PF ลุยเปิด 9 โครงการใหม่โค้งสุดท้ายปี -ผุดแบรนด์ “เพอร์เฟค เรสซิเดนท์” แทรกช่องว่างตลาด

Home » ข่าว » Home » PF ลุยเปิด 9 โครงการใหม่โค้งสุดท้ายปี -ผุดแบรนด์ “เพอร์เฟค เรสซิเดนท์” แทรกช่องว่างตลาด

PF ลุยเปิด 9 โครงการใหม่โค้งสุดท้ายปี -ผุดแบรนด์ “เพอร์เฟค เรสซิเดนท์” แทรกช่องว่างตลาด

Posted on

พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ลุยเปิดโครงการใหม่โค้งสุดท้ายปี 2561 จำนวน 9 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 14,316 ล้านบาท ล่าสุดผุดแบรนด์แนวราบใหม่ เพอร์เฟค เรสซิเดนท์” ระดับราคา 10-15 ล้านบาท พร้อมโชว์ผลงาน 9 เดือนแรก กวาดยอดขายรวม 13,250 ล้านบาท เติบโต 50%  เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน

 

นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) (PF) เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจในช่วงไตรมาส 4 ปี 2561 นี้ ว่า มีแผนพัฒนาโครงการในทำเลใหม่ๆ จำนวน 9 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 14,316 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 7 โครงการ มูลค่า 7,386 ล้านบาท และโครงการคอนโดมิเนียม 2 โครงการ มูลค่า 6,930 ล้านบาท คือ โครงการ Hyde Heritage Thonglor พื้นที่ 2.5 ไร่ จำนวน 391 ยูนิต มูลค่าโครงการ 6,000 ล้านบาท อีกโครงการคือ iCondo Pattanakarn (พัฒนาการซ. 37) บนพื้นที่ 5 ไร่ จำนวน 445 ยูนิต มูลค่าโครงการ 930 ล้านบาท

เปิดแบรนดใหม่ “เพอร์เฟค เรสซิเดนท์”  แทรกช่องว่างตลาด

นอกจากนี้บริษัทมีแผนในการพัฒนาโครงการแนวราบ ภายใต้แบรนด์ใหม่ในชื่อ “ เพอร์เฟค เรสซิเดนท์” ระดับราคาประมาณ 10-15 ล้านบาท เพื่อแทรกช่องว่างตลาด ทำให้บริษัทฯ มีแบรนด์ที่อยู่อาศัยแนวราบ 6 แบรนด์ ครอบคลุมบ้านราคาตั้งแต่ 2-60 ล้านบาท ได้แก่ แบรนด์ โมดิ ระดับราคา 2-4 ล้านบาท  แบรนด์ เดอะ เมโทร ระดับราคา 3-4 ล้านบาท  แบรนด์ เพอร์เฟค พาร์ค 4-6 ล้านบาท  แบรนด์ เพอร์เฟค เพลส ระดับราคา 5-10 ล้านบาท  แบรนด์ เพอร์เฟค เรสซิเดนท์ 10-15 ล้านบาท และแบรนด์ เพอร์เฟค มาเตอร์ พีช ระดับราคา 15-60 ล้านบาท

สำหรับแบรนด์ใหม่ที่เปิดภายใต้ชื่อ “เพอร์เฟค เรสซิเดนท์” นั้น มี 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ เพอร์เฟค เรสซิเดนท์ สุขุมวิท 77 บนพื้นที่ 33 ไร่ จำนวน 108 ยูนิต มูลค่า 1,050 ล้านบาท และ โครงการ เพอร์เฟค เรสซิเดนท์ พระราม 9-กรุงเทพกรีฑา บนพื้นที่ 16 ไร่ จำนวน 39 ยูนิต มูลค่า 430 ล้านบาท เป็นโครงการบ้านหรูในทำเลตะวันออกของกรุงเทพ  มีแบบบ้าน 3 แบบ ดังนี้

แบบ Lucia บนพื้นที่ 64-70  ตารางวา (ตร.ว.) พื้นที่ใช้สอย  190  ตารางเมตร (ตร.ม.) 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ราคา 10-11 ล้านบาท

แบบ Luciana บนพื้นที่ 64-83  ตารางวา (ตร.ว.) พื้นที่ใช้สอย  211  ตารางเมตร (ตร.ม.) 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ราคา 10 .7 -12.2 ล้านบาท

