“แสนสิริ”ผนึก”พลัส”ทุ่มงบ20ล้าน เปิดตัวศูนย์เฝ้าระวังอัจฉริยะส่วนกลาง

Home » ข่าว » “แสนสิริ”ผนึก”พลัส”ทุ่มงบ20ล้าน เปิดตัวศูนย์เฝ้าระวังอัจฉริยะส่วนกลาง

“แสนสิริ”ผนึก”พลัส”ทุ่มงบ20ล้าน เปิดตัวศูนย์เฝ้าระวังอัจฉริยะส่วนกลาง

Posted on

แสนสิริ จับมือพลัส พร็อพเพอร์ตี้  ทุ่มงบ 20 ล้านบาท  เปิดตัว “Smart Command Centre” ศูนย์ควบคุมสังเกตการณ์จากส่วนกลางเต็มรูปแบบ ณ อาคารสิริภิญโญ เพื่อบริหารจัดการความปลอดภัยในพื้นที่และระบบวิศวกรรมอาคารส่วนกลาง ในโครงการที่พักอาศัยแสนสิริที่พลัสฯบริหาร นำร่อง 4 โครงการส่งท้ายปี61 ทั้งเตรียมเดินหน้าต่ออีก 11 โครงการพื้นที่กทม.-ปริมณฑลที่จะแล้วเสร็จปีหน้า

ดร. ทวิชา ตระกูลยิ่งยง ประธานผู้บริหารสายงานเทคโนโลยี บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้ร่วมมือกับ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ในการจัดตั้ง “Smart Command Centre” ศูนย์ควบคุมสังเกตุการณ์จากส่วนกลาง เต็มรูปแบบแห่งแรกของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า  20 ล้านบาท (เงินลงทุนในการเริ่มต้นพัฒนาระบบและซอร์ฟแวร์) เพื่อสร้างความมั่นใจในการให้บริการที่ดีที่สุดให้กับลูกบ้านแสนสิริ ในโครงการที่บริหารจัดการโดย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ทั้งด้านบริหารจัดการความปลอดภัย(Security Monitoring) ที่เพิ่มความอุ่นใจแก่ผู้อยู่อาศัยเป็น 2 เท่า และด้านการบริหารจัดการระบบวิศวกรรมอาคาร (IoT Facility Management) ด้วยเทคโนโลยี IoT อันล้ำสมัยที่สามารถช่วยในเรื่องของการบริหารจัดการ Facility และลดค่าใช้จ่ายส่วนกลางของโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

สำหรับศูนย์ควบคุมสังเกตุการณ์จากส่วนกลางเต็มรูปแบบแห่งแรกของวงการอสังหาฯ ไทย (Smart Command Centre) ตั้งอยู่ที่อาคารสิริภิญโญ ได้รับการพัฒนาและวางระบบจากผู้นำในธุรกิจและเทคโนโลยีด้านการรักษาความปลอดภัยมาตรฐานสากลที่มีประสบการณ์มากว่า 40 ปี ได้แก่ บริษัท กัทส์ อินเวสติเกชั่น จำกัด ร่วมพัฒนาและวางระบบในการปฏิบัติการทั้งหมด โดย Smart Command Centre มีหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการ เฝ้าระวัง สังเกตุการณ์เหตุผิดปกติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ส่วนกลาง รวมถึงแจ้งเตือนเมื่ออุปกรณ์ใกล้ถึงเวลาบำรุงรักษาแบบเรียลไทม์ พร้อมสั่งการเพื่อดำเนินการตรวจสอบความผิดปกติต่าง ๆ จากศูนย์ควบคุมฯ ได้ทันที นอกจากนี้ยังช่วยประสานงาน กับหน่วยงานต่างๆ เช่น ตำรวจ โรงพยาบาล หรือช่างผู้เชี่ยวชาญได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการต่อเหตุการณ์ได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว และแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด โดยภายในศูนย์ควบคุมฯ จะมีเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการ 2 ทีมๆละ 2 คน ประจำ 24 ชั่วโมง ตลอดทั้ง 7 วัน ผ่านหน้าจอมอนิเตอร์คมชัดระดับ HD จำนวน 12 จอที่จะรับสัญญาณตรงมาจากโครงการแบบเรียลไทม์ (หากในอนาคตมีโครงการที่ต้องเชื่อมระบบหลักพันยูนิต ก็จะเพิ่มจำนวนทีมงานที่มากขึ้น)  เชื่อว่าด้วยGimmick ทางการตลาดที่แสนสิรินำมาให้บริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง จะทำให้มีลูกค้าใหม่ตัดสินใจซื้อโครงการใหม่ๆของแสนสิริอีกอย่างต่อเนื่อง เพราะจากการสำรวจข้อมูลพบว่าลูกค้าให้การตอบรับที่ดีเป็นอย่างมาก

ด้านนายชาญ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคารและวิศวกรรม บริษัท พลัสพร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือกับแสนสิริในการจัดตั้ง Smart Command Centre จะช่วยสร้างความอุ่นใจและสบายใจให้กับลูกบ้านแสนสิริในโครงการที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้บริหารจัดการเท่านั้น ทั้งในด้านการเฝ้าระวัง (Preventive Monitoring) และการดูแลรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance ) สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการที่อยู่อาศัยให้โดดเด่นด้านมูลค่าเหนือคู่แข่งในทำเลเดียวกัน จากระดับความปลอดภัยในการอยู่อาศัยและความสามารถในการดูแลรักษาโครงการให้มีประสิทธิภาพสวยงามอยู่เสมอ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจเช่าและการซื้อขายเปลี่ยนมือ รวมถึงช่วยบริหารค่าส่วนกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย โดยปัจจุบันพลัสฯบริหารอาคารอยู่จำนวน 218 โครงการ พื้นที่รวม 6.8 ล้านตารางเมตร ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่พัฒนาโดยแสนสิริฯ และมีเพียง 10 โครงการที่ดำเนินการโดยผู้ประกอบการรายอื่น โดยระบบดังกล่าวจะติดตั้งในโครงการใหม่ของแสนสิริฯเท่านั้น ซึ่งขณะนี้นำร่องเชื่อระบบดังกล่าวไปเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมาแล้ว จำนวน 4 โครงการ ประกอบด้วย โครงการคอนโดมิเนียม เดอะ เทอร์ทีไนน์ สุขุมวิท 39, โครงการ เดอะ ไลน์ อโศก-รัชดา, โครงการ เดอะ ไลน์ ราชเทวี และโครงการบ้านเดี่ยวคณาสิริ พระราม 2 – วงแหวน นอกจากนี้ในปี 2562 ยังมีแผนที่จะเชื่อมต่อ Smart Command Centre เข้ากับโครงการแนวราบและแนวสูง ในพื้นที่กทม.-ปริมณฑล จำนวน  11 โครงการที่จะแล้วเสร็จทั้งหมด

ดร.ทวิชา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในอนาคต แสนสิริฯ และพลัสฯ ยังมีแผนการต่อยอดขอบข่ายการทำงานของ Smart Command Centre ทั้งในด้านของการบริหารความปลอดภัย ที่จะเพิ่มการเชื่อมต่อข้อมูลจากระบบ Visitor Management System ที่ใช้ในการจัดเก็บข้อมูลของผู้มาติดต่อทั้งหมด และระบบ Face Recognition ที่สามารถจัดเก็บภาพใบหน้า ลายนิ้วมือ และข้อมูลของผู้รับเหมา และในส่วนของ IoT Facility Management จะนำมาใช้ในการบริหารจัดการซื้อขายพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ (Smart Grid) และการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) เพิ่มเติม

“นอกเหนือจากความสามารถด้านการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย และการดูแลระบบวิศวกรรมอาคารส่วนกลาง แสนสิริและพลัสฯ ยังมีแผนขยายขีดความสามารถของ Smart Command Centre ไปยังการใช้งานระบบ Touch Points & Intelligent ซึ่งเป็นเครื่องมือในการรับฟังและตอบรับ ความต้องการของลูกค้าทั่วประเทศผ่านทั้งช่องทางโซเชียลมีเดียและ คอลล์เซ็นเตอร์ รวมถึง Sansiri Infrastructure ที่จะสร้างความมั่นใจในความพร้อมเรื่อง CRM, Salesforce, Data Warehouse ต่าง ๆ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดูแลลูกบ้านตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งทั้งหมดนี้ คือบริการจากแสนสิริและพลัสฯ ที่พัฒนาด้วยความใส่ใจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการให้บริการและสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบให้แก่ลูกบ้านแสนสิริครอบคลุมไปถึงในปี 2562” ดร. ทวิชา กล่าวในที่สุด

 

Comments

comments