ใช้ทุกจังหวะชีวิตในแบบBEAT Bangwa Interchange

Home » รีวิว » Condominium » ใช้ทุกจังหวะชีวิตในแบบBEAT Bangwa Interchange

ใช้ทุกจังหวะชีวิตในแบบBEAT Bangwa Interchange

Posted on

ก่อนจะเริ่มพูดถึงตัว BEAT Bangwa Interchange ผู้เขียนอยากขอชวนคุยเรื่องราคาคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯกันสักเล็กน้อย จริงๆแล้วราคาของคอนโดมิเนียมจะได้รับผลกระทบหลักๆ เลยมาจากราคาที่ดินของโครงการ ซึ่งแน่นอนว่าที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นทรัพย์ที่มีอยู่อย่างจำกัด เพราะเป็นทรัพย์ที่ไม่สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ให้เหมือนเดิมได้ จึงทำให้ราคาที่ดินในกรุงเทพฯพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

แน่นอนว่า ราคาของที่ดิน ก็ยังเกี่ยวข้องกับ Demand, Supply ด้วย เมื่อมีความต้องการมากขึ้น แต่ของมีอยู่จำกัด ราคาก็จะสูงขึ้นตาม ซึ่งกรุงเทพฯของเรานั้นมีจำนวนคนพักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก รวมถึงในแต่ละปียังมีผู้คนย้ายเข้ามาเพื่อศึกษาและทำงานอีกเป็นจำนวนมาก

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติรายงานว่า จากปี 2551 ถึงปี 2560 มีจำนวนประชากรในกรุงเทพและปริมณฑลเพิ่มขึ้นถึง 670,294 คน ซึ่งนั้นหมายถึงความต้องการที่พักอาศัยด้วย

แน่นอนว่าสำหรับคนเมือง การเดินทางย่อมเป็นเรื่องสำคัญ อสังหาริมทรัพย์ตามแนวรถไฟฟ้าจึงมีราคาสูงและสูงขึ้นเรื่อยๆทุกๆปี โดยเฉพาะ 2 สายหลัก อย่างรถไฟฟ้าสายสีเขียวและรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ที่เต็มไปด้วยแหล่งงาน สถานศึกษา และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย รวมถึงโครงการ Mega Project อีกเป็นจำนวนมากที่กำลังก่อสร้างอยู่ในตอนนี้นั้น จึงทำให้ราคาที่ดินตามแนว Interchange Station สายสีเขียว – น้ำเงิน เป็นทำเลที่น่าสนใจและมีราคาสูงเป็นอย่างมาก

ยังจะมีเหลือเพียงแต่สถานีบางหว้า ที่เป็นโอกาสสำคัญสำหรับคนที่ต้องการที่อยู่อาศัย ที่ถือได้ว่าเดินทางสะดวก เพราะสามารถวิ่งตรงเข้าสู่แหล่งงานและใจกลางเมืองได้โดยง่าย แต่ยังมีราคาที่จับต้องได้มากที่สุด เพราะราคาคอนโดมิเนียมในสถานี Interchange สายสีเขียว – น้ำเงินในบริเวณอื่น อาจมีราคาสูงกว่าถึง 2-3 เท่าตัว

Location

ตัวโครงการจะอยู่ห่างจากสถานีบางหว้าเป็นระยะทาง 650 เมตร หรือถ้านับจาก Sky Walk ก็จะอยู่ที่ 280 เมตร ซึ่งล้วนแล้วแต่อยู่ในระยะที่เดินได้ แต่ทางโครงการก็ยังมีรถ Shuttle Service มาส่งให้ตรงบริเวณตรงข้ามท่าเรือบางหว้า ทำให้เหลือระยะทางเดินบน Sky Walk เพียง 200 เมตรเท่านั้น

สำหรับเรื่องอาหารการกินและสิ่งอำนวยความสะดวก ถือว่าอุดมสมบูรณ์ดีค่ะ ด้วยความที่ถนนเทอดไท เป็นย่านชุมชน จึงมีทั้งตลาดและร้านสะดวกซื้อใกล้โครงการ (150 เมตร) และลูกบ้านยังสามารถเดินทะลุวัดอ่างแก้ว เพื่อมาออกซอยเพชรเกษม 27 (450 เมตร) ซึ่งจะเป็นบริเวณตรงข้ามมหาวิทยาลัยสยามพอดี ซึ่งเป็นย่านร้านอาหารมากมาย ยาวตลอด 300 เมตรไปจนถึงสถานีรถไฟฟ้าบางหว้า ทำให้จะเดินมาหรือจะนั่ง Shuttle Service ละเดินต่อ 200 เมตรมาซื้ออาหารก็ได้ แถมนั่งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินออกไปเพียง 3 สถานี ก็ถึงซีคอนบางแคแล้ว

