ตลาดคอนโดฯชะอำ-หัวหินสะดุด เจ้าของเร่ขายยกโครงการ

Home » ข่าว » ตลาดคอนโดฯชะอำ-หัวหินสะดุด เจ้าของเร่ขายยกโครงการ

ตลาดคอนโดฯชะอำ-หัวหินสะดุด เจ้าของเร่ขายยกโครงการ

Posted on

ไรส์แลนด์ฯเผยตลาดคอนโดฯชะอำ-หัวหิน ยังไม่ฟื้นตัวหลังพีคสุดในปี54-55 เปิดขายรวมกันมากกว่า 16,160ยูนิต ล่าสุดเริ่มเห็นภาพบางโครงการสะดุด หยุดก่อสร้างเสมือนอุปทานล้นตลาด ผลจากรายใหญ่ผุดห้องชุดหลายพันยูนิต ระบุลูกค้าหลักยังเป็นคนกทม.ซื้อเป็นบ้านหลังที่สอง ชี้ภาพรวมตลาดครึ่งปีหลัง61 ไม่คึกคักเท่าอดีต เชื่อโครงการภาครัฐเป็นรูปธรรม นักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้น จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ

 

 

นายสุรเชษฐ กองชีพ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยตลาด บริษัทไรส์แลนด์ (ประเทศไทย)จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมในชะอำ-หัวหินว่า ยังคงไม่มีการพลิกฟื้นจากปีก่อนหน้านี้ แม้ว่าจะมีบางโครงการของผู้ประกอบการรายใหญ่ที่สามารถสร้างความน่าสนใจให้กับผู้ซื้อและกระตุ้นให้ตลาดมีการตื่นตัวขึ้นมาบ้าง แต่ก็เป็นเพียงแค่ชั่วคราว ไม่ได้สร้างกระแสให้ตลาดคอนโดมิเนียมในชะอำ-หัวหินกลับมาคึกคักแบบก่อนหน้านี้ เพราะว่าช่วงปีพ.ศ.2554 – 2555 มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายรวมกันมากกว่า 16,160 ยูนิต มากกว่าจำนวนคอนโดมิเนียมที่มีก่อนหน้านี้เป็น 10 ปี บางโครงการที่เปิดขายในช่วง 2 ปีนี้ก็ประสบกับปัญหาและไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ อีกทั้งบางโครงการก็มีจำนวนมากกว่า 1,000 ยูนิตขึ้นไปถึงหลายพันยูนิตซึ่งส่งผลให้ตลาดคอนโดมิเนียมในชะอำ-หัวหินดูเหมือนอุปทานล้นตลาด แต่จริงๆ อาจจะเกิดจากโครงการขนาดใหญ่เพียงแค่ 1 – 2 โครงการเท่านั้น แต่ตั้งแต่ปีพ.ศ.2557 ในพื้นที่ชะอำ-หัวหิน ก็มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายลดลงแบบเห็นได้ชัด โดยเริ่มกลับมามีความคึกคักบ้างก็ในช่วงปีพ.ศ.2560 ถึงช่วงต้นปีพ.ศ.2561 เพราะช่วงต้นปีพ.ศ.2561 มีผู้ประกอบการรายใหญ่เข้าไปเปิดขายโครงการคอนโดมิเนียมในชะอำและหัวหินรวมกันมากกว่า 1,120 ยูนิตในขณะที่ทั้งปีพ.ศ.2560 มีคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในชะอำหัวหินรวมกันประมาณ 1,300 ยูนิต ซึ่งถ้าพิจารณาจากจำนวนยูนิตที่เปิดขายใหม่ในช่วงครึ่งแรกปีพ.ศ.2561 ก็มีแนวโน้มที่ตลาดคอนโดมิเนียมในพื้นที่ชะอำ หัวหินจะเริ่มมีการขยายตัวมากขึ้น หลังจากที่ชะลอตัวมาต่อเนื่องหลายปี

 

 

