Home » Archive by Category "ข่าว" (Page 143)

พื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้าง เป็นทำเลที่น่าสนใจในอนาคต

ที่ผ่านมาการพัฒนาโครงการประเภทคอนโดมิเนียม ผู้ประกอบการจะให้ความสำคัญกับพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดินที่เปิดให้บริการแล้วเท่านั้น แต่ในช่วง 3 – 4 ปีที่ผ่านมาเริ่มเปลี่ยนไป หันไปกว้านซื้อที่ดินในเส้นทางรถไฟฟ้าที่กำลังขยายตัวและก่อสร้างเพิ่มมากขึ้น เพื่อรอดีมานด์ในอนาคต เนื่องจากที่ดินยังมีราคาไม่สูงมาก   ที่ดินปรับขึ้นสูงส่งผลราคาคอนโดฯกลางเมืองแพงลิบ  นายสุรเชษฐ กองชีพ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า เนื่องจากราคาที่ดินในพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดินปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะในพื้นที่เมืองชั้นในที่ราคาที่ดินไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านบาทต่อตารางวาไปแล้ว ส่วนที่ดินในทำเลที่อยู่รอบๆ เมืองชั้นในราคาอาจจะต่ำกว่าแต่ก็มีผลต่อการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมส่งผลให้ผู้ประกอบการที่ซื้อที่ดินในราคาสูงไป จำเป็นพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมระดับราคามากกว่า 180,000 บาทต่อตารางเมตร หรือยูนิตละ 5 ล้านบาทขึ้นไป สำหรับห้องขนาด 30 ตารางเมตรถึงมากกว่า 300,000 บาทต่อตารางเมตรเท่านั้นบนที่ดินในพื้นที่เมืองชั้นใน โดยเฉพาะในพื้นที่ตามแนวถนนสุขุมวิทรวมไปถึงพื้นที่อื่นๆ ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดิน อีกทั้งคอนโดมิเนียมระดับราคาที่มากกว่า 200,000 บาทต่อตารางเมตรขึ้นไปมีกลุ่มผู้ซื้อที่ไม่มากนักในตลาดผู้ซื้อของคนไทย   “ที่เส้นทางรถไฟฟ้าเส้นทางใหม่หลายเส้นทางเริ่มมีการก่อสร้างและเห็นความคืบหน้าชัดเจนส่งผลให้ผู้ประกอบการเริ่มเข้าไปซื้อที่ดินและพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมมากขึ้น ทำให้จำนวนคอนโดมิเนียมสะสมในพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้าง (สีเขียวตอนเหนือและใต้, สีน้ำเงิน, สีแดง) มีจำนวนมากขึ้น แม้ว่าราคาที่ดินมีการปรับเพิ่มขึ้นมากมายในช่วงที่ผ่านมาแต่ก็ยังคงต่ำกว่าพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดินที่เปิดให้บริการแล้ว โดยจำนวนคอนโดมิเนียมเริ่มมีมากขึ้นแบบเห็นได้ชัดตั้งแต่ปี2557 เป็นต้นมา”นายสุรเชษฐ กล่าว    

“SYS” ยกขบวนสินค้าและบริการในงาน “บ้านและสวนแฟร์ 2017”

บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด หรือ SYS ผู้ผลิตเหล็กเอชบีม (H-Beam) ไวด์แฟลงก์ ชวนคนรักบ้านมาร่วมสัมผัสกับสินค้าและบริการจาก SYS ในงาน “บ้านและสวนแฟร์ 2017” ชมที่จอดรถโครงสร้างเหล็กสำเร็จรูป ซึ่งโดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่ติดตั้งง่ายและรวดเร็วภายใน 1 วัน แข็งแรงทนทาน สามารถถอดประกอบและเคลื่อนย้ายง่าย ดีไซน์ทันสมัย และยังสามารถตกแต่งต่อเติมเป็นห้องเอนกประสงค์ได้ตามต้องการ นอกจากนี้ ยังมีสินค้าจาก SYS ที่น่าสนใจมานำเสนอ อาทิ เหล็กเอชบีม(H-Beam) และเหล็ก SM520 รวมทั้งบริการจาก Steel Solution ผู้สนใจชมบูธ SYS ได้ที่โซนวัสดุก่อสร้างและตกแต่ง, ห้องน้ำ ตำแหน่ง Grid line R28 หรือ Booth No. L94-96 และ L128-130 ระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2560 ณ ชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

