770капитал 770капитал отзывы 770 Capital 770Capital 770capital отзывы “ที กรุ๊ป” สะท้อนดีมานด์จีนกับตลาดอสังหาฯไทย - Prop2Morrow บ้าน คอนโด ข่าวอสังหาฯ
 

“ที กรุ๊ป” สะท้อนดีมานด์จีนกับตลาดอสังหาฯไทย

Home » ข่าว » “ที กรุ๊ป” สะท้อนดีมานด์จีนกับตลาดอสังหาฯไทย

“ที กรุ๊ป” สะท้อนดีมานด์จีนกับตลาดอสังหาฯไทย

Posted on

โบรกเกอร์อสังหาฯ “ที กรุ๊ป แอซเซ็ท” เตือนรับมือนักลงทุนจีน อาจชะลอการโอนโครงการคอนโดฯในไทย หลังปัจจัยเศรษฐกิจในประเทศจีนถดถอย เผย3 โลเกชั่นเป้าหมาย อาจต้องรีเซลคอนโดฯซ้ำ ชี้ตลาดอสังหาฯปี 62 มีปัจจัยเรื่องดอกเบี้ยขาขึ้น มาตรการธปท. พร้อมขยายพอร์ตลูกค้าโครงการในอีอีซี แย้มปีหน้า มูลค่าบริหารโครงการเพิ่มเป็น 3,000-4,000 ล้านบาท ศรีราชา ตลาดเช่ายังเติบโต

นายธาตรี นุชสวาท กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที กรุ๊ป แอซเซ็ท จำกัด ดำเนินธุรกิจในการบริหารเกี่ยวกับเรื่องของการขาย เช่า ขายฝาก และบริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ นักธุรกิจคนรุ่นใหม่ ซึ่งดำเนินธุรกิจบริษัทที่ปรึกษาการขายและการตลาด กล่าวถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2562 โดยเฉพาะมุมมองต่อโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีกลุ่มลูกค้าเป็นนักลงทุนจากประเทศจีนว่า จากภาวะเศรษฐกิจของประเทศจีนที่ถดถอยไป ทำให้มีผลกระทบต่อตลาดท่องเที่ยว และการขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นภาพที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว นักลงทุนจีนมีกำลังซื้อโครงการอสังหาฯได้ทุกระดับราคา แต่ราคา 2-3 ล้านบาท จะขายดี เพราะเป็นกลุ่มที่คนจีนมีกำลังซื้อ และซื้อได้ง่าย

 

โดยพฤติกรรมแล้ว จีนจะเลือกโลเกชั่นที่มีความคุ้นเคยหรือที่มีคนจีนอยู่กันหนาแน่น คือ สนใจโซนสุขุมวิท พระราม 9 และศรีนครินทร์ ส่วนทำเลทองหล่อ จะไม่เข้าไป แต่จะเป็นพื้นที่นักลงทุนญี่ปุ่นอยู่กันมาก ซึ่งไม่ใช่แค่ลงทุนในไทยเท่านั้น จีนเข้าไปในสหรัฐฯ แคนาดา แต่เนื่องด้วยราคาอสังหาฯในสหรัฐฯชะลอตัวลงและมีความผันผวนของราคาอย่างมาก ตลาดในไทย จึงได้รับความสนใจ ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในหลายปีที่ผ่านมา ราคาที่ต้องการซื้อ 1-1.5 แสนบาทต่อตารางเมตร เกิน 2.5 แสนบาทต่อตารางเมตรจะไม่นิยมแม้ว่าอยากจะซื้อ  แต่ในปี2562 เป็นห่วง ลูกค้าชาวจีนจะโอนเยอะแค่ไหน ซึ่งโอน น่าจะมีตัวเลขเข้ามา คนจีนซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทยเยอะมาก โดยตามข้อมูล ปี2561 เข้ามาลงทุนเติบโตเป็น 2 เท่า แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจของจีนที่ถดถอย ผสมกับที่ผ่านมาเกิดข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนที่รุนแรง ส่งผลถึงภาพรวมของประเทศ ดังนั้น การโอนคอนโดฯของกลุ่มลูกค้าชาวจีน อาจไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ ทำให้ต้องนำกลับมาขายซ้ำ

 

นอกจากปัญหาลูกค้าจีนแล้ว นายธาตรี ชี้ว่า ปี2562 ต้องเฝ้าติดตามในหลายประเด็น ทั้งเรื่องกำลังซื้อที่จะลดลง ทั้งจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาขึ้น ผลจากมาตรการควบคุมสินเชื่ออสังหาฯของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ ส่งผลให้บ้านหลังที่ 2 หลังที่ 3 ซื้อยากขึ้น  สถาบันการเงินต่างๆมีความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อและนักลงทุนรอผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า

 