ชื่อโครงการ : BEAT Bangwa Interchange (บีท บางหว้า อินเตอร์เชนจ์)

เนื้อที่ : ที่ดิน 2 – 3 – 72 ไร่

รูปแบบอาคาร : อาคาร Low Rise 8 ชั้น 2 อาคาร โดยแบ่งเป็น
อาคาร A 134 ยูนิต เพดานห้องชุดสูง 2.6 เมตร
อาคาร B 269 ยูนิต เพดานห้องชุดสูง 2.4 เมตร

ที่จอดรถ : ที่จอดรถประมาณ 156 คัน คิดเป็น 39%

ปีที่แล้วเสร็จ : คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2563

รูปแบบห้อง : ห้องชุดมี 3 รูปแบบ
1 Bedroom 25.6 – 32.3 ตารางเมตร
1 Bedroom Plus 32.5 – 39.9 ตารางเมตร
2 Bedroom 45.7 – 51.1 ตารางเมตร
ห้องชุดเป็นแบบ Fully Fitted

ราคาเริ่มต้น : เริ่ม 1.59 ล้านบาท* หรือตารางเมตรละ 69,000 บาท*

บริเวณหน้าโครงการจะมี Shop ขนาดใหญ่ 1 Shop เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้าน และมีส่วนกลาง Lobby สำหรับนั่งพักผ่อนหรือรับแขก ฟร้อมกับFunction การใช้งาน Co-Working Space ส่วนกลางที่ขาดไม่ได้ในยุคนี้ สามารถใช้นั่งเล่นมือถือ, ดูหนังผ่าน Tablet, อ่านหนังสือ, ทำการบ้าน, นั่งทำงานได้สารพัด แถมยังเป็นพื้นที่เปิดขนาดใหญ่ ทำให้ลูกบ้านที่มานั่งใช้งานไม่รู้สึกอึดอัด นอกจากนี้ยังมีห้อง Self Laundry มีห้อง Game Room, Fitness และพื้นที่สีเขียวโดยรอบช่วยสร้างบรรยากาศร่มรื่นให้กับห้องชุดและส่วนกลาง

บริเวณด้านหน้าโครงการมีพื้นที่ Retail ขนาดใหญ่ อำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านได้มาก

ห้อง Fitness พร้อมอุปกรณ์ออกกำลังกายครบครัน รวมถึงยังมีอุปกรณ์ชกมวยที่กำลังเป็นที่นิยมในการออกกำลังกายในปัจจุบัน

พื้นที่ Lounge ที่ตกแต่งสไตล์ Luxury Modern แต่ยังมีความ Cozy น่านั่งพักผ่อน พร้อม Function Co-Working Space ที่ใช้งานได้จริง

ห้อง Game Room สำหรับให้ลูกบ้านมาทำกิจกรรมร่วมกัน ไม่ว่าจะชวนกันมาดูหนัง หรือจัดปาร์ตี้ขนาดเล็กก็เหมาะ แถมยังเป็นพื้นที่ปิดไม่รบกวนเพื่อนบ้านด้วย

บนชั้น 3 มีสระว่ายน้ำ และชั้น 4 มีสวนพักผ่อน ซึ่งโครงการออกแบบมาได้ดีมาก เพราะเอาส่วนกลางที่มี Landscape ที่สวยงามมาสร้างเป็นวิวให้กับลูกบ้าน ทำให้แม้ว่าจะอยู่คอนโด Low Rise แต่ลูกบ้านก็สามารถ Take View สีเขียวร่มรื่นและสระน้ำเย็นสบายได้ตลอด

Landscape ของโครงการออกแบบมาเพื่อช่วยสร้างวิวที่สวยงามให้กับลูกบ้านไม่ว่าจะเป็นสวนชั้น 1 สระว่ายน้ำและสวนเล่นระดับโดยรอบ ทำให้ห้องที่หันมาทางสระว่ายน้ำและสวนได้วิวที่สวยงาม รวมถึงการวางสระว่ายน้ำแนวเฉียงยังช่วยยืดความยาวของ Lap Pool ให้ได้ยาวมากขึ้นและได้วิวที่สวยขึ้นอีกด้วยอีกด้วย

