Home » Articles Posted by WASANA KLUNPRASERT

3สมาคมฯพร้อมจัดงาน “มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้ง38”

3สมาคมอสังหาฯพร้อมเดินหน้าจัดงาน “มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่38”ระหว่างวันที่ 15-18มี.ค.61 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เอาใจผู้บริโภคจัดทำบอร์ดหน้างานเปรียบเทียบโครงการ ทำเล ราคา ก่อนเข้าชม ระบุยอดจองบูธพุ่งแล้ว90% คอนโดฯยังเป็นพระเอก นำเปิดขายในงานมากสุด 30% ทั้งดึงผู้ประกอบการพื้นที่EEC ร่วมสร้างสีสัน คาดผู้เข้าชมงาน 100,000 ราย เม็ดเงินสะพัด 4,000 ล้านบาท     นายวรัทภพ แพทยานันท์ เลขาธิการสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ในฐานะประธานการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่38กล่าวว่า งานดังกล่าวเป็นการร่วมมือระหว่างสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย และสมาคมอาคารชุดไทย ซึ่งจะเริ่มจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-18 มีนาคม2561 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้คอนเซ็ปต์“จำกัดข้อจำกัด” คือการให้ความสำคัญของผู้เข้ามาเดินในงานที่ส่วนใหญ่จะมีข้อจำกัดมาก จึงมีแนวทางในการแก้ไข้ปัญหาเป็นทางเลือกให้มากขึ้น ด้วยการการจัดทำบอร์ด และระบบสารสนเทศ     เกี่ยวกับข้อมูลของโครงการที่ผู้ประกอบการแต่ละรายนำมาร่วมในงาน โดยผู้บริโภคสามารถค้นหาข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบทำเล ราคาได้ง่าย ซึ่งใช้พื้นที่ในการจัดงานทั้งสิ้นกว่า10,000 ตารางเมตร จำนวน 500 บูธ ขณะนี้มีผู้จองบูธแล้วประมาณ 90% จากผู้ประกอบการประมาณ 200 ราย สำหรับโครงการที่นำมาออกบูธทั้งหมด เป็นคอนโดฯ สัดส่วน30% บ้าน 20% ทาวน์เฮาส์ 16% และที่เหลือจะเป็นอื่นๆ     นอกจากนี้ยังจะดึงผู้ประกอบการที่ทำการตลาดในพื้นที่โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) เข้ามาร่วมออกบูธในงานดังกล่าวด้วย ซึ่งจะแยกพื้นที่ไว้ให้ประมาณ10 % สำหรับสถาบันการเงินต่างๆก็จะมาร่วมออกบูธด้วยเช่นเดิม ซึ่งแต่ละแห่งล้วนมีแคมเปญที่น่าสนใจ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบและเปรียบเทียบวงเงินและอัตราดอกเบี้ยของแต่ละสถาบันการเงินได้ภายในงาน   โดยใช้งบประมาณในการประชาสัมพันธ์ทั้งสิ้น 20 ล้านบาทโดยเน้นผ่านสื่อออนไลน์มากขึ้น คาดว่าการจัดงานครั้งนี้จะมีผู้เดินชมงานประมาณ 100,000คน ซึ่งใกล้เคียงกับการจัดงานครั้งที่ผ่านมา ที่มีผู้เดินในงานวันละกว่า 20,000 คน และคาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดประมาณ4,000 ล้านบาทและสามารถติดตามยอดขายหลังจากการจัดงานได้อีก 2-3 เดือน  

เอกชนมั่นใจปรับขึ้นค่าจ้างยังไม่กระทบราคาที่อยู่อาศัย หวั่นแรงงานขาดแคลนยังเป็นปัญหาใหญ่

นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรเผยรัฐปรับขึ้นค่าแรงทั่วประเทศไม่กระทบราคาที่อยู่อาศัยเท่าต้นทุนที่ดิน ชี้หากปรับสูงถึง 10% คงตื่นตัวพิจารณาขยับเพิ่มแน่ หวั่นแรงงานขาดแคลนยังเป็นปัญหาใหญ่  คาดต้องใช้เวลาให้ผู้ประกอบการไทยยยอมรับเทคโนโลยีใหม่ทดแทนแรงงานคน หวั่นธุรกิจเอสเอ็มอีแบกภาระหนักอยู่รอดยาก     นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า จากการที่กระทรวงแรงงานมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทุกจังหวัด ด้วยการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศตั้งแต่ 5-22 บาท หรือเพิ่มเป็น 308-330 บาทนั้น มองว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาอสังหาริมทรัพย์ไทยให้เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด เนื่องจากต้นทุนของค่าแรงมีสัดส่วนไม่มากนัก เพียง 5% เท่านั้น เมื่อเทียบกับต้นทุนที่ดินที่มีสัดส่วนสูงถึง 10% ซึ่งยังเป็นระดับที่ไม่สูงมากและส่งผลกระทบน้อยต่อต้นทุนการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ทำให้มองว่าจะไม่ส่งผลต่อการปรับขึ้นของอสังหาริมทรัพย์   อีกทั้งค่าแรงขั้นต่ำของไทยในปัจจุบันยังถือว่าถูกกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ไม่มีผลกระทบมากนัก แต่หากอัตราค่าแรงขั้นต่ำมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นไปถึง 10% มองว่าจะทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์มีการขยับเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้นปัจจัยที่จะมีผลต่อการปรับขึ้นของราคาอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง และเป็นต้นทุนหลักของอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ค่อนข้างยาก โดยเฉพาะราคาที่ดินในกรุงเทพฯและปริมณฑลที่เพิ่มสูงขึ้นจากการลงทุนโครงการเมกะโปรเจกต์ของภาครัฐ ทำให้จะเห็นแนวโน้มของราคาที่ดินขยับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว   นอกจากนี้ยังมองว่าในสิ่งที่ยังมีความน่ากังวลอยู่ เป็นเรื่องของซัพพลายแรงงานที่อาจจะยังขาดแคลนหากมีการลงทุนและก่อสร้างโครงการต่างๆเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้มีการใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่มีการใช้แรงงานค่อนข้างมาก เมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วที่นำใช้เทคโนโลยี ซึ่งเป็นการก่อสร้างระบบพรีแฟบมาช่วยในการก่อสร้างแทนแรงงานเนื่องจากอัตราค่าจ้างแรงงานอยู่ในระดับที่สูงมาก โดยการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการก่อสร้างในประเทศไทยอาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการยอมรับอีกสักระยะ หรือจนกว่าอัตราค่าแรงจะปรับเพิ่มขึ้นสูงจนส่งผลกระทบต่อต้นทุนก่อสร้าง โดยปัจจุบันระบบพรีแฟบยังมีต้นทุนอยู่ที่ 10-13% แต่มูลค่าในระบบยังใช้ไม่มากและสปีดยังไม่เร็วมากนัก   “การขึ้นค่าแรงในครั้งนี้มองว่าราคาบ้านคงไม่ขึ้น เพราะต้นทุนมาจากค่าแรงเพียงเล็กน้อย แต่ที่เป็นต้นทุนหลักๆมาจากที่ดิน ที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นสูง ทำให้ราคาบ้านปรับเพิ่มขึ้น คิดว่าค่าแรงเพิ่มขึ้นก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการเพิ่มราคาอสังหาฯ อย่างจังหวัดที่เพิ่มขึ้นมามากเช่น ชลบุรี ระยอง ที่เพิ่มไป 30 บาท แต่ราคาอสังหาฯในพื้นที่นั้นก็ไปล่วงหน้าก่อนขึ้นค่าแรงแล้ว แต่ธุรกิจที่น่าห่วงที่สุดคือ เอ็สเอ็มอี เพราะค่าจ้างธุรกิจนี้ค่อนข้างต่ำ เนื่องจากมีความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ต่ำ ดังนั้นจะอยู่รอดได้ยาก”นายอธิป กล่าว   ส่วนอัตราการปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงิน(REJECT)ในปีนี้คาดว่าจะดีขึ้นมาอยู่ที่ 25% ซึ่งเริ่มเห็นภาพตั้งแต่ไตรมาส 3/2560 ที่ยอดREJECT ในระบบอยู่ที่ 28-29% จากเดิมที่อยู่สูงถึง 40% เนื่องจากสถาบันการเงินมองว่าสภาวะเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น ภาคส่งออกและท่องเที่ยวดีขึ้น ความเสี่ยงเรื่องหนี้เสียลดลง  จึงมีการปล่อยสินเชื่อได้มากขึ้น   ด้านผู้ประกอบการรายใหญ่ยังคงมีส่วนแบ่งในตลาดที่มากขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการรายกลาง-เล็ก สถาบันการเงินก็ยังมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่ออยู่ อย่างไรก็ตามคาดว่าซัพพลายคอนโดฯที่ค้างอยู่ในระบบที่ 80,000 ยูนิต,บ้านจัดสรร 40,000 ยูนิต หากไม่มีซัพพลายใหม่เข้ามาในช่วง 4 เดือนนี้

