Home » Archive by Category "ข่าว"

“เดอะ ทีค สาทร-ลุมพินี” คอนโดฯสุดเท่ ครบทุกฟังก์ชั่นตอบโจทย์คนทำงานยุคใหม่

“สาทร-ลุมพินี” ทำเลศูนย์กลางธุรกิจ ที่แวดล้อมไปด้วยสำนักงานขนาดใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯทั้งของภาครัฐ เอกชนไทย บริษัทข้ามชาติ สถานทูต โรงเรียนนานาชาติ โรงพยาบาล อีกทั้งยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยยอดนิยมของกลุ่มคนมีรายได้สูงทั้งชาวไทยและต่างชาติ นอกจากนี้ที่นี่ ทำเล “สาทร-ลุมพินี” ยังครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบสนองการใช้ชีวิตของคนมืองได้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงการเดินทางที่สะดวกสบายด้วยระบบขนส่งมวลชนมีสถานีเชื่อมต่อ BTS และ MRT อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับถนนสายสำคัญๆของกรุงเทพฯซึ่งนอกจากสามารถเดินทางเพื่อเชื่อมต่อไปยังสถานที่สำคัญอื่นๆได้โดยง่ายแล้วยังทำให้สะดวกต่อการเดินทางในการเข้า-ออกนอกเมืองด้วยเช่นกัน   ด้วยศักยภาพของทำเล ทำให้เกิดการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่องทั้งในเชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม ที่วันนี้ในย่านดังกล่าวราคาขายเริ่มต้นไม่ต่ำกว่า 150,000-200,000 บาทต่อตารางเมตร ด้านผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า ( rental yield )ก็อยู่ในระดับที่ดีไม่น้อยกว่า 4-5%ต่อปี   บริษัท แอล เค เอช ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้ประกอบการน้องใหม่ที่พัฒนาคอนโดมิเนียมแบรนด์ “เดอะ ทีค”หลังจากที่ประสบความสำเร็จในพัฒนาโครงการ เดอะ ทีค บางนา-ตราด ,โครงการเดอะ ทีค พัฒนาการ และโครงการเดอะ ทีค สุขุมวิท 39 ล่าสุด ได้เปิดตัว The Teak Sathorn-Lumpini

ทายาท”เนสกาแฟ”งัดแลนด์แบงก์เก่า2ทำเลเด่นผุดรร.สร้างรายได้ระยะยาว

กลุ่ม”มหากิจศิริ”ปรับแผนขยายไลน์ธุรกิจสร้างรายได้ระยะยาว นำที่ดินสะสม 2แปลง ย่านเพลินจิต-นานา ชิมลางโรงแรม 400 ห้อง มูลค่าการลงทุน 2,000 ล้านบาท ดึงเชน“Penta Hotel”เครือ “โรสวูด โฮเทล กรุ๊ป”บริหารงาน ทั้งเดินหน้าผุดคอนโดฯโลว์ไรส์ปีละ 1-2 โครงการต่อเนื่อง ไตรมาส3/61 จ่อเปิดตัว “เดอะเนสท์ สุขุมวิท71” มูลค่า 2,000 ล้านบาท อนาคตสนนำที่ดินย่านพระราม4พัฒนาโครงการมิกซ์ยูสรับกระแสตลาด ตั้งเป้ายอดขายรวมปีนี้แตะ 2,500 ล้านบาท     นางอุษณา มหากิจศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะเนสท์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ในเครือบริษัท พีเอ็ม กรุ๊ป จำกัด (บุตรสาวคนเล็กนายประยุทธ มหากิจศิริ ผู้ดำเนินธุรกิจ”เนสกาแฟ”) เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานของบริษัทฯว่าจะขยายมายังธุรกิจที่สร้างรายได้ระยะยาวให้กับบริษัทมากขึ้น ด้วยการนำที่ดินสะสมของครอบครัว 2 แปลงย่านใจกลางเมืองมาพัฒนาโรงแรมในรูปแบบ “ไลฟ์สไตล์ โฮเทล” ได้แก่ที่ดินบริเวณซอยนายเลิศ ด้านหลังโครงการ”โนเบิล เพลินจิต” บนพื้นที่ 300