พื้นที่สวนลอยฟ้าพร้อมที่นั่งพักผ่อนที่นอกจากจะทำให้เกิดวิวที่สวยงามแล้วยังออกมานั่งพักผ่อนได้จริง เพราะด้วยการออกแบบอาคารให้โอบล้อมสวนลอยฟ้าทำให้แดดไม่ร้อนจัดในช่วงเช้าและเย็นแต่ยังได้รับแสงแดดเพียงพอสำหรับต้นไม้ สำหรับชุดบนชั้น 4 ที่อยู่รอบๆพื้นที่สวนยังจะได้รับกลิวบังสายตาที่ลวดลายสวยงามแบบบานเลื่อน 3 ตอน ทำให้เมื่อมองออกมาจากภายในห้องชุดยังเห็นพื้นที่สวนสีเขียวร่มรื่น แต่คนจากภายนอกมองเข้าไปในห้องชุดได้ลำบาก รวมถึงยังทำให้รู้สึกปลอดภัยมากขึ้นด้วย

ห้องตัวอย่างที่โครงการที่มีให้ดู มีด้วยกัน2 แบบ

เริ่มต้นจากแบบ 1 Bedroom 26.15 ตารางเมตร ที่ออกแบบ Layout ได้ดี ได้เป็นห้องหน้ากว้างมีหน้าต่างเปิดรับแสงธรรมชาติขนาดใหญ่ อีกทั้งยังเลือกใช้บานเลื่อนกั้น Zone Living Area และ Bedroom ทำให้ห้องยิ่งดูโล่งกว้างสบายตามากขึ้น โครงการขายแบบ Fully Fitted สำหรับช่วงโปรโมชั่น Furniture Package ที่โครงการเขาแถมอะไรให้ได้ก็แทบแบบจัดเต็มจนเกือบจะให้มาแบบ Fully Furnished เลยทีเดียว

วัสดุที่ให้ถือว่าคุ้มราคามาก โปรโมชั่นจะมีไปจนถึงวัน Pre-Sale 17-18 พฤศจิกายนนี้ ณ. สำนักงานขายโครงการ BEAT Condo บริเวณ BTS บางหว้า ทางออกประตู 4

แม้จะเป็นห้องขนาด 26.15 ตารางเมตร แต่ออกแบบให้ได้ห้องหน้ากว้าง พร้อมบานเลื่อนกระจกกั้นห้องทำให้ห้องดูโล่งโปร่ง ไม่อึดอัด โครงการติดตั้ง Digital Door Lock ของ HYUNDAI TELECOM มาให้ด้วยเลย สามารถปลด Lock ได้ทั้ง Keycard, กดรหัส และกุญแจ

ครัวที่โครงการบิวท์อินมาให้มีขนาดใหญ่พื้นผิวเป็นแบบลามิเนตลายหินอ่อน พร้อมตู้เก็บของได้จำนวนมาก อีกทั้งยังได้เป็นเตาไฟฟ้าจาก MEX และ Hood ดูดควันแบบหมุนเวียนที่ใช้งานได้สะดวก เหมาะสำหรับคนอาศัยอยู่ในคอนโดที่ทางโครงการคิดมาให้แล้วเป็นอย่างดีเพราะปกติแล้วผู้พักอาศัยในคอนโดก็มักจะไม่ได้ทำอาหารหนักสักเท่าไรส่วนใหญ่ก็จะเป็นเพียงการอุ่นอาหารหรือทำอาหารทานเบาๆ

ตรงข้ามกันทางโครงการก็ออกแบบมาให้เป็นไอเดียโดยจัดเป็นพื้นที่ Dining Area สำหรับ2 ที่นั่ง เพื่อทานอาหารและยังมีที่ว่างเหลือให้เดินได้สบายๆ ที่สามารถเดินสวนกัน 2 คน ก็ยังได้

โซน Dining Area จะเชื่อมต่อกันกับ Living Area ทำให้ห้องดูกว้างขึ้น มีพื้นที่มากขึ้น แต่หากลูกบ้านกลัวว่ากลิ่นจากการทำอาหารจะมาตีกันในโซนนี้ ก็สามารถติดตั้งบานเลื่อนทำเป็นครัวปิดได้ ทำให้พื้นที่เป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น