“แสนสิริ”ทุ่มงบ1.5พันล้านรุกร่วมทุนสตาร์ทอัพผ่าน4นวัตกรรมหลัก

แสนสิริฯรุกคืบธุรกิจPropTech ผ่านสิริ เวนเจอร์ส หลังเปิดให้บริการ 1 ปี ผลตอบรับดีเกินคาด ตั้งเป้า 3 ปีทุ่มงบลงทุนต่อเนื่อง 1,500 ล้านบาท ในด้าน 4 นวัตกรรมหลัก PropTech, LivingTech, Health & Wellness Tech และ Construction Tech  ล่าสุดผนึก 2 พันธมิตรระดับโลก“Plug and Play” จากซิลิคอนวัลเล่ย์ส สหรัฐอเมริกา และ “SOSA” จากอิสราเอล เปิดมิติใหม่เพื่อการอยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์แบบ     นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRIเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วมากบริษัทฯก็คำนึงถึงเรื่องนี้มาโดยตลอด ซึ่งในปี2560 ที่ผ่านมา แสนสิริฯได้มีการรุกปรับองค์กรอย่างเต็มรูปแบบ หนึ่งในนั้นคือ การบริหารด้านเทคโนโลยีเพื่อก้าวสู่การเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำด้านเทคโนโลยีสำหรับอสังหาฯ และการอยู่อาศัยอย่างเต็มรูปแบบ(Digital Transformation) ซึ่งกลยุทธ์การดำเนินงานของแสนสิรินั้นครอบคลุมในทุกมิติของการใช้ชีวิต ผ่าน Siri LifeTech ซึ่งเป็นการนำเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาตอบรับไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยในยุคดิจิทัล รวมถึงการพัฒนายกระดับการดำเนินงานภายในองค์กรแสนสิริให้ก้าวสู่การเป็น Performance Organization ทั้งในเรื่อง Big data, Sale Force เป็นต้น โดยมี สิริ เวนเจอร์ส เป็นผู้เสาะหาและพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ผ่านพาร์ทเนอร์ชั้นนำและสตาร์ทอัพที่มาร่วมกันพัฒนาให้นวัตกรรมนั้นเติมเต็มประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบ โดยหลังจากที่มีการจัดตั้งบริษัท สิริ เวนเจอร์ส จำกัด มาเป็นระยะเวลา 1 ปี ปรากฏว่าประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมทั้งด้านการลงทุนในสตาร์ทอัพผ่านการเปิดโครงการ “Siri Venture Partnership” เพื่อเฟ้นหาสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพสูงมาร่วมพัฒนาต่อยอดธุรกิจ     ดังนั้น ในปีนี้บริษัทฯจึงวางแผนระยะยาวในการขับเคลื่อน ด้วยการเตรียมงบประมาณลงทุนต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 ปี รวมทั้งสิ้น1,500 ล้านบาท ซึ่งจะครอบคลุมทั้งส่วนงานการพัฒนาเทคโนโลยีการลงทุนร่วมกับพันธมิตร รวมทั้งการร่วมทุนกับสตาร์ทอัพชั้นนำทั้งในประเทศและระดับโลก หลังจากที่ผ่านมาได้ลงทุนไปแล้ว 40-50 ล้านบาท กับ 4 สตาร์ทอัพ  โดยการร่วมมือกับFarmshelf สตาร์ทอัพจากอเมริกา พลิกโฉมการปลูกผักอัจฉริยะภายในที่พักอาศัย ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากลูกบ้านแสนสิริ นอกจากนี้ในอนาคตยังมีแผนต่อยอดความร่วมมือในประเทศอื่นๆ อาทิ ฝรั่งเศส หรือ จีน เพื่อร่วมขับเคลื่อนให้เกิดระบบนิเวศสำหรับสตาร์ทอัพในประเทศไทยที่สมบูรณ์แบบและยั่งยืนอีกด้วย นอกจากนี้ยังร่วมมือกับAppysphere สตาร์ทอัพที่เชี่ยวชาญในเรื่องซอฟต์แวร์การพัฒนา Home Automation, การร่วมมือกับ  Onionshack สตาร์ทอัพที่ร่วมพัฒนา Thai

