พฤกษาฯทุ่ม1,000ลบ.เปลี่ยนตลาดแฮปปี้แลนด์เป็นคอนโดฯไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ใกล้รถไฟฟ้า

Home » ข่าว » Condominium » พฤกษาฯทุ่ม1,000ลบ.เปลี่ยนตลาดแฮปปี้แลนด์เป็นคอนโดฯไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ใกล้รถไฟฟ้า

พฤกษาฯทุ่ม1,000ลบ.เปลี่ยนตลาดแฮปปี้แลนด์เป็นคอนโดฯไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ใกล้รถไฟฟ้า

Posted on

พฤกษาฯปักธงตลาดคอนโดมิเนียมทำเลบางกะปิ จ่อนำออกสู่ตลาดกว่า 2,700 ยูนิต รวมมูลค่ากว่า 6,700 ล้านบาท ล่าสุดทุ่มเงินกว่า 1,000 ล้านบาทซื้อที่ดินตลาดสดแฮปปี้แลนด์ ผุดคอนโดฯไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ใกล้รถไฟฟ้าสามสาย 

Cr.dit.go.th

นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท บริษัท พฤกษา  โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือPSH เปิดเผยว่า บริษัทฯให้ความสำคัญในการเข้าไปพัฒนาที่อยู่อาศัยตามแนวรถไฟฟ้าสายใหม่ๆที่อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างมากขึ้น เพื่อรองรับการติบโตและการขยายตัวองเมือง ล่าสุด บริษัทฯได้ใช้เงิน 1,000 ล้านบาท(ลบ.) เพื่อซื้อที่ดินประมาณ 11 ไร่ ที่ปัจจุบันเป็นตลาดสดแฮปปี้แลนด์ จากบริษัท แฮปปี้แลนด์ กรุ๊ป จำกัด เพื่อพัฒนาคอนโดมิเนียมสูง 26-30 ชั้น จำนวน 6 อาคาร มีหน่วยขายทั้งสิ้นประมาณ 2,000 ยูนิต ราคาขายเริ่ม 2.0-2.5 ล้านบาทต่อยูนิต รวมมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ “พลัม” ตามแผนเบื้องต้นแบ่งการพัฒนาออกเป็น 2 เฟสๆแรกจะเริ่มเปิดตัวในช่วงไตรมาส 2 ปี 2562 กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2563 โดยมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย คือกลุ่มคนทำงานในเมือง และในพื้นที่ใกล้เคียง ที่มีรายได้ระดับ 30,000-80,000 บาทขึ้นไปต่อเดือนต่อครอบครัว

 

นอกจากนี้ บริษัทฯยังได้ใช้เม็ดเงินกว่า 200  ล้านบาทสำหรับซื้อที่ดินในพื้นที่ใกล้กันกับตลาดสดแฮปปี้แลนด์คือเยื้องๆเดอะมอลล์บางกะปิ เพื่อพัฒนาโครงการคอนโดฯแบรนด์ “เดอะทรี” บนเนื้อที่ประมาณ  3 ไร่ พัฒนาเป็นอาคารสูง 29 ชั้น 3 อาคาร และอาคารจอดรถ 9 ชั้น 1 อาคาร มีจำนวนห้องพักอาศัยประมาณ 700 ยูนิต ราคาขายเริ่ม 2.4 ล้านบาท รวมมูลค่า 1,700 ล้านบาทตามแผนจะเปิดตัวในไตรมาส 4 ปี 2561  จับกลุ่มลุกค้าเป้าหมายที่มีรายได้ระดับเริ่มต้อน 50,000-100,000 บาทขึ้นไปต่อเดือนต่อครอบครัว

 

ทั้งนี้ ตลาดสดแฮปปี้แลนด์เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของย่านบางกะปิทั้งในอดีตและในอนาคต เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยเนื่องจากใกล้ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ โลตัส การเดินทางก็สะดวก เนื่องจากเป็นจุดต่อรถเมล์หลายเส้นทาง รวมทั้ง เป็นต้นสายของรถตู้และรถสองแถว และในอนาคตจะยิ่งเป็นทำเลที่น่าสนใจยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นทำเลที่เป็นจุดเชื่อม( Interchange )หรือเป็นฮับใหญ่อีกจุดหนึ่ง ที่เปลี่ยนถ่ายการเดินทางของรถไฟฟ้าสามสาย คือ สายสีเหลือง สายสีส้ม และสายสีน้ำตาล  โดยทั้งสามสายก็ยังเชื่อมไปยังรถไฟฟ้สายอื่นๆอีกมากมาย ทำให้การเดินทางไปยังย่านอื่นๆได้สะดวกสบาย จากศักยภาพของทำเลทั้งในปัจจุบันอละในอนาคตจะทำให้รอบๆบริเวณนี้เจริญไปด้วย

 

“ที่ดินตลาดสดแฮปปี้แลนด์ที่จะนำไปสร้างคอนโดฯ เรามั่นใจว่าจะเปลี่ยนพื้นที่ตลาดสดเดิมกลายเป็นชุมชนไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ใกล้รถไฟฟ้า นายปิยะ กล่าว พร้อมกับย้ำว่า ทั้ง เดอะทรี คอนโดฯที่อยู่เยื้องกับเดอะมอลล์บางกะปิ และ พลัม คอนโดฯ ที่จะสร้างบนที่ดินของตลาดสดแฮปปี้แลนด์เดิมนั้น จะได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เนื่องจากในย่านดังกล่าวมีกลุ่มผู้เช่าทั้งหอพักหรืออพาร์ทเม้นต์ค่อนข้างมาก และสินค้าทั้งสองโปรดักส์ก็มีความแตกต่างกันในรายละอียด จึงเชื่อว่าจะไม่แย่งลูกค้ากันเอง และนอกจากกลุ่มลูกค้าคนไทยแล้ว ในโซนดังกล่าวก็พบว่าได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติทั้ง จากจีน และฮ่องกง เป็นต้น

 

การพัฒนาที่อยู่อาศัยในย่านดังกล่าว เป็นการลงทุนต่อเนื่องจากที่ก่อนหน้านี้ ได้เปิดโครงการ พลัมคอนโด ราม 60 อินเตอร์เชนจ์ (บริเวณแยกลำสาลี) บนเนื้อที่กว่า 8 ไร่ จำนวน 8 อาคาร เป็นห้องชุดพักอาศัย 960 ยูนิต และห้องชุดพาณิชย์ 2 ยูนิต ทรัพย์ส่วนกลางพื้นที่รวมประมาณ 2,408 ตารางเมตร(ตร.ม.) ประกอบด้วย อาคารสันทนาการ สูง 3 ชั้น จำนวน 1 อาคาร อาคารสระว่ายน้ำ สูง 2 ชั้น จำนวน 1 อาคาร สวนสาธารณะเริ่มก่อสร้าง เมษายน 2561 และคาดว่าจะแล้วเสร็จ มีนาคม 2562 ปัจจุบันมียอดขายไปกว่า 70-80%

พร้อมกันนี้ นายปิยะ ยังกล่าวในตอนท้ายว่า สิ้นเดือนกันยายน 2561 นี้ บริษัทจะเปิดขายโครงการ เดอะไพรเวซี่ จตุจักร  ตั้งอยู่บริเวณห้าแยกลาดพร้าว ใกล้ซอยวิภาวดีรังสิต 24 บนเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ พัฒนาเป็นอาคารสูง 36 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 850 ยูนิต ราคา 3-5 ล้านบาท

Comments

comments