แลนด์แอนด์เฮ้าส์เปิดขายคอนโดฯ  “EASE 2 พระราม 2” 21 กรกฎาคม นี้

บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH แจ้งว่า จะเปิดขาย Presale คอนโดมิเนียมโครงการใหม่   “EASE 2 พระราม 2” 21 กรกฎาคม นี้  โดยโครงการ EASE 2 พระราม 2 ตั้งอยู่ทำเลพระราม 2 หลัง Central พระราม 2 เดินทางสะดวกด้วยหลากหลายเส้นทางทั้งถนนพระราม 2, ถนนบางขุนเทียน, ถนนเอกชัย และถนนกาญจนาภิเษก และยังใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วน รอบๆโครงการเป็นแหล่งที่ให้ความสะดวกสบายครบครัน   โครงการ EASE 2 พระราม 2 มีแนวคิดโครงการ “คิดมาครบ พบความสุขคุณภาพอย่างลงตัว” เป็นคอนโดมิเนียม 2 อาคาร อาคาร A สูง 18 ชั้น และ

ศุภาลัยปลื้ม”ศุภาลัย ลอฟท์ ประชาธิปก – วงเวียนใหญ่”กวาดยอดขายเกือบ 90%  

ศุภาลัยฯโชว์ผลงานขายคอนโดฯ ศุภาลัย ลอฟท์ ประชาธิปก – วงเวียนใหญ่ กระแสตอบรับดีลูกค้าแห่จองล้นหลาม หลังเปิดขายเพียง 3 วัน โกยยอดขายกว่า 1,250 ล้านบาท มั่นใจยอดขายรวมตามเป้า33,000 ล้านบาท     นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือSPALI  เปิดเผยว่า เมื่อปลายปี 2560ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้เปิดคอนโดฯ 3 โครงการ 3 ทำเลฮอตย่านฝั่งธนบุรี โดยได้รับความสนใจจากลูกค้าจำนวนมาก และประสบความสำเร็จจากการปิดการขายโครงการศุภาลัย พรีเมียร์ เจริญนคร คอนโดฯหรู ติดรถไฟฟ้าสายสีทอง                สถานีคลองสาน ภายในวันแรกที่เปิดจอง  สำหรับในปีนี้บริษัทฯ ยังคงรุกทำเลย่านฝั่งธนบุรีอย่างต่อเนื่องและสร้างปรากฏการณ์อีกครั้งกับคอนโดฯ โครงการ”ศุภาลัย ลอฟท์ ประชาธิปก – วงเวียนใหญ่”ที่มีจำนวน

“พฤกษา”มั่นใจ3ปีขึ้นแท่นผู้นำคอนโดฯซูเปอร์ลักชัวรี่

พฤกษาฯเชื่อตลาดคอนโดฯหรูปี61โตไม่น้อย15% มั่นใจ 3ปีพอร์ตสินค้าพรีเมี่ยมขยายตัวเพิ่ม30-35% ขึ้นแท่นผู้นำคอนโดฯซูเปอร์ลักชัวรี่ ปี61 จ่อผุกแบรนด์หรู 4 โครงการ รวมมูลค่า 8,600 ล้านบาท เจาะทำเลไพร์มโลเคชั่น นำร่อง”เดอะรีเซิร์ฟ สาทร” ราคา13-42 ล้านบาท คาดปิดขายภายในปลายปี ดันรายได้กลุ่มพรีเมียมตามเป้า 2,000 ล้านบาท   นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท-พรีเมี่ยม บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด(มหาชน)หรือPS ในเครือบริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน)หรือPSHเปิดเผยถึงแนวโน้มตลาดคอนโดฯหรูในปี2561 จะมีอัตราการเติบโตไม่น้อยกว่า 15% เมื่อเทียบปี2560 จากมูลค่าตลาดรวมคอนโดฯหรูราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป คิดเป็นมูลค่า 62,000 ล้านบาท หรือจำนวน 6,000 ยูนิต จากมูลค่ารวมตลาดคอนโดฯปี2560อยู่ที่ 246,000 ล้านบาทหรือ 61,700 ยูนิต โดยสาเหตุที่คอนโดฯตลาดลักชัวรี่และซูเปอร์ลักชัวรี่ยังมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต่างหันมาเจาะลูกค้ากลุ่มดังกล่าวกันมาก แต่เชื่อว่าจะยังไม่เกิดโอเวอร์ซัพพลายอย่างแน่นอน เพราะแต่ละโครงการมีจำนวนยูนิตที่ไม่มากนัก