LHเปิดแผนปีจอผุด18โครงการมูลค่า3.6หมื่นล้านบาท

แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ฯ เปิดแผนปีจอ เตรียมเปิดตัว 18 โครงการใหม่ ในกทม.-ปริมณฑลและต่างจังหวัด รวมมูลค่า 36,300 ล้านบาท ทั้งปรับราคาขายเฉลี่ยลงมาที่ 7 ล้านบาท/ยูนิตและรุกตลาดทาวน์เฮาส์มากขึ้นเป็นสัดส่วน 9% ด้านที่ดินสวนชูวิทย์ ได้ฤกษ์เซ็นสัญญาเช่า 1 ก.พ.นี้ จ่อผุดอาคารสำนักงาน-รร.-รีเทล ใช้งบลงทุน 6,000 ล้านบาท  เล็งซื้อที่ดินย่านใจกลางเมืองอีก 1-2 แปลง ตั้งเป้ายอดขายในปี61 แตะ 31,000 ล้านบาท  และรายได้รวมที่ 36,700 ล้านบาท       นายนพพร สุนทรจิตต์เจริญ ประธานกรรมการบริษัท และประธานกรรมการบริหาร บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด(มหาชน)หรือ LH เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานของบริษัทฯในปี 2561 ว่าจะเปิดตัวใหม่ 18  โครงการ มูลค่ารวมทั้งหมด  36,300 ล้านบาท แบ่งแยกเป็นโครงการในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล

“แกรนด์ ยูนิตี้”รีแบรนด์สินค้าเปิด4โครงการใหม่ ตั้งเป้า5ปีโกยยอดขาย1.7หมื่นล้านบาท

แกรนด์ ยูนิตี้ฯปรับแผนปี61 รีแบรนด์สินค้าใหม่ตอบตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุค 4.0 ชู 3 กลยุทธ์หลักสร้างการรับรู้ ประเดิมเปิด 4 โครงการติดสถานีรถไฟฟ้า รวมมูลค่า 12,000 ล้านบาท ตั้งเป้า 5 ปียอดขายพุ่ง 17,000 ล้านบาท คาดสต๊อกเก่า กว่า 1,000 ยูนิต จาก 7 โครงการปิดขายพายในครึ่งปีแรก62   นายสิริพงศ์ ศรีสว่างวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด ในเครือบริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด(มหาชน)หรือUV เปิดเผยว่า ภาคอสังหาฯยังเป็นปัจจัยที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ โดยเฉพาะด้านระบบคมนาคม ที่มีการสร้างสถานีรถไฟฟ้าให้ครอบคลุมในกทม.และปริมณฑล ซึ่งส่งผลให้ราคาที่ดินปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้มีความน่าสนใจในการลงทุนมากขึ้น เนื่องจากได้ผลตอบแทนที่สูง จึงเป็นธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคก็เปลี่ยนไปมีความหลากหลายมากขึ้น เลือกโครงการคอนโดฯในทำเลที่เดินทางสะดวก และสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างแท้จริง   ดังนั้นเพื่อเป็นการตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุค4.0 บริษัทฯ ปรับรูปแบบและภาพลักษณ์การดำเนินธุรกิจใหม่ด้วยการพัฒนาโครงการติดรถไฟฟ้าในแบรนด์ใหม่มากขึ้นและแต่ละทำเลจะมีเอกลักษณ์ที่เฉพาะตัว เนื่องจากปัจจุบันการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีต่างๆมากขึ้น และหาซื้อที่ดินได้ง่าย จากเดิมที่เน้นพัฒนาคอนโดฯแบรนด์คอนโด

