Home » ข่าว » Archive by Category "newsfeedindex"

กทท.ทุ่ม1.2หมื่นล้านบาท เปิด3แนวทางเลือก เร่งดันชุมชนคลองเตยออกนอกพื้นที่

“ไพรินทร์ ชูโชติถาวร” รมช.คมนาคม เปิดตัวโครงการ “Smart Community”ตามแผนแม่บท ทกท.หวังย้ายประชาชนชุมชนคลองเตยออกนอกพื้นที่กว่า 199 ไร่ 12,000 ครัวเรือน เปิด 3 แนวทางเลือกต่อ 1 สิทธิ์ ภายใต้งบ 12,000 ล้านบาท  หวังเป็นโมเดลต้นแบบให้หน่วยงานราชการอื่น พร้อมเร่งดันงานก่อสร้างอาคารแรกแล้วเสร็จในปี 2562 คาดเคลียร์พื้นที่จบเดินหน้าพัฒนาระบบท่าเรืออัตโนมัติ ดันไทยเป็นศูนย์กลางการค้า-เมืองท่องเที่ยวชั้นนำของโลก   นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2562 นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการ “พัฒนาพื้นที่เพื่อการอยู่อาศัยในชุมชนคลองเตย” หรือ “Smart Community”เปิดเผยว่า การท่าเรือแห่งประเทศไทย(กทท.) ได้ดำเนินโครงการพัฒนาและบริหารพื้นที่ตามผังแม่บทท่าเรือกรุงเทพ (ทกท.) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบ ทกท. ไปพร้อมกับการพัฒนาโครงการต่างๆ กทท. จึงได้เร่งเดินหน้าพัฒนาและบริหารพื้นที่ตามผังแม่บทฯ โดยให้ผู้ที่พักอาศัยในชุมชนคลองเตย ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่

ตามไปดู เรื่องเด่นข้ามปีผลกระทบ “กฎหมาย” กับธุรกิจอสังหาฯ

ปี 2561 เป็นปีที่สถานการณ์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีหลายประเด็นที่เป็นเรื่องเด่นให้ติดตามมาตลอดทั้ง “ปีจอ” … ทวีความท้าทายยาวมาถึง “ปีกุน” ปี 2562  นั่นคือ “กฎหมาย” หรือ มาตรการ ต่างๆ ที่ทยอยประกาศออกมานั้น ทีมงานของ prop2morrow.com ได้สะท้อนผ่านมุมมองของ “เลิศมงคล วราเวณุชย์” หนึ่งในกูรูทางด้านนี้ในฐานะกรรมการผู้จัดการบริษัท เดวา เรียลเอสเตท จำกัด, นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ นนทบุรี และอุปนายกและเลขาธิการสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ประเมินผลกระทบทั้งในแง่ “บวก” และ “ลบ” กับผู้ประกอบการอสังหาฯ ไทยแตกต่างกันไป ดังนี้   ปรับเกณฑ์ LTV ใหม่ เพิ่มดาวน์ที่อยู่อาศัยสกัดเก่งกำไร … เริ่มจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ ได้ออกมาตรการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Loan to Value :LTV) แบบใหม่เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2562 เป็นต้นไป

ระวัง!“ภาพลวงตา”ทำเลทอง อสังหาฯ

 นับจากวันที่กรุงเทพฯมีรถไฟฟ้าบีทีเอสตั้งแต่ปี 2542 ต่อด้วยการเปิดบริการรถไฟฟ้าใต้ดินในปี 2547 ถึงวันนี้โครงข่ายเส้นทางรถไฟฟ้าเริ่มขยายออกรอบนอกเมืองมากขึ้น สิ่งที่มาพร้อมกับการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าก็คือ การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเมือง และการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่พบว่ามีการเกิดขึ้นของ “ทำเลทอง” ตามแนวรถไฟฟ้า ผลตามมาต่อเนื่องนอกจากวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในเมืองจะเปลี่ยนไปแล้ว การอยู่อาศัยก็กลายเป็นรูปแบบ “Vertical Living” หรือการอยู่อาศัยในแนวดิ่งก็เพิ่มมากขึ้น ด้วยเพราะต้องการความสะดวกสบายในการเดินทาง หนีปัญหาการติดอยู่บนถนนเป็นเวลาหลายชั่วโมงจากการติดขัดของจราจร   ตลอดปี 2561 ที่กำลังจะก้าวข้ามสู่ปีใหม่ 2562  มีหลายทำเลที่ผู้ประกอบการให้ความสนใจ เข้าไปพัฒนาโครงการใหม่ๆ ตอกย้ำความร้อนแรงธุรกิจบนทำเลนั้นๆ ในขณะเดียวกันก็พบว่าก็เหมือนเป็นทำเลปราบเซียนที่ปรากฏว่า เปิดตัวโครงการใหม่สู่ตลาดริงแต่ยอดขายไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวังกันไว้ ทีมงาน prop2morrow.com เปิดโผ ! ทำเล(ทอง) รุ่ง- ร่วง ปี 2562 ที่ได้จากสำรวจและสอบถามจากผู้บริหารบริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่เห็นพ้องกันว่า ทำเลแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียวยังเป็นทำเลที่มาแรงโดดเด่นสุด หวั่นแนวรถไฟฟ้าสีเขียวตอนเหนือ (ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) ตั้งแต่ แยกเกษตร–วงเวียนหลักสี่ – สะพานใหม่ อาจซ้ำรอยสายสีม่วงที่อาการยังน่าเป็นห่วง ขณะที่ทำเลด่าวเด่นการลงทุนกำลังร้อนฉ่าที่น่าจับตามองแบบข้ามปีคือสายสีส้มและสายสีเหลืองที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้าง พร้อมเตือนให้ระวัง ! อาจเกิด “ภาพลวงตา” ทำเลทองกลางเมืองย่าน พร้อมพงษ์-ทองหล่อ-เอกมัย แม้ได้ชื่อเป็นแชมป์ทำเลยอดนิยมมาตลอด   อีกทั้งยังพบว่ามีอีกหลายทำเลที่เผชิญกับภาวะการตลาดและยอดขายไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้

