“ทีค ดีเวลลอปเม้นท์”เผยปี62จ่อขยายฐานตลาดคอนโดฯไฮไรส์-แนวราบ

Home » ข่าว » “ทีค ดีเวลลอปเม้นท์”เผยปี62จ่อขยายฐานตลาดคอนโดฯไฮไรส์-แนวราบ

“ทีค ดีเวลลอปเม้นท์”เผยปี62จ่อขยายฐานตลาดคอนโดฯไฮไรส์-แนวราบ

Posted on

ทีค ดีเวลลอปเม้นท์ฯ แย้มแผนปี 62 รุกตลาดคอนโดฯ ต่อเนื่อง  4 โครงการ รวมมูลค่า 1,600 ล้านบาท ทั้งขยายไลน์คอนโดฯ ไฮไรส์ และแนวราบย่านสุวรรณภูมิ รองรับการเติบโต EEC ครึ่งปีหลังผุด 2 โครงการย่านกลางเมือง มั่นใจสินค้าราคาตอบโจทย์ ปิดขายในวันพรีเซล มั่นใจปีนี้ยอดขายแตะ 1,000 ล้านบาทตามเป้า

 

 

นายวรุตม์ ภาณุพัฒนพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีค ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ในเครือบริษัท บิวเดอสมาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ BSM  เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดคอนโดฯ ในครึ่งปีหลัง 2561 ว่า มีโอกาสในการขายมาก เพราะมีชาวต่างชาติเข้ามาซื้อมากขึ้น ส่งผลให้ราคาที่ดินปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของคอนโดฯ โลว์ไรส์ก็มีการแข่งขันที่มาก แต่บริษัทก็พยายามที่จะหาซื้อที่ดินที่มีศักยภาพ และคุ้มค่า เพื่อให้ลูกค้าคนไทยซื้อได้ในราคาที่จับต้องได้

 

สำหรับแผนการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี 2562 จะรุกตลาดคอนโดฯ อย่างต่อเนื่อง ประมาณ 4 โครงการๆ ละไม่เกิน 400 ล้านบาท รวมมูลค่าประมาณ 1,600 ล้านบาท โดยจะเปิดตัวไตรมาสละ 1 โครงการ ขณะนี้มีที่ดินรองรับแล้ว 2 แปลง หนึ่งในจำนวนนี้เป็นที่ดินย่านอารีย์ 1 แปลง มูลค่าโครงการ 400 ล้านบาท  ที่เลื่อนการเปิดตัวจากปี 2561 ไปเป็นในปีหน้าแทน เนื่องจากต้องการเปิดตัวไตรมาสละ 1 โครงการตามแผนที่วางไว้ และมีที่ดินอีก 1 แปลงที่บริษัทซื้อไว้แล้วจะเปิดขายในช่วงไตรมาส 2/2562 ส่วนในครึ่งปีหลังของปีหน้าบริษัทฯ คาดว่าจะมีการเปิดโครงการคอนโดมิเนียม High rise ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการมองหาที่ดินในกรุงเทพฯ CBD มาพัฒนา

 

นอกจากนี้หากมีจังหวะ และโอกาสก็จะขยายไลน์พัฒนาโครงการแนวราบในรูปแบบบ้านเดี่ยว ระดับราคา 6-7 ล้านบาท และทาวน์เฮาส์ ระดับราคา 3 ล้านบาทขึ้นไปด้วย ซึ่งเล็งพื้นที่โซนตะวันออกของกทม. ย่านสุวรรณภูมิ เนื่องจากโซนดังกล่าวมีการเจริญเติบโตมาก และรองรับการขยายตัวของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC ด้วย โดยในปีหน้าได้เตรียมงบสำหรับซื้อที่ดินไว้ประมาณ 1,000 ล้านบาท

สำหรับในช่วงครึ่งปีหลัง 2561 บริษัทฯ มีแผนจะเปิดตัว 2 โครงการใหม่ คือโครงการ เดอะ ทีค (The Teak) สาทร-ลุมพินี ตั้งอยู่บนพื้นที่ 264 ตารางวา เป็นคอนโดมิเนียม 8 ชั้น 1 อาคาร ขนาด 25-47 ตารางเมตร ราคา 3.5-6 ล้านบาท หรือ 127,000 บาท/ตารางเมตร จำนวน 74 ยูนิต มูลค่าโครงการ 360 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดการขายพรีเซลอย่างเป็นทางการในวันที่ 15-16 กันยายน 2561 คาดว่าจะมีลูกค้าให้การตอบรับอย่างดี และตั้งเป้าขายหมด 100% ในช่วงวันพรีเซล ซึ่งก่อนหน้ามียอดขายพรีเซลสำหรับกลุ่มลูกค้าเก่าและลูกค้าวีไอพีแล้วกว่า 50% ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าชาวไทยที่เข้ามาจองทั้งหมด และคาดว่าจะเริ่มโอนได้ในช่วงไตรมาส 4/2562

 

ส่วนอีกโครงการคือ เดอะ ทีค (The Teak) รัชดา 19 ตั้งอยู่บนพื้นที่ 270 ตารางวา  ติดสถานีรถไฟฟ้าสถานีรัชดาภิเษก เป็นคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์สูง 7 ชั้น ขนาด 28-45 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นที่ 3.5 ล้านบาทขึ้นไป หรือเริ่มต้นที่ 130,000 บาท/ตารางเมตร จำนวน 79 ยูนิต มูลค่าโครงการประมาณ 400 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดตัวในไตรมาส 4/2562  โดยจะเน้นกลุ่มลูกค้าชาวไทยเป็นหลัก แต่บริษัทก็ยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าชาวต่างชาติเข้ามาซื้อ ซึ่งคาดว่าจะมีลูกค้าชาวจีนที่สนใจเข้ามาติดต่อ แต่จะขายเพียงบางยูนิตเท่านั้น และคาดว่าโครงการ The Teak รัชดา 19 จะสามารถปิดการขายได้ในช่วงพรีเซลเช่นเดียวกัน

 

 

อย่างไรก็ตามในปีนี้บริษัทฯ คาดว่าจะทำยอดขายได้ 1,000 ล้านบาท จากปัจจุบันทำยอดขายได้แล้ว 500-600 ล้านบาท ซึ่งมียอดขายจากโครงการที่ขายไปแล้ว คือ โครงการ เดอะ ทีค (The Teak) สุขุมวิท 39 มูลค่าโครงการ 350 ล้านบาท ซึ่งปิดการขายแล้ว 100% และยอดขายจากโครงการ เดอะ ทีค (The Teak) สาทร-ลุมพินี 50% โดยที่ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่ายอดขายรอโอน (Backlog) อยู่ที่ 500-600 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้ในปีนี้ได้ประมาณ 120 ล้านบาท จากการโอนโครงการ เดอะ ทีค(The Teak) สุขุมวิท 39 ในช่วงไตรมาส 4/2561 ซึ่งคาดว่าจะมีรายได้ในปีนี้ 120 ล้านบาท และในปี 2562 คาดว่ารายได้จากการโอนโครงการคอนโดมิเนียมอยู่ที่ 300 ล้านบาท จากการโอนโครงการ เดอะ ทีค(The Teak) สุขุมวิท 39 ต่อเนื่อง และโอนโครงการ เดอะ ทีค(The Teak) สาทร-ลุมพินี ในช่วงปลายปีหน้า

 

Comments

comments