฯนวัตกรรใหม่”คูเปอร์สยาม”มูลค่า1.3พันล้าน

“คูน เอสเตท”คว้าที่ดินกงสีกลุ่มยานยนต์ กรุ๊ป ผุดคอนโดฯนวัตกรรใหม่”คูเปอร์สยาม”มูลค่า1.3พันล้าน

Posted on

กลุ่มคูน เอสเตทฯคว้าที่ดินกลุ่มยานยนต์ กรุ๊ป ย่านรองเมืองผุดคอนโดฯนวัตกรรมใหม่ “คูเปอร์สยาม”มูลค่ากว่า 1,300 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 4 ล้านบาท  ตอบโจทย์กลุ่ม Gen Y ชูจุดขายห้องชุดสามารถจดทะเบียนเป็นบริษัทได้รายแรกในประเทศไทย ฟุ้งต่างชาติแห่จีบร่วมทุนเพียบ ทั้งขยายตลาดลงทุนรร.6ดาว บนเกาะสมุย กว่า 100 ยูนิต พร้อมเปิดให้บริการปลายปี62 ด้านซีบีอาร์อีเผยเศรษฐกิจฟื้น ดัชนีหุ้นพุ่งส่งสัญญาณบวก ระบุทำเลปทุมวันมีศักยภาพ คุ้มค่าน่าลงทุน ความต้องคอนโดฯสูง86%

นายธเนศ อรุณวณิชย์พร กรรมการบริหาร บริษัท คูน เอสเตท จำกัด เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่สามารถซื้อที่ดินแปลงงามย่านถนนรองเมือง ซึ่งเป็นทำเลที่หาที่ดินพัฒนาโครงการได้ยาก เนื่องจากเป็นชุมชมชาวจีนที่อาศัยอยู่เดิม และส่วนใหญ่เป็นที่ดินที่เป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  แต่ที่ดินแปลงดังกล่าวถือว่าเป็นที่ดินฟรีโฮลด์แปลงศักยภาพ ที่เดิมเป็นโชว์รูมรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ของไทยยานยนต์กรุ๊ป และเจ้าของที่ดินต้องการเปลี่ยนธุรกิจ ตนจึงสามารถซื้อมาได้ในราคาประมาณ 500,000 บาท/ตารางวา ใช้ระยะเวลาในการเจรจาประมาณ 3 ปี

 

“ที่ดินในย่านดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ของจุฬาฯ ดังนั้นการหาที่ดินฟรีโฮลด์เพื่อนำมาพัฒนาโครงการนั้นเป็นเรื่องยาก แต่หลังจากที่เราได้ที่ดินแปลงนี้มา ก็ได้นำมาศึกษาข้อมูลว่าจะพัฒนาโครงการในรูปแบบใด และพบว่าทางจุฬาฯมีแผนจะพัฒนาพื้นที่โดยรอบมหาวิทยาลัยเป็น “เมืองจุฬา อัจฉริยะ”และต้องการให้เป็น ซิลิคอน แวลลีย์ ของกทม. บริษัทจึงได้คิดคอนเซ็ปต์เพื่อให้สอดคล้องกับแผนแม่บทของจุฬาฯ ผนวกกับการนำแนวคิดการออกแบบคอนโดฯนวัตกรรมใหม่จากสิงคโปร์ที่สามารถตอบสนองกลุ่มGen Y ได้ จึงเป็นที่มาของการพัฒนาโครงการ “คูเปอร์สยาม”ขึ้นมา”นายธเนศ กล่าว

 