หลักสูตร The NEXT Real เปิดรับสมัครรุ่น 5

หลังจากที่ The NEXT Institute by SIU ร่วมกับบริษัท โฮมบายเออร์ไกด์ จำกัด เปิดหลักสูตรอบรม The NEXT Real ผ่านไปแล้ว 4 รุ่น กว่า 400 คน ที่เป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และผู้ที่อยู่ในแวดวงธุรกิจที่เกี่ยวข้อง จากทั้ง 4 รุ่นที่ผ่านมาประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยเนื้อหาของหลักสูตรเป็นการแบ่งปันประสบการณ์จริงของวิทยากรแต่ละท่านในทุกแง่มุม ทั้งความสำเร็จ ข้อผิดพลาดและข้อพึงระวัง ซึ่งแต่ละท่านให้มุมมองใหม่และถ่ายทอดแนวคิด ตลอดจนความรู้ต่างๆ ซึ่งหาไม่ได้จากตำราอื่นๆ นอกจากนี้ผู้เรียนก็มีโอกาสได้พบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับวิทยากรซึ่งเป็นตัวจริงของวงการ ก็เป็นโอกาสที่หาได้ยากเช่นกัน The NEXT Real พร้อมเปิดรับสมัครรุ่น5 นายบริสุทธิ์ กาสินพิลา ผู้อำนวยการหลักสูตร The NEXT Real เปิดเผยว่า หลักสูตร The NEXT Real ยังมีวิทยากรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญหรือกูรูในแต่ละด้าน แต่ละสาขา ที่เป็นองค์ความรู้ในการสนับสนุนการทำธุรกิจอสังหาฯ และเพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ที่กว้างขวางมากขึ้น ที่สำคัญยังนำข้อคิดและความรู้เหล่านี้ไปปรับใช้ได้จริงกับองค์กร ได้แก่ ความรู้ด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี งานดีไซน์

“อนันต์”สนซื้อธุรกิจรีเทลสหรัฐ สอนมวยอสังหาฯรุ่นใหม่อย่าเร่งเข้าตลาดฯสินค้าขาดคุณภาพ

อดีตบิ๊กแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ คาดปี61แบงก์ปรับตัวรับปัญหาดอกเบี้ยโลกปรับสูงขึ้น ระบุราคาที่ดินกลางเมืองพุ่งสูงกว่า 3 ล้านบาท/ตารางวา ไม่สมเหตุสมผล แนะผู้ประกอบการรุ่นใหม่เร่งซื้อที่ดิน เร่งปิดขายหวังเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯสินค้าที่ผลิตอาจไม่ได้คุณภาพ แย้มสนซื้อธุรกิจรีเทลในสหรัฐหลังราคาสินทรัพย์ตกลง   นายอนันต์ อัศวโภคิน อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด(มหาชน)หรือLH เปิดเผยในงานเสวนาภายใต้หัวข้อ “กลยุทธ์และการปรับตัวธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 2561”ว่า อัตราดอกเบี้ยโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น คิดว่าทั้งตลาดโลกคงมีการเปลี่ยนแปลง ส่วนธนาคารในประเทศไทยเริ่มคุ้นเคยกับการปล่อยสินเชื่อ และมีความระมัดระวัง และก็ค่อยๆปรับตัวได้ในการปล่อยกู้สินเชื่อรายย่อย โดยมีโมเดลของตัวเอง ขณะที่ผู้ประกอบการก็พยายามแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าของตัวเองมากขึ้น จึงคิดว่ายอดการถูกปฏิเสธสินเชื่อของสถาบันการเงินก็จะลดน้อยลง   ส่วนเรื่องแรงงานก่อสร้าง ที่มีปัญหามาตลอด ส่งผลให้หลายบริษัทหันมาใช้พรีแฟบกันหมด และปัจจุบันทุกบริษัทหันมาเน้นเรื่องไอที และInternet of Thing กันหมด เพื่อช่วยพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น   ขณะที่กำลังซื้อไม่ได้เปลี่ยนมากมาย แต่ตลาดที่อยู่อาศัยระดับราคา 1 ล้านกว่าบาท ที่เคยมียอดขายที่ดีกลับขายไม่ดี แต่ตลาดบนระดับราคา 6-7 ล้านบาท ยังขายได้ดีอย่างต่อเนื่อง  ส่วนผู้ประกอบการรายใหม่แห่แย่งซื้อที่ดินกันมาก ในราคาไม่ค่อยสมเหตุสมผล ล่าสุดราคาสูงถึง 3 กว่าล้านบาท/ตารางวา ซึ่งนึกไม่ออกว่าจะนำไปพัฒนาในรูปแบบไหน