อสังหาฯไทยไล่เจาะลูกค้าจีน

ทีมงานprop2morrow.com สำรวจความเห็นของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ถึงความน่าสนใจของการเข้ามาลงทุนอสังหาริมทรัพย์ไทยในมุมมองของกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ นั้นส่วนใหญ่ยังมองว่า ต่างชาติยังให้ความสนใจอสังหาฯในไทย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม ด้วยเหตุผล ต่างๆดังนี้   กฎหมายไทยเปิดให้ชาวต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ได้ 49% ราคาต่อตารางเมตร หรือ ราคาต่อห้องยังถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับคอนโดฯในย่านเอเชีย ราคาอสังหาฯไทยยังมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นได้ ผลตอบแทนในการลงทุน(ปล่อยเช่า)อยู่ในเกณฑ์ที่ดี 6-8% เงื่อนไขในการซื้อไม่ยุ่งยาก การซื้อขายเปลี่ยนมือได้ผลตอบแทนในระดับที่ดีกว่า10% ในทำเลที่มีศักยภาพ(อาจ)ได้มากว่านี้ ปัจจัยบวกที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จากการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของรัฐบาล ค่าใช้จ่ายในการครองชีพ(สินค้าอุปโภค-บริโภค)อยู่ในระดับต่ำ มีสถาบันการศึกษาทั้งระดับมัธยมและระดับมหาวิทยาลัยรองรับ ลูกค้าชาวต่างชาติในบางประเทศมีข้อจำกัดในการซื้ออสังหาฯหรือที่อยู่อาศัยในประเทศของตนเองจึงต้องหาซื้อในต่างประประเทศ   ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นทำให้ผู้ประกอบการอสังหาฯไทยหลายรายดำเนินกลยุทธ์การตลาดยืดหยุ่นไปตามลูกค้า โดยเน้นกำลังซื้อระดับกลาง-ไฮเอนด์ และกลุ่มลูกค้าชาวจีนก็เป็นอีกตลาดเป้าหมายใหญ่ของอสังหาฯไทย ผ่านบริษัทตัวแทนขายหรือเอเจนซี่ ที่มีรูปแบบการขายเป็นแพคเกจให้นักลงทุนพ่วงบริการหลังการขาย ทั้งการดูแล ซ่อมบำรุง รวมถึงการหาลูกค้าเช่าต่อ    “จีนแผ่นดินใหญ่ตลาดนี้ยังมีอยู่เยอะมาก” นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)หรือ LPN กล่าวให้ความเห็นพร้อมกับย้ำว่า ปัจจุบันเอเจนซี่ คือบริษัทแองเจิล เรียลเอสเตท คอนซัลแทนซี่ หรือAngle กำลังดำเนินการด้านการตลาดเพื่อนำห้องชุดกว่า 200 ยูนิตหรือคิดเป็นสัดส่วน 45%โครงการลุมพินี พาร์ค พหล 32