การขยายตัวของตลาดคอนโดมิเนียมในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาอาจจะไม่ได้มากมายหรือว่ามีโครงการเปิดขายใหม่เหมือนเมื่อในอดีต เพียงแต่เป็นการขยายตัวในรูปแบบที่ค่อยเป็นค่อยไปตามการเปลี่ยนแปลงของกำลังซื้อในตลาด เพราะผู้ซื้อหลักในชะอำ-หัวหินนั้นเป็นคนจากกรุงเทพมหานครซะเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งวัตถุประสงค์ในการซื้อ คือเพื่อเป็นบ้านหลังที่สองบ้านเพื่อการพักผ่อนในวันหยุด อาจจะมีบ้างสำหรับคนที่ต้องทำงานในพื้นที่ เพียงแต่คนที่ต้องทำงานในพื้นที่อาจจะเลือกซื้อบ้านจัดสรรที่มีราคาใกล้เคียงกับคอนโดมิเนียม แต่ว่าได้ที่ดินพร้อมบ้านและมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่า คอนโดมิเนียมที่เปิดขายในชะอำและหัวหินส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาทต่อยูนิตโดยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 75% ของจำนวนคอนโดมิเนียมทั้งหมดประมาณ 19,400 ยูนิตที่เปิดขายอยู่ในพื้นที่ชะอำและหัวหิน อัตราการขายเฉลี่ยของทั้งชะอำและหัวหินอยู่ที่ประมาณ 71% มียูนิตเหลือขายประมาณ 5,500 ยูนิต

 

 

สำหรับภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมในชะอำและหัวหินในช่วงครึ่งหลังปีพ.ศ.2561 อาจจะยังไม่คึกคักมากนักแบบในอดีตตามที่กล่าวไปแล้ว โดยอาจจะมีโครงการเปิดขายใหม่มากขึ้นเพียงแต่จำนวนโครงการอาจจะไม่มากนัก และเป็นโครงการขนาดไม่ใหญ่ จำนวนยูนิตไม่มากแบบในอดีต การขยายตัวอาจจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปเพราะผู้ประกอบการยังคงเฝ้าระวังเรื่องของกำลังซื้อที่คนไทยยังคงมองว่าการซื้อคอนโดมิเนียมที่นี่ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนหรือว่าจำเป็นต้องมี อีกทั้งจำนวนยูนิตเหลือขายในตลาดที่ยังคงมีอยู่ไม่น้อยก็สร้างความกังวลให้กับผู้ประกอบการเช่นกัน ผู้ประกอบการบางรายจึงมีการพัฒนาโครงการให้มีความน่าสนใจทั้งในเรื่องของรูปแบบโครงการและการออกแบบให้โดดเด่น เพื่อสร้างความน่าสนใจและความแตกต่างจากโครงการอื่นๆ ที่ยังคงเหลือขายอยู่ในตลาดโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลที่มีแผนจะพัฒนาในพื้นที่นี้ก็ยังไม่เป็นรูปธรรมซึ่งส่งผลให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน หรือผู้ซื้อทั่วไปเกิดความลังเลไม่รีบร้อนเข้าไปซื้อมากนัก แต่ถ้าโครงการต่างๆ เดินหน้าเป็นรูปธรรมเชื่อว่า ชะอำ หัวหินจะเป็นอีกทำเลที่มีความน่าสนใจในอนาคตอย่างแน่นอน นอกจากนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มรู้จักชะอำ หัวหินมากขึ้นกว่าในอดีตโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่เข้ามาประเทศไทยมากขึ้นและเป็นกลุ่มผู้ซื้อสำคัญในตลาดคอนโดมิเนียมหลายๆ ทำเลในประเทศไทย ซึ่งถ้าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนมากขึ้นต่อเนื่องก็อาจจะส่งผลให้ตลาดคอนโดมิเนียมในชะอำและหัวหินมีกลุ่มผู้ซื้อคนจีนเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญ เพียงแต่ยังต้องรออีกหลายปี

 

 

อนึ่ง จากข้อมูลในแวดวงอสังหาฯยังพบว่า ขณะนี้ได้มีผู้ประกอบการรายหนึ่งจากกทม.ที่พัฒนาโครงการขนาดใหญ่ในชะอำ ซึ่งการก่อสร้างคืบหน้าไปบางส่วนเท่านั้นต่อมาประสบปัญหาด้านเม็ดเงินลงทุน โครงการไม่แล้วเสร็จตามกำหนด จึงไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกค้าได้ตามที่ระบุในสัญญา เมื่อลูกค้าจะขอเงินมัดจำคืน ในครั้งแรกทางโครงการรับปากที่จะคืนเงิน แต่ก็เลื่อนมาโดยตลอด และล่าสุดมีกระแสข่าวจากวงในมาว่า ผู้ประกอบการโครงการดังกล่าวได้เริ่มมีการเร่ขายโครงการให้กับผู้ประกอบการที่มีเม็ดเงินหนา แต่ก็ยังไม่มีรายใดกล้าตัดสินใจซื้อต่อ

 

Comments

comments