APจับมือ”มูจิ”โชว์นวัตกรรมญี่ปุ่นนำร่อง”ไลฟ์ ปิ่นเกล้า”

เอพีผนึกมูจิ นำเสนอการดีไซน์ห้องชุดสู่อัตลักษณ์ใหม่ของสเปซคุณภาพ ตอบรับไลฟ์สไตล์ชีวิตในอนาคต ด้วยดีไซน์พื้นที่การใช้ชีวิตที่ผสานชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว นำร่องโครงการแรก Life  ปิ่นเกล้า ไฮเอนด์คอนโดฯพร้อมเข้าอยู่แห่งแรก ราคาเริ่มต้น 2.49 ล้านบาท     นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานธุรกิจคอนโดมิเนียม บริษัท  เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด(มหาชน)หรือ AP  เปิดเผยว่าด้วยประสบการณ์มากกว่า 25 ปีของบริษัทที่เข้าใจการใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์คนเมือง จึงมีความเชี่ยวชาญในการออกแบบพื้นที่การใช้ชีวิตคุณภาพ เอพีจึงมุ่งนำเสนอการออกแบบที่อยู่อาศัยร่วมกันแห่งอนาคต ผ่านวิธีการมองสเปซในทุกมิติ โดยเฉพาะการใช้ชีวิตในคอนโดมิเนียมที่ทุกตารางนิ้วมีคุณค่า จึงต้องใช้ได้อย่างมากประโยชน์ ในครั้งนี้ได้ผสานความเชี่ยวชาญในการบริหารสเปซของเรา ผนวกกับความเป็น Function Expert ของ  MUJI ที่มีความเป็นเอกลักษณ์และแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ นอกจากจะโดดเด่นในเรื่องความเรียบง่ายของผลิตภัณฑ์แล้ว แนวคิดการออกแบบของมูจิที่ละเอียดอ่อนในทุกๆขั้นตอน ยังสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตของคนไทยยุคใหม่ ในขณะเดียวกันก็สามารถใช้งานได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุดทุกตารางนิ้ว   “โปรเจกต์พิเศษการออกแบบห้องชุด 1 Bedroom plus ขนาด 35 ตารางเมตร โครงการ Life ปิ่นเกล้า โดดเด่นด้วยการโชว์เอกลักษณ์วัสดุจากธรรมชาติ อาทิ ลวดลายไม้