โครงการ”คูเปอร์สยาม”ตั้งอยู่บนพื้นที่ 1 ไร่เศษ บนถนนรองเมือง เป็นคอนโดฯสูง 24 ชั้น ออกแบบห้องสไตล์ Combo Loft เพดานสูงถึง 4.6 เมตร ขนาดตั้งแต่ 30-220 ตารางเมตร จำนวน 188 ยูนิต ราคาขายเริ่มต้นที่ 4 ล้านบาท หรือเฉลี่ยที่ประมาณ 138,000 บาท/ตารางเมตร มูลค่าโครงการ 1,300 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ถูกกว่าคอนโดฯย่านใจกลางเมืองถึง 30% ที่ปัจจุบันส่วนใหญ่ราคาขายเกิน 250,000 บาท/ตารางเมตรเมตร โดยมอบหมายให้บริษัท  ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด เป็นที่ปรึกษาโครงการและบริหารงานขาย ซึ่งจะเปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 นี้ ด้านการก่อสร้างจะเริ่มดำเนินการได้ในไตรมาส2/2561 และแล้วเสร็จในไตรมาส3/2564

 

และด้วยศักยภาพของโครงการยังมีนักลงทุนชาวต่างชาติในภูมิภาคเอเชียตะออกเฉียงใต้ให้ความสนใจที่จะเข้ามาร่วมทุนในโครงการดังกล่าวด้วยเป็นจำนวนมาก แต่บริษัทฯมองว่าหากกลุ่มทุนเหล่านั้นต้องการเข้ามาร่วมทุนด้วยเพราะมีเงินทุนอย่างเดียวคงไม่สนใจ เพราะกลุ่มของตนก็มีเงินทุนที่เพียงพออยู่แล้ว แต่มองว่าการพัฒนาโครงการจะต้องสร้าง Innovative ให้กับวงการอสังหาฯมากกว่า

 

“โครงการนี้จะฉีกคอนเซ็ปต์ของคอนโดมิเนียมทุกรูปแบบที่เคยมีมา ด้วยการนำคอนเซปต์ที่มีอยู่ในต่างประเทศตามใจกลางเมืองใหญ่เข้ามาพัฒนาเป็นคอนเซปต์แรกในประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ชีวิต และพฤติกรรมคนยุค 4.0 และ Gen Y มีอิสระในการใช้ชีวิต เสพเทคโนโลยี ชีวิตติดออนไลน์ เปิดกว้างทางความคิด และวัฒนธรรม เป็นมนุษย์หลายงาน ที่ต้องรองรับทั้งการอยู่อาศัยและการทำงานไปพร้อมๆ กัน โดยมีจุดเด่นเป็นห้องสไตล์ Combo Loft อย่างแท้จริง และสามารถจดทะเบียนเป็นบริษัทได้รายแรกในประเทศไทย เพราะอยู่ในพื้นที่สีแดง พ.3 ซึ่งเราตั้งเป้าเจาะกลุ่มคนไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่สามารถทำงานจากที่บ้านได้ ใช้ชีวิตทันสมัยในแบบของตัวเอง และชื่นชอบการใช้จ่ายเพื่อสร้างความสุขให้ตัวเองและคุ้มค่าต่อการลงทุน”นายธเนศ กล่าว


นายธเนศ กล่าวเสริมว่า โครงการตั้งอยู่ในทำเลย่านสยาม-ปทุมวัน ซึ่งกำลังจะถูกพัฒนาให้เป็น ‘ย่านนวัตกรรม’ (Innovation District) ซึ่งเป็นแนวโน้มล่าสุดในการวางผังเมืองของรัฐบาลที่ได้ให้ทุนตั้งต้นกว่า 230 ล้านบาท เพื่อเชื่อมโยงการทำงานของภาคอุตสาหกรรม และภาคธุรกิจเข้าด้วยกัน สร้างตลาดนวัตกรรม นำไปสู่การสร้างชุมชนใหม่ ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ในการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของมหานครทั่วโลก ประกอบกับแผนงานการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ ทั้ง โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และมอเตอร์เวย์ สำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์มองว่า จะมีการเปลี่ยนเทรนด์ของคอนโดฯที่ชัดเจนขึ้นเพื่อให้สอดรับกับเทรนด์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป

 