เมกาโฮมฯ บุกตลาดครึ่งปีหลัง ขยายฐานลูกค้าสมาชิกกลุ่มช่างและเจ้าของบ้านคนรุ่นใหม่

 เมกาโฮม ศูนย์จำหน่ายวัสดุก่อสร้างและของใช้ในบ้าน ค้าส่ง ค้าปลีก เดินหน้าขยายฐานลูกค้าสมาชิกกลุ่มช่าง – ผู้รับเหมา เจ้าของโครงการ เต็มสปีด พร้อมทั้งผลักดันให้บรรลุเป้าหมายปลายปี พร้อมกับรีโนเวทสาขา นำเสนอสินค้าใหม่ ปรับดิสเพลย์ และติดแอร์ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าสมาชิกที่เป็นคนรุ่นใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ นางสาวสุรางคนา ฉายประสาท ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่าย Customer Experience บริษัท เมกาโฮม เซ็นเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 นี้ เมกาโฮม ยังคงมุ่งปรับปรุงสาขา สร้างความแข็งแกร่ง ให้กับสาขาที่มีอยู่เดิม 12 สาขา ให้ทันสมัย สร้างประสบการณ์ที่ดีในการซื้อสินค้า โดยไฮไลต์หลักคือปรับสินค้ากลุ่มช่างให้มีความครบครันมากขึ้น ตั้งแต่ฐานรากถึงหลังคา และปรับสินค้ากลุ่มเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ในบ้านให้ทันสมัย รวมทั้งได้ทยอยติดตั้งระบบปรับอากาศเพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย  โดยเริ่มติดตั้งไปแล้วที่สาขารังสิต มีนบุรี และบ่อวิน  ซึ่งได้รับการตอบรับจากลุกค้าสมาชิกเป็นอย่างดี   การรีโนเวทปรับปรุงสาขาในครั้งนี้ เน้นไปที่การบริหารจัดการพื้นที่ภายในสาขา ให้ความสำคัญกับสินค้าเพื่อช่างและคนทำบ้าน โดยจัดดิสเพลย์กลุ่มเครื่องมือช่าง ฮาร์ดแวร์ สี อุปกรณ์ไฟฟ้า และประปา