แบบ  Lorena บนพื้นที่  71-81  ตารางวา (ตร.ว.) พื้นที่ใช้สอย  230 ตารางเมตร (ตร.ม.) 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ราคา 12 .5 -13.9 ล้านบาท

 

ในปัจจุบันบริษัทฯ ได้มีการพัฒนาโครงการบนทำเลกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ รวม 6 โครงการ บนพื้นที่รวม 312 ไร่ มูลค่าโครงการรวมกว่า 10,050 ล้านบาท พัฒนาไปแล้วรวมมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ที่เหลือกว่า 8,000 ล้านบาท คาดว่าใช้เวลาในการพัฒนาทั้งสิ้น 5 ปี นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีที่ดินที่รอการพัฒนา หรือแลนด์แบงก์อีกกว่า 100 ไร่ คาดว่าในอีก 2 ปีจะนำมาพัฒนาโครงการใหม่

 

“ที่ดินทั้งสองแปลงบริษัทฯ ซื้อเก็บไว้นานแล้ว เมื่อมีถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ทำให้ราคาที่ดินในปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็นกว่าเท่าตัว มาอยู่ที่ราคากว่า 12 ล้านบาทต่อไร่ อนาคตคาดว่าราคาที่ดินจะปรับเพิ่มขึ้นอีกแน่นอน” นายวงศกรณ์กร กล่าว

 

ดัพเดท ร่วมทุนกับ 3 บริษัทใหญ่จากญี่ปุ่น

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ร่วมทุนกับ 3 บริษัทอสังหาฯ รายใหญ่จากญี่ปุ่น มีความคืบหน้า ดังนี้  คือ การร่วมมือกับ ฮ่องกง แลนด์ ในการพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวไฮเอนด์ (Luxury low rise) ทำเลแจ้งวัฒนะ บนพื้นที่ 130 ไร่ มูลค่า 4,800 ล้านบาท ได้ดำเนินการขายที่ดินเข้า และจะมีการบันทึกรายได้จากการขายที่ดินในไตรมาส 3 ประมาณ 800 ล้านบาท

ส่วนความร่วมมือกับ เซกิซุย เคมิคอล  พัฒนาบ้านระดับ Luxury modular low rise ด้วยการใช้ระบบโมดูลาร์ ภายในโครงการ เพอร์เฟค มาสเตอร์พีช กรุงเทพกรีฑา  รามคำแหง  แจ้งวัฒนา และ รัตนาธิเบศร์ รวมมูลค่า 2,230 ล้านบาท ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในปี 2562 และความร่วมมือกับ ซูมิโตโม ฟอเรสทรี รูปแบบการพัฒนาจะเป็น Luxury high rise โดยเริ่มในโครงการ Hyde Heritage Thonglor เป็นคอนโดมิเนียม จำนวน 319 ยูนิต มูลค่า 6,000 ล้านบาท กำหนดเปิดขายปลายเดือน พฤศจิกายน 2561  นี้

 

9 เดือนยอดขายเติบโต 50 %

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 3 ปี 2561 บริษัทฯ คาดว่าจะมียอดขายรวม 5,300 ล้านบาท เติบโต 35% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นยอดขายจากโครงการแนวราบ 3,500 ล้านบาท และ โครงการคอนโดมิเนียม 1,800 ล้านบาท ขณะที่ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายรวม 13,250 ล้านบาท เติบโต 50% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็น โครงการแนวราบ 8,280 ล้านบาท และ โครงการคอนโดมิเนียม 4,970 ล้านบาท อย่างไรก็ตามในปี 2561 นี้บริษัทตั้งเป้ามียอดขายรวม 14,500 ล้านบาท ขณะที่ยอดรับรู้รายได้ทั้งปีตั้งเป้าไว้ที่ 14,000 ล้านบาท

 ณ ปัจจุบันบริษัทฯสินค้าคอนโดฯเหลือขายอยู่ประมาณ 8,000 ล้านบาท ส่วนแผนการพัฒนาที่ดินย่านรัชดาภิเษก 2 แปลงนั้นคาดปลายปีน่าจะสรุปรายละเอียดการลงทุนรวมถึงผู้รวมทุนได้

Comments

comments