อย่างไรก็ตามบริษัทฯมีแผนที่จะพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดีลที่ดินอยู่1-2 แปลง พื้นที่ประมาณ 1-3 ไร่  ซึ่งเป็นทำเลที่กลุ่มคนรุ่นใหม่มีความต้องการ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ โดยที่ดินแต่ละแปลงจะดูศักยภาพว่าเหมาะสมที่จะพัฒนาในรูปแบบแนวราบหรือแนวสูง และในอนาคต4-5 ปี ยังมีแผนที่จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯด้วย ทั้งนี้ต้องรอผลตอบรับจากโครงการคูเปอร์สยามก่อน

 

นอกจากนี้บริษัทฯยังอยู่ระหว่างการพัฒนาโรงแรม และวิลล่า ระดับ 6 ดาวที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี อีก 1 โครงการ บนพื้นที่ 20 ไร่ จำนวนกว่า 100 ยูนิต มูลค่าการลงทุนต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท  ขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ประมาณปลายปี 2562 ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดต่างๆได้ในขณะนี้

 

ด้านนางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในช่วงไตรมาส4/2560 ที่ผ่านมาเริ่มเห็นสัญญาณบวกหลายอย่าง ทั้งจากสภาวะเศรษฐกิจและดัชนีราคาหุ้นที่พุ่งสูงขึ้น รวมไปถึงหลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธีสำคัญ ผู้ประกอบการต่างก็เร่งเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงนั้นกันเป็นจำนวนมาก อีกทั้งการเมืองที่จะเห็นภาพการเลือกตั้งกลับมาอีกครั้งหนึ่ง รวมไปถึงชาวต่างชาติก็เริ่มหันมาซื้อคอนโดฯระดับราคา 10 ล้านบาทขึ้นไปมากขึ้น ผลจากการที่ผู้ประกอบการไทยนำโครงการโรดโชว์จนเป็นที่รับรู้ในวงกว้าง

 

สำหรับทำเลพื้นที่ย่านปทุมวัน โดยเฉพาะบนถนนรองเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชนเก่าแก่ใจกลางเมือง ถูกจับจองพื้นที่มาเป็นเวลานาน แต่อยู่ใกล้กับสยามในระยะที่สามารถเดินไปได้ ซึ่งในอนาคตพื้นที่บริเวณนี้จะถูกพัฒนาให้มีโครงการต่างๆ เกิดขึ้นเพื่อรองรับย่านนวัตกรรม ไลฟ์สไตล์ของคนในพื้นที่จะค่อยๆเปลี่ยนแปลงไป ตามเมืองที่เริ่มมีการขยายตัว โดยเฉพาะโครงการที่เป็นไฮไรส์ คูเปอร์ สยาม จึงเป็นโครงการน่าลงทุนเป็นอย่างมาก เพราะเป็นโครงการแรกที่อยู่ในบริเวณนี้ซึ่งเปิดราคาได้อย่างคุ้มค่าเป็นอย่างมาก เพราะหากรอให้เมืองขยายมาก่อนคงหาราคาแบบนี้ไม่ได้แน่นอน อีกทั้งยังมีตลาดการศึกษาซึ่งมีดีมานด์ใหม่ทุกปี ไม่สิ้นสุด ในแง่ของดีมานด์-ซัพพลายในย่านปทุมวันนั้น ซัพพลายที่สร้างเสร็จแล้วมีเพียง 12,906 ยูนิต หรือคิดเป็น 10% ของซัพพลายทั้งหมด และที่กำลังก่อสร้างมีเพียง 4,013 ยูนิต หรือคิดเป็น 13% ของซัพพลายทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำมาก ในขณะที่ความต้องการคอนโดในย่านนี้มีสูงโดยอัตราการขายของคอนโดในย่านนี้สูงถึง 86% โดยราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 4 ล้านบาท

 

“โครงการที่มีราคา 4 ล้านบาท โดยราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 138,000 บาท/ต่อตารางเมตร และมีการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพระดับพรีเมี่ยม นับว่าหาได้ยากมากในทำเลใจกลางเมืองอย่างนี้ โดยโครงการจะเปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์นี้ พร้อมรับส่วนลดพรีเซลสูงสุด 100,000 บาทเมื่อลงทะเบียนออนไลน์”นางสาวอลิวัสสา กล่าวในที่สุด

Comments

comments