Home » Articles Posted by preeya tednok

สต๊อกคอนโดฯสร้างเสร็จบวมเกือบ 3 แสนลบ.

คอลลิเออร์สฯเผยตัวเลขคอนโดฯสร้างเสร็จเหลือขายในกรุงเทพฯและปริมณฑลกว่า 30,000 ยูนิตรวมมูลค่าเกือบ 3 แสนล้นบาท และยังมีคอนโดมิเนียมอีกมากกว่า 50,000 ยูนิตที่มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2562   นายภัทรชัย ทวีวงศ์  ผู้จัดการอาวุโสแผนกวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยถึง ตัวเลขของอุปทาน (Supply)ของคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่ก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ก่อนมีการปรับอัตรา LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ ที่จะเริ่มให้ในวันที่ 1 เมษายน 2562 พบว่ามีอยู่ประมาณ 170,906 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าทั้งหมดประมาณ 1.922 ล้านล้านบาท(ลบ.)  ขายไปแล้วประมาณ 139,913 ยูนิต  คิดเป็น 81.9%  จากอุปทานทั้งหมดคิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.647 ล้านล้านบาท และมีหน่วยเหลือขายทั้งหมดประมาณ 30,993  ยูนิต คิดเป็น 18.1%  ด้วยมูลค่าประมาณ  274,745 ล้านบาท หากจำแนกเป็นรายจังหวัดดังนี้   ในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีคอนโดมิเนียมที่ก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ที่ประมาณ

GOLD พร้อมขึ้นแท่น TOP 5 อสังหาฯไทย

โกลเด้นแลนด์ ประกาศจ่ายเงินปันผลสูงสุดตั้งแต่เปิดบริษัทต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ปันผล 0.46 บาทต่อหุ้น เตรียมพร้อมขึ้นเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ 5 อันดับแรกของประเทศไทย   บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ โกลเด้นแลนด์  หรือ GOLD เปิดเผยผลมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 (ตุลาคม 2560 ถึง กันยายน 2561) อนุมัติจ่ายเงินปันผลต่อหุ้น 0.46 บาท หรือคิดเป็น 51% ของกำไรสุทธิ ซึ่งสูงกว่าเงินปันผลต่อหุ้นของปี 2560 ที่จ่าย 0.25 บาท   ทั้งนี้ ผลประกอบการในปี 2561 (ตุลาคม 2560 ถึง กันยายน 2561) บริษัทฯ มีรายได้รวมทั้งสิ้นกว่า 15,796 ล้านบาท มีกำไรรวมจำนวน 2,101 ล้านบาท เป็นผลมาจากรายได้จากการเปิดขายโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ได้แก่ บ้านเดี่ยว และทาวน์โฮมทั่วกรุงเทพฯ ประสบความสำเร็จทั้งโครงการใหม่ที่เริ่มเปิดขาย และเริ่มโอนในปี 2561 รวมถึง โครงการเดิมที่ยังขาย และโอนได้อย่างต่อเนื่อง และค่าเช่าอาคารเอฟวายไอ เซ็นเตอร์ ที่มีอัตราการเช่าสูงเต็มพื้นที่   โดยผลมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 ได้อนุมัติจ่ายเงินปันผลต่อหุ้น 0.46 บาท คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,069 ล้านบาท หรือคิดเป็น 51% ของกำไรสุทธิ ซึ่งสูงกว่าการจ่ายเงินปันผลของปี 2560 ที่จ่าย 0.25 บาท ถึงเกือบเท่าตัว ซึ่งสอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัทที่เติบโตดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง   นายธนพล ศิริธนชัย ประธานอำนวยการ บริษัท แผ่นดินทองฯ เปิดเผยว่าบริษัทฯ ขอขอบคุณทางผู้ถือหุ้นที่ไว้วางใจมีมติอนุมัติผลการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 2561 โดยได้อนุมัติจ่ายเงินปันผลในจำนวนที่สูงที่สุดตั้งแต่มีการก่อตั้ง บริษัทฯ คิดเป็นมูลค่า 0.46 บาทต่อหุ้น เพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้นที่ให้ความไว้วางใจ และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของบริษัทเสมอมา บริษัทมีความเชื่อมั่นในศักยภาพทางการเงินอันแข็งแกร่งที่พร้อมเติบโต ให้บรรลุตามพันธกิจการเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่มีรายได้สูงเป็น 5 อันดับแรกของประเทศไทยภายในปี 2563   “ในปี 2561 บริษัทฯ