“วรลักษณ์”จ่อดึงพันธมิตรไทย-เทศ ร่วมทุนผุดบ้านผู้สูงอายุย่านแนวรถไฟฟ้า

กลุ่มวรลักษณ์ฯเตรียมเจรจาพันธมิตรไทย-ต่างชาติ นำที่ดินย่านแนวรถไฟฟ้า ผุดบ้านเพื่อผู้สูงอายุ มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท คาดมีความชัดเจนในกลางปี61 มั่นใจภายใน 3-5 ปี เอกชนแห่ผุดบ้านรองรับผู้สูงอายุ 10 รายขึ้นไป       นายวิชัย พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริษัท วรลักษณ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า จากการที่เทรนด์บ้านสำหรับผู้สูงอายุกำลังมาแรงในช่วงนี้ เนื่องจากมีผู้ประกอบการไทยหลายรายเริ่มรุกธุรกิจดังกล่าวอย่างจริงจัง และประกอบกับการที่ได้ไปศึกษาดูโครงการบ้านผู้สูงอายุที่ประเทศญี่ปุ่นมาพบว่าเทคโนโลยีได้ก้าวล้ำจากประเทศไทยไป20-30 ปี ซึ่งผู้ประกอบการไทยที่สนใจจะพัฒนาโครงการในรูปแบบนี้จะต้องเรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุและนำเทคโนโลยีมาใช้ได้อย่างเหมาะสม   “ผู้สูงอายุในประเทศญี่ปุ่นจะอยู่กันเป็นสังคม ในขณะที่ผู้สูงอายุในประเทศไทยส่วนใหญ่ยังอยู่กับลูกหลาน แต่ในอนาคตผู้สูงอายุในประเทศไทยจะต้องมีสังคมที่รู้ใจกัน แต่ทั้งนี้โครงการที่พัฒนาขึ้นมาในอนาคตจะต้องมีอุปกรณ์และเทคโนโลยีมารองรับสังคมผู้สูงอายุได้ เชื่อว่าภายในระยะเวลา 3-5 ปีนี้ จะมีผู้ประกอบการพัฒนาในโครงการเพื่อผู้สูงอายุที่ชัดเจนมากขึ้นตั้งแต่ 10 รายขึ้นไป”นายวิชัย กล่าว   นายวิชัย กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ตนมีความสนใจโครงการเพื่อรองรับผู้สูงอายุด้วยเช่นกัน  ขณะนี้มีที่ดินรองรับแล้ว 1 แปลง ทำเลใกล้แนวรถไฟฟ้า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการออกแบบที่ดิน คาดว่ามูลค่าโครงการจะมากกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นในรูปแบบของการร่วมทุนกันระหว่าง 3 พันธมิตร คือกลุ่มวรลักษณ์ฯ กลุ่มผู้ประกอบการไทยอีก 1 ราย และกลุ่มทุนจากต่างประเทศ ซึ่งจะมีการเจรจากันในเดือนพฤศจิกายน 2560 นี้ คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในกลาวปี 2561 (เดือนมิถุนายน-กรกฎาคม) จึงยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้   อย่างไรก็ตามปัจจุบันประชากรผู้สูงอายุไทยมีปริมาณที่เท่ากับจำนวนผู้อายุในญี่ปุ่นเมื่อ 20-30 ปีที่แล้ว ซึ่งทำให้ที่อยู่อาศัยในประเทศไทยยังไม่บูมเท่าญี่ปุ่น ดังนั้นจึงต้องดึงเทคโนโลยีจากญี่ปุ่นมาใช้อย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาได้มีผู้ประกอบการไทย และหน่วยงานภาครัฐ พัฒนาโครงการบ้านเพื่อสูงอายุมาหลายสิบปีแล้ว แต่ก็ยังไม่เป็นที่ตอบโจทย์คนไทยมากนัก อาทิ วิลลามีสุข เรสซิเดนท์เซส จ.เชียงใหม่,จีรัง เรสซิเดนซ์ จ.เชียงใหม่,ปัยยิกา จ.ปทุมธานี,เวลเนสซิตี้ จ.พระนครศรีอยุธยา,บุศยานิเวศน์ จ.พระนครศรีอยุธยา และ สวางคนิเวศ จ.สมุทรปราการ  เพราะส่วนใหญ่มีราคาค่อนข้างสูง และคนไทยยังไม่ค่อยยอมรับในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากสังคมไทยผู้สูงอายุยังนิยมอยู่กับลูกหลานมากกว่า หรือหากจะไปพักบ้านผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะไปในช่วงวันหยุดพักผ่อนมากกว่าการพักอยู่อาศัยระยะยาว จึงทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถจัดกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุในช่วงวันหยุดได้มากนัก   อีกประการหนึ่งการพัฒนาบ้านเพื่อผู้สูงอายุให้สมบูรณ์แบบนั้น จะต้องเป็นการร่วมมือกับโรงพยาบาลและบริษัทประกันภัย(ประกันสุขภาพ)ด้วย รวมไปถึงการให้การสนุนงบประมาณและสวัสดิการจากภาครัฐด้วย อย่างในประเทศที่ญี่ปุ่น  รัฐบาลจะให้งบการสนับสนุนในการทำบ้านผู้สูงอายุเกิน50%