กคช.ผุด 3 โมเดลสนับสนุนโครงการร่วมลงทุนกับภาคเอกชนสานนโยบายไทยนิยม

การเคหะแห่งชาติ (กคช.) สนองนโยบายรัฐบาล (Government Policy) ตามหลักประชารัฐ-ไทยนิยมยั่งยืน และขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติโดยร่วมดำเนินการกับภาคเอกชน ภายใต้“โครงการเคหะประชารัฐร่วมทุน”   ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช) กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติ ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ดำเนินการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยตามแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560 – 2579)สำหรับประชาชนโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยให้มีกรรมสิทธิ์เป็นของตนเอง ในปัจจุบันการเคหะแห่งชาติมีที่ดินรอการพัฒนาที่มีศักยภาพพร้อมให้ภาคเอกชนร่วมลงทุนพัฒนาโครงการให้เกิดมูลค่าเพิ่มเชิงรายได้ ภายใต้โครงการเคหะประชารัฐร่วมทุนตามยุทธศาสตร์ของการเคหะแห่งชาติ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันระหว่างการเคหะแห่งชาติกับภาคเอกชนและประชาชน ลูกค้าผู้ต้องการที่อยู่อาศัย ซึ่งการจัดทำโครงการเคหะประชารัฐร่วมทุนเป็นการบูรณาการ ด้านนโยบายทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อน โดยมีเอกชนเป็นผู้จัดหาแหล่งเงินเข้ามาลงทุนภาคก่อสร้าง พร้อมการบริหารจัดการโครงการในลักษณะของการร่วมดำเนินกิจการ   ทั้งนี้ กรอบแนวคิดในการจัดทำโครงการเคหะประชารัฐร่วมทุนของการเคหะแห่งชาติ สำหรับโครงการที่ไม่เข้าข่ายพระราชบัญญัติ (พรบ.) การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556 ซึ่งการเคหะแห่งชาติดำเนินโครงการภายใต้ พรบ. การเคหะแห่งชาติ และระเบียบการเคหะแห่งชาติ ว่าด้วยการร่วมลงทุนซึ่งมีเกณฑ์การพิจารณาให้เอกชนเข้าร่วมดำเนินกิจการ 3 รูปแบบ ประกอบด้วย   การร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Joint Investment) ตาม พรบ.ร่วมทุนฯ มูลค่าโครงการตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งขณะนี้ได้รับอนุมัติในหลักการจากคณะกรรมการการเคหะแห่งชาติแล้ว 3

PFผนึกเซกิซุยสร้างบ้านระบบโมดูลาร์ นำร่อง”มาสเตอร์พีซ”4ทำเลมูลค่า2.2พันล้าน

เพอร์เฟค ร่วมทุนเซกิซุย ตั้งบริษัทลูก “พีเอฟ-เซกิซุย เจวี”ด้วยทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท สัดส่วน 51:49 พัฒนาบ้านเดี่ยวระบบโมดูลาร์ นำร่องโครงการแบรนด์”มาสเตอร์พีซ” 4 ทำเล กรุงเทพกรีฑา,รามคำแหง,แจ้งวัฒนะและรัตนาธิเบศร์ รวม 74 ยูนิต มูลค่า 2,230 ล้านบาท ตอบโจทย์ลูกค้าระดับบน มั่นใจรายได้รวมตามเป้า 20,000 ล้านบาท     นายชายนิด อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด(มหาชน)PF  เปิดเผยว่าในปี 2562 บริษัทมีแผนที่จะขายที่ดินย่านแจ้งวัฒนะและย่านกรุงเทพฯโซนตะวันออก ให้กับ 2 บริษัทร่วมทุน คือฮ่องกงแลนด์ และบริษัทร่วมทุนกับบริษัท ซูมิโตโม ฟอเรสทรี(สิงคโปร์)จำกัด รวมมูลค่า 4,000 ล้านบาท แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้   ล่าสุดบริษัทได้ลงนามในสัญญาร่วมทุนกับบริษัท เซกิซุย เคมิคอล จำกัด ผู้นำในธุรกิจรับสร้างบ้านของประเทศญี่ปุ่น จัดตั้งบริษัทร่วมทุน คือ