สำหรับแนวโน้มธุรกิจและการปรับตัวของบริษัทฯนั้น มีหลายแนวทางที่วางเป้าหมายไว้ ได้แก่ การขยายพอร์ตการเข้าไปบริหารโครงการคอนโดฯให้มากขึ้น ปัจจุบันมีอยู่ 10 โครงการ มูลค่า 1,500-2,000 ล้านบาท เพิ่มโครงการที่จะบริหารในปี 2562 อีก 5 โครงการ มีทั้งโครงการในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 2 โครงการ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่รุกเข้าไปบริหารโครงการในอ.ศรีราชา และโครงการของบริษัทมหาชนอีก 3 โครงการ คาดว่ามูลค่าการบริหารจะเพิ่มเป็น 3,000-4,000 ล้านบาท

 

อสังหาฯในอ.ศรีราชามีการเติบโต โดยมีปัจจัยในเรื่องนโยบายของรัฐบาลในการลงทุนและผลักดันโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี อย่างต่อเนื่อง มีระบบอินฟราสตรัคเจอร์เกิดขึ้น ซึ่งกลยุทธ์ที่บริษัทฯเข้าไปทำตลาดในศรีราชา จะเน้นโครงการที่เห็นวิวทะเล เลือกทรัพย์ที่สถาบันการเงินปล่อย โครงการคอนโดฯที่เราเข้าไปบริหารจะราคา 3-11 ล้านบาท จำนวน 30-50 ห้อง มูลค่าการขาย 100-300 ล้านบาท และผลตอบแทนจากการปล่อยเช่ายังสูง ประมาณ 7-10%  แต่บริษัทฯไม่การันตีผลตอบแทนเพราะเสี่ยง หากไม่ได้ตามที่ตกลงกับลูกค้า จะต้องหาวิธีชดเชยให้กับลูกค้า และจะส่งผลเสียต่อบริษัท ต่อฐานะการเงินได้ ทั้งนี้ โครงการที่เข้าไปบริหาร 2 โครงการในศรีราชา คาดไม่เกิน 3 เดือนจะขายหมด ตามแผนเฉลี่ยเดือนละ 10- 15 ยูนิต 

 

เจาะตลาดบ้านหลังแรกเพิ่มพอร์ตสินค้า 2-3 ล้านบาท

กลยุทธ์เข้าไปเจาะตลาดบ้านหลังแรกให้มากขึ้น โดยจะเพิ่มพอร์ตสินค้าในระดับราคา 2-3 ล้านบาทมากขึ้น จากปัจจุบันมีสัดส่วน 50% เพิ่มเป็น 70% ในปี 62 รองรับกลุ่ม Gen Y นักศึกษาที่จบมาใหม่ เป็นต้น พร้อมกันนี้ยังจะหันเพิ่มตลาดธุรกิจปล่อยเช่าให้มากขึ้น โดยใช้ตัวแทนขายจากประเทศญี่ปุ่นมาเข้ามาเสริม ปัจจุบันรายได้หลักของบริษัทจะมาจากงานบริหารการขายสัดส่วน 90% รายได้จากค่าเช่าสัดส่วน 10% และมีแนวโน้มที่ธุรกิจส่วนนี้จะเติบโตขึ้น

 

นายธาตรี กล่าวว่า นอกจากธุรกิจการบริหารการขายโครงการแล้ว บริษัทฯยังมีการลงทุนตรงพัฒนาโครงการไว้ขาย ซึ่งจะเป็นลักษณะโครงการไม่ใหญ่ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารการขาย กระจายความเสี่ยงในการลงทุน และต้องไม่มีปัญหาเรื่องขอจัดสรรที่ดิน โดยเปิดขายอาคารพาณิชย์ในจังหวัดสุพรรณบุรี  10 ยูนิต มูลค่าขาย 35 ล้านบาท ราคาขาย 3.5 ล้านบาท ปัจจุบันมีร้านทองซื้อไป 2 ห้อง คาดก่อสร้างแล้วเสร็จและโอนในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2562 และที่ดินบริเวณหทัยราษฎร์ ซื้อมาจากธนาคารกรุงไทย พัฒนาเป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น จำนวน 5 ห้อง ราคา 2.5 ล้านบาท มูลค่าขาย 12 ล้านบาท

 

“เราไม่พัฒนายูนิตจำนวนมากหรือใหญ่เกินไป แต่เราจะมองหาแปลงเล็กๆ โดยปีหน้า วางเป้าซื้อที่ดิน 15-20 ล้านบาท เบื้องต้นมองไว้  5 แปลง เช่น โซนปทุมธานี รังสิต เน้นติดชุมชน  ขนาดประมาณ 100  ตารางวา ต้นทุนที่ดินไม่เกิน 30,000 บาทต่อตารางวา รูปแบบพัฒนาจะเน้น ทาวน์โฮมและอาคารพาณิชย์ นอกจากนี้ ยังได้ซื้อทรัพย์จากธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส.มาปรับปรุงและขาย ซึ่งรอบการหมุนจะเร็วกว่าการทำโครงการเอง” นายธาตรี กล่าวในตอนท้าย

Comments

comments

770Капитал 770 Capital отзывы 770 Капитал 770Capital 770 Capital