ตราเสือ สร้างศูนย์ความรู้ด้านงานผนังและพื้นปูนซีเมนต์อย่างเป็นระบบ

ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการก่อสร้าง ผู้ที่อยู่ในธุรกิจจำเป็นต้องศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ ให้เท่าทันกับรูปแบบงานก่อสร้างที่เปลี่ยนแปลงไป จึงทำให้ ตราเสือ ริเริ่มโครงการก่อตั้งศูนย์เทคโนโลยีการฉาบปูน ตั่งอยู่ที่ จ.สระบุรี โดยต่อมาได้ขยายศักยภาพศูนย์ฝึกอบรมและเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “สถาบันเทคโนโลยีผนังและพื้นปูนซีเมนต์ ตราเสือ”   นายวุฒินันท์ เจียวิทยนันท์ วิศวกรและผู้จัดการ สถาบันเทคโนโลยีผนังและพื้นปูนซีเมนต์ ตราเสือ กล่าวถึงภารกิจสำคัญของสถาบันฯ ว่า มุ่งเน้นการพัฒนาองค์ความรู้ด้านงานก่อสร้างผนังและพื้นด้วยปูนซีเมนต์ รวมถึงอบรมเทคนิควิธีการทำงานแบบใหม่ เพื่อยกระดับฝีมือแรงงาน พร้อมเป็นศูนย์กลางเครือข่ายช่างปูน ผู้รับเหมา เพื่อสร้างความร่วมมือในการพัฒนามาตรฐานวิชาชีพช่างปูน และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสินค้าและบริการใหม่ๆ รวมถึงแนะนำเทคนิคการใช้งานที่ถูกต้องเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย   “ตราเสือได้นำองค์ความรู้ที่สั่งสมมาจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ มาถ่ายทอดให้แก่ผู้สนใจอย่างเป็นระบบ โดยแบ่งองค์ความรู้ออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มมาตรฐานงานก่อ-ฉาบพื้นฐาน กลุ่มงานเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ กลุ่มเพิ่มมูลค่างานเพื่อการตกแต่ง กลุ่มนวัตกรรมผนัง และกลุ่มเทคโนโลยีประยุกต์สำหรับงานผนัง รวมทั้งหมด 18 หลักสูตร และนอกจากนี้ทางศูนย์ยังมีหลักสูตรเรื่องการทำพื้นแบบต่างๆด้วยปูนซีเมนต์ ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ” นายวุฒินันท์ กล่าว กลุ่มเป้าหมาย ตราเสือ ได้เปิดกว้างสำหรับช่างปูน ช่างก่อสร้าง ผู้ควบคุมงาน ผู้รับเหมา บุคคลทั่วไป และนักเรียน นักศึกษา

LPN โชว์แกร่ง9เดือนกวาดยอดขาย1.3หมื่นล้าน

แอล.พี.เอ็น.ฯโชว์ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2560 กวาดยอดขายเกือบ 1.3 หมื่นล้านบาทคิดเป็น80% ของยอดที่ตั้งไว้ทั้งปีที่ 1.6 หมื่นล้านบาท จ่อเปิดอีก2โครงการใหม่มูลค่า3,500 ล้านบาทในไตรมาส 4/2560   นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)หรือ LPN เปิดเผยถึงผลประกอบการในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาว่า บริษัทฯมียอดขาย (Presales)เกือบ 13,000 ล้านบาทคิดเป็น 80% ของเป้ายอดขายทั้งปี 2560 ที่ตั้งไว้ที่ 16,000 ล้านบาท และคาดว่าน่าจะทำยอดขายได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เนื่องจากในช่วงไตรมาส 4/2560 จะเปิดขาย 2 โครงการใหม่รวมมูลค่า 3,500 ล้านบาท โดยในช่วง 9เดือนที่ผ่านมาได้เปิดตัวโครงการใหม่ไปทั้งสิ้น 8 โครงการรวมมูลค่า 11,000 ล้านบาท   ทั้งนี้ เป้ายอดขายที่ตั้งไว้ปีนี้ที่16,000 ล้านบาทนั้นใกล้เคียงกับปี 2557 ซึ่งเป็นปีที่LPN ทำได้สูงสุดคือ