APหวั่นอนาคตราคาที่ดินพุ่งเกินต้นทุนก่อสร้าง70%

เอพีฯเผยภาพรวมตลาดคอนโดฯระดับกลาง-ไฮเอนด์ ดีมานด์ยังตอบรับดีต่อเนื่อง  โดยเฉพาะทำเลลาดพร้าว-รัชดาฯ-ลาดพร้าว ย้อนหลัง 5 ปี ยอดขาย-ผลตอบแทนการปล่อยเช่าเติบโตดี ขณะที่ราคาที่ดินคาดอนาคตพุ่งสูงเกินต้นทุนก่อสร้าง 60-70% แนะผู้ประกอบการต้องปรับเกมสู้ เปิดแผนครึ่งปีหลังผุด 3 คอนโดฯร่วมทุนมิตซูบิชิเอสเตท กรุ๊ป  รวมมูลค่า 20,400 ล้านบาท ครึ่งปีแรกกวาดยอดขายรวมแล้ว 17,300 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 52%       นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กร และการสร้างสรรค์ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์)จำกัด(มหาชน)หรือAP เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าในปัจจุบันว่าดีมานด์ต่อตลาดคอนโดฯระดับกลางถึงไฮเอนด์มีการ-ตอบรับดีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในย่านใจกลางทำเลธุรกิจ เช่น ลาดพร้าว และอโศก –พระราม 9 ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นพื้นที่ CBD แห่งใหม่ในกรุงเทพฯ เนื่องจากศักยภาพทำเลทั้งความพร้อมในวันนี้และปัจจัยจากโครงการพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าในอนาคตอันใกล้ที่จะเข้ามายกระดับความสามารถในการเชื่อมต่อเข้าสู่พื้นที่CBD เดิมอย่างย่านสีลม สาทร และ สุขุมวิทได้โดยตรง อีกทั้งแวดล้อมไปด้วย สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ จึงเป็นที่ต้องการสำหรับผู้ซื้อที่ต้องการความสะดวกสบาย และผู้ซื้อที่ต้องการลงทุนในการปล่อยเช่าและขายต่อเป็นอย่างมาก โครงการที่จะเข้าสู่ตลาดระดับนี้ต้องสร้างความแตกต่างทั้งภายในยูนิตพักอาศัยและพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อที่จะชนะใจคนเมืองที่กำลังมองหาคอนโดฯในทำเลดังกล่าว ที่นับวันจะมีแต่มูลค่าเพิ่มขึ้น     สำหรับภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมเซกเมนต์กลางถึงบน ใน 2 ทำเลศูนย์กลางธุรกิจใหม่ใจกลางเมือง ย่านเชื่อมต่อพหลโยธิน-อารีย์-ลาดพร้าว และย่านเชื่อมต่ออโศก-พระราม 9-รัชดาภิเษกนั้น พบว่าดีมานด์ที่มองหาคอนโดฯใหม่ติดแนวรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด 5 ปีที่ผ่านมา จากการสำรวจข้อมูลการเปิดตัวโครงการใหม่ย่านเชื่อมต่อพหลโยธิน-อารีย์-ลาดพร้าว มีคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ทั้งสิ้นจำนวน 19โครงการ ในราคาพรีเซลเฉลี่ย 158,000 บาท/ตารางเมตร มียอดขายรวมกว่า 85% และย่านเชื่อมต่ออโศก-พระราม 9-รัชดาภิเษก พบคอนโดฯโครงการใหม่ทั้งสิ้น 14 โครงการ ราคาพรีเซลเฉลี่ยประมาณ  169,000 บาทต่อตารางเมตร และมียอดขายรวมแล้วกว่า 90% ซึ่งนับเป็นอัตราการตอบรับที่ดี นอกจากนี้ สำหรับผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า ระยะยาว (Rental Yeild) ของคอนโดฯพร้อมอยู่ทั้ง 2 ย่านที่กล่าวมานั้น พบอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นไปในทิศทางเดียวกัน อยู่ที่ประมาณ 5 – 6% ขึ้นไป จึงนับว่าราคาคอนโดมิเนียมในทำเลนี้ ยังเหมาะสมในการซื้อทั้งเพื่ออยู่อาศัยและเพื่อการลงทุน     “โดยทำเลลาดพร้าวและอโศก นับวันที่ดินจะหายากมากขึ้นเพราะผู้ประกอบการแย่งกันซื้อ ซึ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา(ปี2556-2561)ราคาที่ดินพุ่งสูง35-40% ของต้นทุนทั้งหมดปัจจุบันขึ้นมาที่50% และแนวโน้มราคาที่ดินจะพุ่งสูงถึง 60-70% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทำเล ซึ่งนับวันจะมีการแข่งขันที่สูงขึ้นและต่อรองราคาได้ยาก เมื่อเทียบกับต้นทุนการก่อสร้าง ที่สามารถต่อรองได้ ถือเป็นความท้าทายของผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการ ซึ่งอาจจะสร้างห้องชุดให้มีขนาดเล็กลง เพื่อให้ลูกค้าสามารถซื้ออยู่อาศัยได้”นายวิทการ กล่าว     สำหรับแผนการดำเนินการของบริษัทฯในปีนี้ยังเป็นไปตามเป้าที่วางไว้คือ43 โครงการ รวมมูลค่า 64,750 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 17 โครงการ  ทาวน์เฮาส์ 21 โครงการ และคอนโดฯ5 โครงการ ซึ่งในปีนี้ถือเป็นปีแรกที่บริษัทเปิดตัวโครงการที่มีมูลค่ารวมมากสุดตั้งแต่APดำเนินการมา เมื่อเทียบกับปี2560 มีอัตราการเติบโตเชิงมูลค่าสัดส่วน 30% โดยในครึ่งปีแรกเปิดตัวไปแล้ว 8 โครงการ เป็นแนวราบ 7 โครงการ และแนวสูง 2โครงการ   โดยในครึ่งปีหลัง2561 บริษัทฯจะเปิดตัวคอนโดฯจำนวน 3โครงการ รวมมูลค่า 20,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับบริษัท มิตซูบิชิ จิโช เรสซิเดนซ์ จำกัด(บริษัทในเครือมิตซูบิชิเอสเตท กรุ๊ป :MECG)ทั้งหมด ได้แก่ 1.Life Ladprao Valley (ไลฟ์ ลาดพร้าว แวลลีย์)ลักชัวรี่คอนโดมิเนียม ภายใต้คอนเซ็ปต์การออกแบบ “Live Your Adventurous Spirit” ตั้งอยู่บนพื้นที่ 5.2 ไร่ ประกอบด้วยอาคารที่พักอาศัยสูง 44 ชั้น ขนาดตั้งแต่ 28.80-66.50 ตารางเมตรราคาเริ่มต้นที่ 3.49 ล้านบาท หรือราคาเฉลี่ย 140,000 บาท/ตารางเมตรจำนวนห้องชุดทั้งสิ้น 1,140 ห้อง มูลค่าโครงการ6,400 ล้านบาท โดยจะเปิดขายรอบแรกผ่านระบบ AP i-Booking ในวันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคมนี้ เวลา 19.00 – 21.00 น. และมีกำหนดเปิดพรีเซลอย่างเป็นทางการพร้อมกันทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศในวันที่ 4 – 5 สิงหาคม 2561ซึ่งเป็นการโรดโชว์ใน 6 ประเทศ คือฮ่องกง,ญี่ปุ่น,จีน,ไต้หวัน,สิงคโปร์,และมาเลเซีย คาดว่าในช่วงพรีเซลจะสามารถทำยอดขายได้ 60%     2.Life Asoke Hype

“คมนาคม” โชว์ผลงาน 4 ปี เดินหน้า 21 โครงการรวมมูลค่า 1 ล้านล้านบาท

กระทรวงคมนาคม โชว์ผลงาน 4 ปี เดินหน้า 21 โครงการรวมมูลค่า 1 ล้านล้านบาทจากทั้งหมด 44 โครงการรวมมูลค่าลงทุนกว่า 2 ล้านล้านบาท  “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ”เผยการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานช่วยดันจีดีพีในประเทศโต พร้อมเร่งเครื่องเข็นเมกะโปรเจ็คท์ที่เหลือ 10 % เข้าประมูลให้หมดในปีนี้   วันนี้ (13 กรกฎาคม 2561) กระทรวงคมนาคมได้จัดนิทรรศการและการเสวนาสร้างการรับรู้เกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทย  ระยะ 20 ปี และยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558 – 2565  ครั้งที่ 1 ภายใต้ชื่อ “One Transport for All 2018 : On the Move” โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานพิธีเปิดงานพร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “คมนาคม 4 ปี+อนาคต คนไทยได้อะไร?” ว่าการดำเนินงานของกระทรวงคมนาคมในช่วง 4 ปีที่ผ่านมานั้น

1/1441234»Last