ส่อง ! อสังหาฯปี’62 โต ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยง

ตลอดช่วงปี 2561 กล่าวได้ว่าภาคอสังหาริมทรัพย์ได้เผชิญกับหลายปัจจัยเสี่ยงที่เข้ามากระทบธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอลง ยอดปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารพาณิชย์ที่อาจเพิ่มขึ้น จาก NPL (Non-Performing Loan) ที่สูงขึ้นและหนี้้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง การปรับขึ้นของราคาวัสดุก่อสร้างอีก4-5% ในขณะเดียวกันการแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่สูงขึ้น รวมถึงปัจจัยภายนอกจากสงครามการค้าที่กระทบกับลูกค้าต่างชาติ ปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวพร้อมส่งแรงกระเพื่อมถึงปี 2562  เป็นปีที่ท้าทายของผู้ประกอบการอสังหาฯ จากเกณฑ์ LTV (Loan to Value : LTV) ใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท. )ที่เริ่มใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2562 และต้นทุนราคาที่ดินที่ปรับขึ้นต่อเนื่องทุกๆปี   ผลพวงจากปัจจัยเสี่ยงที่เผชิญอยู่ตรงหน้าทำให้ผู้ประกอบการอสังหาฯต่างประสานเสียงเห็นพ้องทำนองเดียวกันว่า ปี 2562 ภาพโดยรวมตลาดอสังหาฯ “ทรงตัว” หรือหากจะเติบโตก็ไม่เกิน 5 % พร้อมกับได้ปรับกลยุทธ์ใหม่ให้สอดคล้องกับตลาดอสังหาฯ ที่ท้าทายในปีหน้า ดังนี้ อาทิ เพิ่มเงินดาวน์เป็น 15-20% จาก 10-15% สำหรับลูกค้าไทย และลูกค้าต่างชาติเพิ่มเป็น30% จาก 25-30% ให้สอดคล้องกับเกณฑ์ LTV ใหม่ของธปท. เพื่อลดการเก็งกำไร ส่งผลให้

กนง.-กนส.ห่วงอสังหาฯเดี้ยง -mixed-use ล้นตลาด

ที่ประชุม กนง.-กนส. ห่วงระบบการเงินและเศรษฐกิจไทยยังมีความเปราะบาง ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจอสังหาฯ อุปสงค์จากต่างชาติโดยเฉพาะจีนที่อาจชะลอลง ขณะที่อุปทานพื้นที่อาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีกมีแนวโน้มเร่งขึ้นจากโครงการ mixed-use    เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2561 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ได้รายงานเผยผลการประชุมร่วมกันระหว่าง คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) วันที่ 21 ธันวาคม 2561 เพื่อติดตามและประเมินเสถียรภาพระบบการเงินไทย โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้   ที่ประชุมมีความเห็นว่าระบบการเงินไทยโดยรวมมีเสถียรภาพ เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่อง ธนาคารพาณิชย์ (ธพ.) และธุรกิจประกันภัยมีเงินกองทุนอยู่ในระดับสูง ขณะที่เสถียรภาพด้านต่างประเทศมีความเข้มแข็ง สะท้อนจากเงินสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง ดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุลต่อเนื่องและภาระหนี้ต่างประเทศที่อยู่ในระดับต่ำซึ่งมีส่วนช่วยรองรับผลกระทบจากความผันผวนในตลาดการเงินโลกในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ระบบการเงินไทยยังมีความเปราะบางในบางจุดที่อาจมีนัยต่อเสถียรภาพในระยะต่อไป โดยที่ประชุมได้ให้ความสำคัญกับ 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ (1) ภาคอสังหาริมทรัพย์ แม้ตลาดสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเริ่มมีพัฒนาการที่ดีขึ้นบ้าง แต่ยังต้องติดตามมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือน อุปสงค์(Demand)จากต่างชาติโดยเฉพาะจีนที่อาจชะลอลง และอุปทาน (Supply) จากโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบผสม (mixed-use) ที่จะเร่งขึ้นในอนาคต และ (2) พฤติกรรมการแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น (search for