ศุภาลัย ลุยเปิดโครงการใหม่ปี’62 มูลค่า 4 หมื่นลบ.ยอดขายโต 5 %

บิ๊กศุภาลัย “ประทีป  ตั้งมติธรรม” ชี้ตลาดอสังหาฯปี2562 ยังเติบโต หลังภาครัฐลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่อเนื่อง เผยแผนปีนี้ลุยเปิด 34 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการรวมกว่า 40,000 ล้านบาท คาดสิ้นปีมียอดขาย 35,000 ล้านบาท เติบโต 5% และมีรายได้ 28,000 ล้านบาท เติบโต 7% ล่าสุด เปิดตัวคอนโดฯใหม่ “ ศุภาลัย ไพร์ม พระราม 9”มูลค่า 770 ล้านบาท พร้อมโชว์ผลงานปี2561 มียอดขายกว่า 33,343 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 8%   นายประทีป  ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) (SPALI) เปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2562 จะยังมีการเติบโตที่ใกล้เคียงกับปีก่อน ทั้งนี้ได้แรงหนุนจากการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐที่มีการลงทุนต่อเนื่อง การส่งออกและการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นของคนไทยจากรายได้ประจำ ประกอบกับการส่งเสริมการลงทุนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ พิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จะช่วยส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชน

“คอลลิเออร์ส” เผยปี’61 ราคาขายคอนโดฯปรับขึ้นกว่า 8%

คอลลิเออร์ส ฯ เผยราคาขายคอนโดมิเนียมกรุงเทพมหานครในปี 2561 มีการปรับตัวสูงขึ้กว่า 8.2% จากราคาขายเฉลี่ย 125,500 บาทต่อตร.ม.   นายภัทรชัย ทวีวงศ์  ผู้จัดการอาวุโสแผนกวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่าในปี  2561 ที่ผ่านมา ในกรุงเทพมหานครมีคอนโดมิเนียมเปิดตัวสูงถึง 158 โครงการ 66,021 ยูนิต ด้วยมูลค่าการลงทุนทั้งหมดประมาณ 319,698 ล้านบาท (ลบ.)เติมโตจากปี 2560 ที่ 55,398 ยูนิต ประมาณ 19.2% ซึ่งถือว่าในปี 2561 ที่ผ่านมา เป็นปีที่มีการเปิดตัวคอนโดมิเนียมสูงที่สุดในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา และพบว่า ราคาขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมที่เปิดขายใหม่ในปีนี้จะอยู่ที่ 135,790 บาทต่อตารางเมตร (ตร.ม.) ซึ่งมีการปรับตัวในในปี 2560 ประมาณ 8.2% จากราคาขายเฉลี่ยประมาณ 125,500 บาทต่อตารางเมตร ปัจจัยหลักของการปรับราคาของคอนโดมิเนียมเนื่องจากราคาต้นทุนที่ดินในกรุงเทพมหานครในช่วงที่ผ่านมามีการปรับตัวสูงขึ้นเป็นอย่างมาก

QH เร่งขายคอนโดฯสร้างเสร็จ

“ควอลิตี้เฮ้าส์” จัดแคมเปญ “แต่งครบ จบ คุ้ม!!” กับ 8 โครงการคอนโดฯ รวม 80 ยูนิตมูลค่า 120 ล้านบาท ภายใน 15 ม.ค.-15 ก.พ. 62 นี้   รายงานข่าวจากบริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ QH แจ้งว่า บริษัทฯได้นำห้องชุดในโครงการคอนโดมิเนียม 8 โครงการ ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล นครปฐม หัวหิน ชลบุรี  จำนวน 80 ยูนิต มูลค่ารวม 120 ล้านบาท (ลบ.)มาจัดแคมเปญ“แต่งครบ จบ คุ้ม!!”  ฟรีเฟอร์ ฟรีเครื่องใช้ไฟฟ้า ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์*ราคาเริ่ม เริ่ม 749,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม – 15

เดินหน้าลงทุนระบบรถไฟฟ้ารางเบาภูเก็ตระยะแรกวงเงินกว่า 3.4 หมื่นลบ.

  รฟม. จัดงานสัมมนาการทดสอบความสนใจของภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (Market Sounding) โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต เผยเริ่มดำเนินการระยะที่ 1 กรอบวงเงินลงทุนโครงการกว่า 34,827 ล้านบาท  นายธีรพันธ์ เตชะศิรินุกูล รองผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (กลยุทธ์และแผน) วันนี้ (11 มกราคม 2562 ) นายธีรพันธ์ เตชะศิรินุกูล รองผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (กลยุทธ์และแผน) หรือ รฟม.เป็นประธานเปิดงานสัมมนาการทดสอบความสนใจของภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (Market Sounding) โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต ณ ห้อง ฟอร์จูน ชั้น 3โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพ ฟอร์จูน กรุงเทพมหานคร   ในการสัมมนาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์การให้เอกชนมีส่วนร่วมลงทุนโครงการ และรวบรวมข้อมูล ข้อคิดเห็น รวมถึงข้อเสนอแนะจากตัวแทนของภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ เพื่อนำไปประกอบการศึกษารูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการที่เหมาะสมต่อไป โดยโครงการระบบขนส่งมวลขนจังหวัดภูเก็ตเป็นระบบรถไฟฟ้ารางเบา (LRT/Tram) แบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 ระยะ คือระยะที่ 1 ช่วงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต

“ตฤณ นครา ฯ” เปิดตัวเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงแสน

“ตฤณ นครา โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล” เปิดตัวเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงแสน เมืองแห่งความสุข (The City of Harmonious Living)   เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท ตฤณ อินโนเวชั่น กรุ๊ป จำกัด นำโดยนายตฤณ นิลประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฯ พร้อมด้วย คุณผกายมาศ เวียร์รา รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงรายและมร.เดวิส เจ แชมเบอร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทรเด้นท์ ซัพพอร์ต จำกัด บริษัท ก่อสร้างเสาธง ร่วมกันแถลงเปิดตัวโครงการ  “ตฤณ นครา โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล” พัฒนาโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงแสน จ.เชียงราย บนพื้นที่ 3,139 ไร่ ให้เป็น One Stop Service City ทันสมัยและครบครัน ภายใต้แนวคิด“เมืองแห่งความสุข ” (The City of Harmonious Living) พร้อมจับมือไทรเด้นท์ ซัพพอร์ตฯ จากสหรัฐอเมริกาสร้างเสาธงชาติไทยสูงที่สุดในโลก ด้วยความสูง 189 เมตร ในโครงการฯ และบันทึกลงใน Guinness World Records ปักหมุดเชียงแสนบนแผนที่โลกและดันให้เป็นไอคอนของเชียงแสน แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของไทยที่รู้จักไปทั่วโลกหวังกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

SENA  อัดโปร “ลดทะลุพิกัด” ระบายสต็อกบ้าน-คอนโดฯ

SENA เร่งเครื่องระบายสต็อกนำ 18 โครงการบ้าน-คอนโดฯ – Shophouse รวมกว่า 578 ยูนิตรวมมูลค่ากว่า 1,176 ล้านบาท ออกจัดโปรแรงรับปีหมู “ลดทะลุพิกัด” อุ้มกำลังซื้อลูกค้า – ปั้มยอดก่อนมาตรการ LTV – ดอกเบี้ยขาขึ้น มอบสิทธิพิเศษ ดาวน์ 0 บาท กู้ 100% รับส่วนลดเกือบ 1,000,000 ล้านบาท ประเดิมขน 18 โครงการคุณภาพบ้าน – คอนโดพร้อมโอนบนทำเลศักยภาพ ราคาเริ่มต้นที่ 1.2 – 8.2 ล้านบาท   ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA เปิดเผยถึงภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี2562 เป็นปีที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์จะต้องปรับตัวกันอีกครั้ง จากหลายปัจจัยภายในและภายนอกที่เกิดขึ้น คาดจะมีผลต่อเศรษฐกิจไทยที่ทำให้กำลังซื้อระดับกลาง – ล่างที่ยังไม่ฟื้นตัวดีนักได้รับผลกระทบ ประกอบกับกำลังซื้อจากต่างชาติโดยเฉพาะคนจีนที่เคยเข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทยเพื่อลงทุนและเก็งกำไรนั้นน่าจะชะลอตัวลงด้วยเช่นกัน