ตลาดคอนโดมิเนียมในพัทยายังไม่ฟื้นตัวเร็วอย่างที่คาด

ก่อนหน้านี้ 6 – 7 ปีหรือช่วงปี2554 – 2556 เป็นช่วงที่ตลาดคอนโดมิเนียมพัทยามีการขยายตัวขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากปัจจัยหลายๆ อย่างประกอบกันทั้งการขยายตัวของตลาดท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้นและส่วนใหญ่ไปที่พัทยา ซึ่งชาวรัสเซียเป็นกลุ่มผู้ซื้อชาวต่างชาติที่เข้ามาสร้างความคึกคักให้ตลาดโรงแรมที่พักและคอนโดมิเนียมในพัทยา รวมไปถึงหลังจากเกิดน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไยรวมทั้งกรุงเทพมหานครในปีพ.ศ.2554 ทำให้คนในกรุงเทพมหานครส่วนหนึ่งเริ่มมองหาที่พักนอกกรุงเทพมหานคร อีกทั้งการเดินทางจากกรุงเทพมหานครมายังพัทยาก็สะดวกสบายขับรถประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น และในปี2554 เป็นปีแรกๆ ที่ผู้ประกอบการหลายรายเริ่มหาทำเลในการเปิดขายโครงการใหม่นอกกรุงเทพมหานคร และพัทยามีความพร้อมและความเหมาะสมในหลายๆ ด้านทำให้จำนวนคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในช่วงปี2554 – 2556 มีมากกว่า 15,000 ยูนิตต่อปี     นายสุรเชษฐ กองชีพ ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาฯ เปิดเผยว่า คอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่สะสมในพัทยาในช่วงตั้งแต่ปี2553 – 2560 มีทั้งหมดประมาณ 78,400 ยูนิตซึ่งถือว่าเยอะมากเมื่อเทียบกับในอดีตที่มีคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จรวมทั้งหมดตั้งแต่อดีตถึงปี2554 อยู่ที่ประมาณ 46,100 ยูนิตเท่านั้น คอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในช่วงปี2554 – 2556 รวมกันมากกว่าคอนโดมิเนียมที่มีในพัทยาก่อนหน้านี้ซะอีก ดังนั้นจึงไม่แปลกที่หลังจากปี2556 เป็นต้นมาตลาดคอนโดมิเนียมในพัทยาจะชะลอตัวอย่างรุนแรงและต่อเนื่องแบบที่เห็น เพราะคอนโดมิเนียมจำนวนมากยังคงเหลือขายอยู่ในตลาด ประกอบกับปัญหาภาวะเศรษฐกิจประเทศชะลอตัวทำให้การซื้ออสังหาริมทรัพย์ในเมืองท่องเที่ยวไม่ใช่เรื่องจำเป็นและพัทยาอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่คนไทยจะเลือกเป็นที่พักในวันหยุดของพวกเขา ประกอบกับค่าเงินรูเบิลรัสเซียที่ลดลงทำให้นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียเข้าประเทศไทยน้อยลงแบบชัดเจนและมีผลโดยตรงต่อผู้ประกอบการหลายรายที่ขายคอนโดมิเนียมให้กับผู้ซื้อชาวรัสเซียก่อนหน้านี้ เพราะพวกเขาเลือกที่จะทิ้งเงินดาวน์และเจรจายกเลิกการจองแม้ว่าจะไม่มากแต่ก็มีผลต่อภาพรวมของตลาด     คอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในช่วงตั้งแต่ปี2553 เป็นต้นมานั้นจะอยู่ในทำเลจอมเทียนและนาจอมเทียน

“ออล อินสไปร์”ประกาศผุด7โครงการปี61มูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท

ออล อินสไปร์ฯเปิดแผนปี61 ผุด 7 โครงการใหม่ รวมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท ขยายฐานตลาดบนแนวสูง-แนวราบครั้งแรก ทั้งซุ่มเจรจาร่วมทุนพันธมิตรต่างชาติพัฒนาคอนโดฯโลว์ไรส์ ตั้งเป้าซื้อที่ดิน 5,000 ล้านบาท คาดพร้อมแต่งตัวเข้าตลาดฯปลายปี ตั้งเป้ายอดขายทั้งปีแตะ 8,000 ล้านบาทและรายได้โตก้าวกระโดด 5,100 ล้านบาท   นายธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออล อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด(มหาชน) เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2561มองว่ายังมีแนวโน้มปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น โดยมีปัจจัยจากการที่ภาครัฐได้เดินหน้าโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ รวมไปถึงโครงการรถไฟฟ้าหลายเส้นทางที่จะเริ่มทยอยเสร็จ ซึ่งจะส่งผลให้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการขยายตัว ขณะที่หนี้ภาคครัวเรือนของกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-ล่าง มีแนวโน้มปรับตัวลดลง ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคฟื้นตัว และเกิดการใช้จ่ายภายในประเทศมากขึ้น   ด้านแผนการดำเนินงานในปี 2561 เตรียมเปิดตัว 7 โครงการใหม่ ในกทม.-ปริมณฑล มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการคอนโดมิเนียม Low rise จำนวน 3 โครงการ ราคาเริ่มต้นที่