ปี61คอนโดฯแชมป์ร้องเรียนสคบ.

  สคบ.เผยอสังหาฯถูกร้องเรียนมากสุด 2,384 ราย คิดเป็น 31.06% โดยเฉพาะคอนโดฯ จำนวน 1,141 ราย ประเด็นก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามสัญญาติดอันดับ1 พบ 3 บริษัทรายใหญ่ถูกร้องเรียนแต่คคบ.มีมติยุติเรื่อง แนะผู้ประกอบการควรซื่อสัตย์ ยึดมั่นในสัญญา ระบุเริ่มสนใจเพิ่มช่องทางสื่อสารกับผู้บริโภคชาวจีน     นายพิฆเนศ ต๊ะปวง รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(คคบ.) เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณช่วงเดือนตุลาคม 2560 – กันยายน 2561  พบว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัย มีการร้องเรียนมากที่สุด จากการผู้บริโภค 8 ประเภท จำนวน 2,384 ราย คิดเป็น31.06% โดยจากสถิติการรับเรื่องร้องทุกข์จากผู้บริโภคประเภทอสังหาฯและที่อยู่อาศัย  และสาเหตุ/ปัญหาการร้องทุกข์จากผู้บริโภคประเภทสินค้าอุปโภค บริโภค พบว่าประเภทย่อยที่มีการร้องทุกข์เข้ามามากที่สุด คือ อาคารชุด –คอนโดมิเนียม จำนวน1,141 ราย  บ้านจัดสรร 571 ราย อพาร์ตเมนต์/หอพัก/ห้องเช่า/บ้านเช่า จำนวน 447 ราย ว่าจ้างก่อสร้าง 109 ราย ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง

ตฤณ นครา ทุ่ม 4 หมื่นลบ.ผุดบิ๊กโปรเจ็กต์กว่า 3 พันไร่เขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงแสน

ตฤณ นครา ทุ่มงบ 4 หมื่นล้านบาท นำธงนักลงทุนนานาชาติผุดโปรเจ็กต์ยักษ์ “ตฤณ นครา โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล” เนรมิตพื้นที่ กว่า 3,139ไร่ พัฒนาโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงแสน จ.เชียงราย ให้เป็น One Stop Service City ทันสมัยและครบครัน ภายใต้แนวคิด “เมืองแห่งความสุข” (The City of Harmonious Living) พร้อมจับมือไทรเด้นท์ ซัพพอร์ตฯ จากสหรัฐอเมริกาสร้างเสาธงชาติไทยสูงที่สุดในโลก ด้วยความสูง 189 เมตร ในโครงการฯ และบันทึกลงใน Guinness World Records ปักหมุดเชียงแสนบนแผนที่โลกและดันให้เป็นไอคอนของเชียงแสน แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของไทยที่รู้จักไปทั่วโลกหวังกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน สังคม การลงทุน จ.เชียงรายอย่างยั่งยืน นายตฤณ นิลประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ตฤณ อินโนเวชั่น กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า เชียงแสนเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางยุทธศาสตร์สูงในหลากหลายมิติ จากที่รัฐบาลได้กําหนดให้จังหวัดเชียงรายคือหนึ่งในเขตเศรษฐกิจพิเศษ

กนง.ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายแตะ 1.75%

กนง.ปรับขึ้นขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25 %  ต่อปี จาก  1.50% เป็น 1.75 %  ต่อปี โดยให้มีผลทันทีเพื่อลดความเสี่ยงด้านเสถียรภาพระบบการเงิน รวมทั้งเพื่อสร้างขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงิน (policy space) สำหรับอนาคต   นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยถึงผลการประชุม กนง.ในวันนี้ (19 ธ.ค.2561) ครั้งที่ 8/2561 ว่า คณะกรรมการฯ มีมติ 5 ต่อ 2 เสียงให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ(%)  0.25 ต่อปี จาก  1.50 %  เป็น 1.75 % ต่อปี โดยให้มีผลทันที ขณะที่ 2 เสียงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ไว้ที่ 1.50% ต่อปี  นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)