คลองเตย กับ โอกาสในการเป็น CBD ใหม่

  ที่ดินขนาดใหญ่ในกรุงเทพมหานครหลายแปลงที่เริ่มมีความเคลื่อนไหวและสร้างความน่าสนใจให้กับนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติกันมากมายโดยเฉพาะที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)ที่มีข่าวคราวความเคลื่อนไหวออกมาต่อเนื่องตั้งแต่ที่ดินรอบๆ สถานีกลางบางซื่อที่เริ่มมีการศึกษาและเตรียมจะเปิดให้เอกชนเข้าไปประมูลเพื่อพัฒนาในเร็วๆ นี้ รวมไปถึงที่ดินที่ปัจจุบันเป็นชุมชนบ้านพักพนักงานการรถไฟอย่างชุมชนตึกแดง หรือที่ดินที่กม.11 ทางตอนเหนือของสถานีกลางบางซื่อ รวมไปถึงที่ดินตรงสถานีมักกะสันที่จะเริ่มพัฒนาไปพร้อมๆ กับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และสุดท้ายก็ที่ดินตรงสถานีแม่น้ำปัจจุบันที่กำลังอยู่ในช่วงการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาและคาดว่าจะเป็นอีกแปลงของการรถไฟฯ ที่จะเปิดประมูลในอนาคต อีกหน่วยงานหนึ่งที่มีที่ดินขนาดใหญ่ในกรุงเทพมหานคร คือ การท่าเรือแห่งประเทศไทย(กทท.)มีที่ดินขนาด 2,353 ไร่ ย่านคลองเตยและอยู่ในทำเลชายขอบของ CBD (Central Business District )ติดแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นกิโลเมตร ที่ดินแปลงนี้การท่าเรือแห่งประเทศไทยมีแผนจะเปิดให้เอกชนเข้ามาพัฒนานานแล้วมีการศึกษากันมาต่อเนื่องในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่เป็นรูปธรรมเท่าใดนัก ล่าสุดมีความคืบหน้าที่น่าจะเป็นเสมือนสัญญาณว่าที่ดินแปลงท่าเรือคลองเตยทั้งหมดของการท่าเรือแห่งประเทศไทยกำลังจะมีการเดินหน้าแบบจริงจังเป็นรูปธรรม เพราะสำนักผังเมืองกรุงเทพมหานครจะเปลี่ยนสีผังเมืองของที่ดินทั้งหมด 2,353 ไร่ของการท่าเรือฯ ที่ก่อนหน้านี้เป็นสีน้ำเงินซึ่งระบุการใช้ประโยชน์ว่าเป็นที่ดินของหน่วยงานราชการเท่านั้น โดยในผังเมืองกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ที่จะประกาศใช้ในปีพ.ศ.2563 จะเปลี่ยนเป็นสีแดงแบบเดียวกับพื้นที่ที่เป็น CBD ปัจจุบันของกรุงเทพมหานคร นั่นหมายความว่ากรุงเทพมหานครจะมีที่ดินที่ในผังเมืองระบุว่าเป็นสีแดงหรือที่ดินเพื่อการพาณิชยกรรมเพิ่มอีก 2,353 ไร่ทันทีมากกว่าพื้นที่ที่เป็นสีแดงทั้งหมดในปัจจุบันรวมกันซะอีก ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ก็เท่ากับว่ากรุงเทพมหานครจะมี CBD  ขนาดใหญ่ที่เป็นพื้นที่พาณิชยกรรมแบบแท้จริงขึ้นมาทันที เพราะ CBD ปัจจุบันของกรุงเทพมหานครนั้นเป็นพื้นที่พาณิชยกรรมที่มีโครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบอื่นๆ อยู่ด้วยในพื้นที่เดียวกัน หลายๆ พื้นที่ใน CBD ปัจจุบันยังเป็นแหล่งเสื่อมโทรมอยู่เลย   การเปลี่ยนแปลงผังเมืองของที่ดินการท่าเรือฯ เป็นสีแดงนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบโครงการที่ทางการท่าเรือฯ มีการศึกษาว่าที่ดินแปลงนี้จะพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์-ยูสขนาดใหญ่มูลค่าในการลงทนหลักแสนล้านบาท ถ้าเกิดขึ้นจริงจะเป็นเหมือนการสร้างเมืองธุรกิจขนาดย่อมๆ ขึ้นมาอีกแห่ง

ยอดโอนกรรมสิทธิ์บ้านมือสองพุ่งกว่า 2.9 แสนลบ.

  ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ เผยตัวเลขยอดโอนกรรมสิทธิ์บ้านมือสองปี 2561 ทะลุกว่า 2.9 แสนล้านบาท เติบโต 16 % จากปีก่อน พร้อมจับตาคอนโดฯที่ซื้อขายกันในปีที่ผ่านมาจะนำกลับมาขายใหม่อีกครั้งส่งผลให้ตลาดคอนโดฯเติบโตในเชิงมูลค่าเพิ่ม 25 % ในปี 2562  ฝากกระทรวงการคลัง – รัฐบาลใหม่ผลักดันกม.นายหน้าหวังยกระดับธุรกิจ    ดร.วิชัย  วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC)  เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดบ้าน(รวมคอนโดมิเนียม)มือสองว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2561 มียอดโอนกรรมสิทธิ์อยู่ที่ 219,000 ล้านบาท(ลบ.) คิดเป็นสัดส่วน 40 % ของยอดโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมด โดยประมาณการณ์ถึงปลายปี 2561 จะมียอดโอนกรรมสิทธิ์ของตลาดบ้านมือสองรวมมูลค่ากว่า 290,000 ล้านบาท ถือว่ามีมูลค่าค่อนข้างมาก   ทั้งนี้ แยกพื้นที่ของตลาดบ้านมือสอง ระหว่างกรุงเทพฯ / ปริมณฑลกับภูมิภาคนั้นจะมีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันคือ 50 : 50  โดยเป็นคอนโดมิเนียมคิดเป็นสัดส่วน 20 %