พื้นที่ Living Area ถ้าช่วงโปรโมชั่นทางโครงการเขาให้โซฟามมาแล้วด้วย แต่ผนังไม่ได้ตามแบบนะจะเป็นแบบฉาบเรียบทาสีขาว ส่วนตู้ที่อยู่ทางด้านล่างทีวีทางโครงการก็แถมมาให้ด้วยเช่นกันพื้นผิวเป็นลามิเนตลายหินอ่อน ได้พื้นที่ไว้เก็บของเพิ่มขึ้นอีก  ระยะห่างระหว่างทีวี กับโซฟา อยู่ที่ราวๆ 2 เมตร  ปลักซ์ด้านล่างทางโครงการก็ดีไซน์ให้ตอบโจทย์คนยุคปัจจุบันที่มีมือถือเป็นปัจจัยที่ 4 เลยก็ว่าได้ เพราะถูกดีไซน์ให้สามารถเสียบ Port USB ได้ทันที โดยไม่ต้องใช้หัวปลักซ์เชื่อมต่อ ระยะความสูงของตัวห้องตั้งแต่พื้นถึงเพดาน แตกต่างกันนิดหน่อยโดยยูนิตที่อยู่ในอาคาร A จะสูง 2.6 เมตร แต่ถ้าเป็น ยูนิตที่อยู่ในอาคาร B จะสูง 2.4 เมตร

โซน Living Areaออกแบบให้อยู่ติดกับระเบียงเพื่อให้ได้รับแสงธรรมชาติ ที่ช่วยกำจัดกลิ่นอับชื้นออกไปได้ และ สามารถTake View จากภายนอกได้ ช่วยให้สบายตาและไม่รูสึกอึดอัดด้วย

พื้นที่ในห้องนอนค่อนข้างกว้างเลยที่เดียวเพราะสามารถวางได้ทั้งเตียงนอน โต๊ะเอนกประสงค์ และตู้เสื้อผ้าได้ด้วย สำหรับหน้าต่างห้องให้มาเต็มพื้นที่ผนัง ช่วยทำให้ห้องดูโล่งไม่อึดอัด ห้องนอนจะติดกับโซน Living Area ถูกกั้นด้วยกระจกบานสไลด์ 3 ตอน ที่ให้คุณสามารถเลือกได้ว่าจะเปิดกว้างมากแค่ไหน ได้ตามความพึงพอใจ แถมยังเปิดได้ทั้ง 2 ฝั่ง หากวันไหนอยากนอนดูทีวีอยู่บนเตียงสบายๆ ก็แค่มาเปิดกระจกบานสไลด์อีกฝั่งหนึ่ง ยิ่งช่วยเสริมทำให้ดูมีพื้นที่ของห้องกว้างยิ่งขึ้น แต่หากต้องการความเป็นส่วนตัวก็แค่เลื่อนบานสไลด์ปิดไป สำหรับห้องนี้ได้แอร์ 2 ตัว คือ ห้องนั่งเล่นและห้องนอน

สุขภัณฑ์ในห้องน้ำมีให้ครบ ได้ตามแบบนี้เลยค่ะ  ห้องน้ำที่ทางโครงการทำไว้ให้ถือว่าดีมากเลยทีเดียวค่ะสำหรับโครงการ Lowrise แยกพื้นที่ส่วนแห้งกับส่วนเปียกออกจากกัน ฉากกั้นกระจกนิรภัยความหนา 10ม.ม. ทางโครงการก็ติดตั้งมาให้ด้วย จะขาดก็เพียงแต่เครื่องทำน้ำอุ่นเท่านั้นแต่ทางโครงการก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นเขาเดินสายไว้ให้เรียบร้อยหมดแล้วค่ะ แถมยังกรุกระจกเงาบานใหญ่เอาไว้ให้ด้วยน่าจะถูกใจใครหลายคนกันเลยทีเดียว

ห้องตัวอย่างอีกแบบคือ 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ Layout สำหรับห้องนี้ออกแบบไว้ดีมาก ได้ครัวปิดเป็นสัดส่วน พื้นที่ Living Area ขนาดใหญ่ที่มีทั้ง Function Living Room และ Dining Area ที่สามารถวางโต๊ะทานอาหารขนาด 4 ที่นั่งได้สบายๆ รวมถึงยังมีพื้นที่มากพอที่จะทำตู้เก็บของเพิ่มได้อีก ห้องนอน Master Bedroom ยังกั้นห้อง Walk-in Closet ขนาดใหญ่พร้อมประตูบานเลื่อนมาให้อีกด้วย  

โซนแรกเป็นส่วนของครัว สำหรับห้อง Type นี้ ได้แบบครัวเป็นแบบครัวปิด ทำให้ได้สัดส่วนที่ชัดเจนมากขึ้นและป้องกันกลิ่นที่จะเข้ามารบกวนในส่วนอื่น เคาน์เตอร์ครัวได้เหมือนเดิมค่ะ แต่ขนาดจะใหญ่ขึ้นมีที่เก็บของเพิ่มขึ้น เตาไฟฟ้าแบบ 2 หัว และฮู้ดดูดควันเหมือนเดิม