“อนันต์ อัศวโภคิน” ฟันธง!อสังหาฯปี’62 อ่วม เหตุปัจจัยเสี่ยงเพียบ

“อนันต์ อัศวโภคิน” ออกโรงเตือนปีหน้าอสังหาฯเผชิญปัจจัยลบเพียบ แนะลดการขยายงาน ชะลอการลงทุนหันมาเน้นระบบงาน เพิ่มศักยภาพของคน หวั่นลูกค้าต่างชาติโดยเฉพาะจีนซื้อแล้วไม่โอน นายอนันต์ อัศวโภคินเจ้าของและผู้ก่อตั้งบริษัทแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด(มหาชน) หรือ LH และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวในงานเปิดตัวสมาคมอสังหาริมทรัพย์ฉะเชิงเทรา ถึงภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ในปี 2562 ว่า จะเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงรอบด้านทั้งจากภายในประเทศและต่างประเทศที่จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจและธุรกิจ อาทิ สถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อโครงการ กำลังซื้อที่ยังไม่ดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มตลาดกลางและล่าง มาตรการคุมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)หรือแบงก์ชาติประกาศออกมาล่าสุด ภาคการท่องเที่ยวที่ลดลงอย่างผิดปกติ คนจีนหายไปยังไม่กลับมาทั้งที่เข้าสู่ฤดูท่องเที่ยว ธุรกิจค้าปลีกไม่ดี เห็นได้จากยอดขายของโฮมโปร ธุรกิจในเครือแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ที่มีสาขาในต่างจังหวัดหลายแห่ง ยอดขายตกมากในไตรมาส3 ปี 2561 สะท้อนกำลังซื้อรากหญ้าไม่ดี จากปัจจัยลบต่างๆดังกล่าวที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ นายอนันต์ ยังได้แนะว่าควรชะลอการลงทุน และการขยายงาน  ควรหันมาให้ความสำคัญเรื่อบุคคลากร เพิ่มศักยภาพของคน รวมถึงควรให้ความสำคัญระบบการทำงานมากว่าเรื่องที่ดิน “ปีหน้าพวกเรามีปัญหาแน่ ให้ไปหาแบงค์เพื่อหารือปัญหาในช่วงเดือนมีนาคมปีหน้า ควรหาแบงค์ที่เชื่อใจกันได้ กู้ให้เต็มอัตรา ไม่ต้องกลัวดอกเบี้ยจะแพง ดอกเบี้ยไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับนักธุรกิจ แต่กลัวไม่มีเงินสด”  

รฟท.ลงพื้นที่ทวงคืนย่านสถานีแม่น้ำจากผู้บุกรุกผุดมิกซ์ยูสบนเนื้อที่ 260 ไร่

การรถไฟแห่งประเทศไทย ลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าพนักงานบังคับคดี ทวงพื้นที่ย่านสถานีแม่น้ำจากผู้บุกรุก เตรียมเสนอสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่อดำเนินการเปิดสัมปทานให้เอกชนเข้ามาลงทุนโครงการในรูปแบบมิกซ์ยูสบนเนื้อที่ 260 ไร่   วันนี้ (27 พ.ย. 2561) ณ สถานีรถไฟแม่น้ำ เขตยานนาวา กรุงเทพฯ นายสมยุทธิ์ เรือนงาม รองผู้อํานวยการด้านปฏิบัติการ ฝ่ายปฏิบัติการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ในฐานะประธานคณะทํางานเฉพาะกิจเพื่อดําเนินการกับผู้บุกรุกหรือรุกล้ำที่ดินการรถไฟฯ พร้อมกับเจ้าพนักงานบังคับคดี ลงพื้นที่ปิดประกาศขับไล่รื้อถอนตามคำสั่งศาลที่การรถไฟฯ ยื่นฟ้องขับไล่ผู้บุกรุกย่านสถานีแม่น้ำ จำนวนกว่า 200 ราย ประกอบด้วย กลุ่มบริษัทผู้ประกอบการรายใหญ่ที่บุกรุกพื้นที่โดยไม่มีสัญญาเช่า 38 ราย กลุ่มบริษัทรายใหญ่มีสัญญาเช่า 19 ราย ซึ่งทยอยหมดอายุสัญญาเช่าในปี 2562 และกลุ่มผู้บุกรุกที่เป็นชาวบ้านรายย่อยอีกกว่า 150 ราย ซึ่งดำเนินการตามนโยบายคณะกรรมการรถไฟฯ ในการแก้ปัญหาการบุกรุกหรือรุกล้ำที่ดินของการรถไฟฯ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์ พื้นที่ย่านสถานีแม่น้ำของการรถไฟฯ มีเนื้อที่ทั้งหมด 260 ไร่ 1 งาน 7 ตารางวา   ทั้งนี้ พบผู้บุกรุกรุกล้ำพื้นที่ประมาณ

1/71234567