สำหรับห้องนี้ โซน Dining Area ทางโครงการวางโต๊ะทานอาหารสำหรับ 4 ที่นั่ง ไว้เป็นไอเดียให้ดู ซึ่งจะเชื่อมต่อกันกับพื้นที่ Living Area

โซน Living Area ช่วงโปรโมชั่นทางโครงการเขาแถมโซฟาขนาด 3 ที่นั่งมาให้ด้วย  ระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟา ราวๆ 2 เมตร ซึ่งถือว่าเป็นระยะสายตากำลังดี พื้นที่ในส่วนนี้เชื่อมต่อสู่ระเบียงที่ถูกกันด้วยกระจกบานเลื่อน ทำให้สามารถออกไปรับลมด้านนอกหรือTake View ได้สบายตา

ห้องนอนใหญ่ ห้องนี้สุดเศษพิเศษและคงเป็นมุมโปรดของผู้หญิงอย่างเรา เพราะเขาออกแบบมาให้มีWalk-in Closet โครงการวางเตียงขนาด 5 ฟุต ที่เป็นมาตรฐานไว้ให้ดู ยังเหลือพื้นที่ด้านข้างให้เดินได้อย่างสบายๆที่สามารถวางโต๊ะได้อีกตัวเลยทีเดียว

ภายใน Walk-in Closet นั้นจัดชุดตู้เสื้อผ้าให้ 2 ชุดเลยทีเดียว พร้อมชั้นเก็บของที่สามารถวางได้ทั้ง กระเป๋า เครื่องประดับ ของจุกจิกตามสไตล์ผู้หญิง ได้เยอะมาก

ในส่วนของห้องนอนเล็ก ก็ไม่ได้เล็กมากสักทีเดียว เพราะขนาดวางเตียงในห้องนอนแล้วพื้นที่ปลายเตียงยังสามารถวางตู้ใส่เสื้อผ้าได้อีกและยังเหลือพื้นที่ให้พอเดิน หยิบของจากตู้เสื้อผ้าได้สบายๆ ตู้เสื้อผ้าเป็นแบบบานเลื่อนที่สามารถเลื่อนได้ทั้ง 2 ทาง ซึ่งโครงการเขาก็Built-in มาให้เลย ด้านข้างของเตียงโครงการออกแบบเป็นไอเดียมาให้ดูสามารถทำเป็นโต๊ะสำหรับทำงาน หรือโต๊ะเครื่องแป้งที่เป็นฟังก์ชั่นเสริมก็ได้

ในส่วนของห้องน้ำ ได้ผลิตภัณฑ์เหมือนกันกับ 1 Bedroom รวมทั้งฉากกันกระจกนิรภัยด้วย แต่ได้อ่างล้างมือที่มีขนาดใหญ่ขึ้นใช้งานสะดวกมากกว่า แต่สำหรับห้องนี้ทางโครงการติดตั้งชุด Rain Shower เพิ่มเข้ามาให้ พื้นที่สำหรับอาบน้ำถือว่ากว้างพอสมควรทีเดียว

สรุป

สำหรับโครงการ BEAT Bangwa Interchange ที่มีราคาเริ่มต้นเพียง 1.59 ล้านบาท* เฉลี่ยตารางเมตรละ 69,000 บาท* แต่สามารถเดินไป Interchange Station BTS – MRT ได้ และมีอาหารการกินค่อนข้างสมบูรณ์

รวมถึงยังเป็นทำเลที่มีศักยภาพในการเติบโตของย่านฝั่งธนฯ ถือได้ว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากสำหรับใครที่กำลังมองหาคอนโดใกล้รถไฟฟ้า สามารถเดินทางไปทำงานได้อย่างสะดวกเพราะทั้งเส้น BTS และ MRT ล้วนแล้วแต่วิ่งผ่านเข้าสู่ย่านสำคัญทั้งหมดในเมือง ทำให้ในอนาคตแม้ว่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายที่ทำงาน หรือการทางเดินไปติดต่อธุระต่างๆ ก็สามารถเดินทางได้โดยง่าย

นอกจากนี้ทางโครงการยังจัดเตรียม Shuttle Service ไว้ให้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านในการเดินทางไป-กลับ ช่วยร่นระยะทางในการเดินขึ้นได้มาก รวมถึงพื้นที่ร้านค้าเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับโครงการ

สนใจโครงการสามารถลงทะเบียนได้ที่ www.beatcondo.com หรือโทร 063-2176565
หรือเดินทางมาดูโครงการเองก็สะดวก
สำนักงานขายอยู่ติด BTS บางหว้า ทางออกประตู 4 อยู่ติดกับบันได ทางขึ้นลง BTS

 

Comments

comments