เอกชนค้านเช่าที่ดินสร้างบ้านประชารัฐ จวกอย่าสร้างภาพปล่อยแบกรับความเสี่ยง

เอกชนไม่เห็นด้วยภาครัฐให้เช่าที่ดินระยะยาวพัฒนาบ้านประชารัฐ เหตุแบงก์ไม่ปล่อยสินเชื่อโครงการ-รายย่อย แนะอยากให้ทำจริงควรตั้งกองทุนและรัฐร่วมรับผิดชอบ หรือหามาตรการอื่นมากระตุ้นป้องกันความเสี่ยง จวกที่ผ่านมาสร้างแต่ภาพลักษณ์ ไม่มองภาพไมโคร โครงการจึงไม่ประสบผลสำเร็จ ระบุอสังหาฯ 2 ค่ายใหญ่เข้าร่วมแจม ก็ยังดิ้นไม่หลุด แก้ปัญหาไม่พ้น นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า กรณีที่ภาครัฐยังเดินหน้าที่จะทำโครงการบ้านประชารัฐ เพื่อผู้มีรายได้น้อย ด้วยการดึงภาคเอกชนให้เข้ามาร่วมพัฒนาโครงการนั้น ตนมองว่าที่ผ่านมาภาครัฐจะให้เช่าที่ดินของหน่วยงานภาครัฐระยะยาว 30 ปี ซึ่งในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยนั้นภาคเอกชนไม่มีความต้องการเช่าที่ดินระยะยาว เพราะสถาบันการเงินไม่ค่อยปล่อยสินเชื่อโครงการ เนื่องจากหากเกิดปัญหาสถาบันการเงินก็จะต้องรับผิดชอบสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)อีก   และการที่ผู้มีรายได้น้อยจะขอสินเชื่อรายย่อยก็สามารถทำได้แต่อยากให้ดำเนินการในรูปแบบของการจัดตั้งกองทุน(Mortgage Fund)ขึ้นมารับผิดชอบและรัฐบาลต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการรับผิดชอบ เพื่อประกันความเสี่ยงส่วนต่างให้กับสถาบันการเงินด้วย เพราะที่ผ่านมาผู้มีรายได้น้อยจะมีปัญหาอยู่ 2 ประการหลักคือ ไม่มีหลักฐานทางการเงินอย่างชัดเจน และมีหนี้สินคงค้างที่ล้นพ้นตัว   อย่างไรก็ตาแม้ว่าผู้ประกอบการจะเช่าที่ดินของกรมธนารักษ์ในการพัฒนาโครงการบ้านประชารัฐขึ้นมา แต่ก็ต้องกู้สินเชื่อจากสถาบันการเงินเช่นกัน แต่จะกู้ได้ยากกว่าที่ดินที่ครอบครองเองโดยตรง เพราะเป็นที่ดินที่เช่าระยะยาว ไม่มีโฉนดที่ดิน สถาบันการเงินจึงไม่อยากปล่อยสินเชื่อโครงการ ดังนั้นรัฐบาลจะต้องพยายามหามาตรการอื่นๆมากระตุ้นให้เกิด คือ ต้องมีกฎหมายผังเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องและไปพัฒนาอีกแปลง   “การที่รัฐบาลต้องการให้ผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ก็ควรที่จะหาที่ดินที่ภาคเอกชนสามารถมีกรรมสิทธิ์ในการครอบครองมาพัฒนาได้ และควรมีการรับประกันความเสี่ยง ไม่ใช่ให้ภาคเอกชนรับรับภาระทั้งหมด ซึ่งถือว่าไม่ใช่พันธมิตรแล้ว จะเป็นเจ้ากรรมนายเวรมากกว่า ดังนั้นหากจะให้บ้านประชารัฐ เกิดขึ้นได้ก็ต้องมีการรับประกันความเสี่ยงให้กับภาคเอกชนด้วย”นายอธิป กล่าว

โมเดอร์นฟอร์มจัดกิจกรรม “ตามรอยพ่อ กษัตริย์ เกษตร”

บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โดยนายกิติพัฒก์ เนื่องจำนงค์ กรรมการผู้จัดการ จัดกิจกรรม “ตามรอยพ่อ กษัตริย์ เกษตร” เชิญผู้สนใจร่วมกิจกรรมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร บิดาแห่งการเกษตรไทย โดยร่วมชมพิพิธภัณฑ์มหัศจรรย์พันธุกรรม เรื่องแรงบันดาลใจเจ้าฟ้านักอนุรักษ์ ชมภาพยนตร์ 3 มิติ เรื่องของพ่อในบ้านของเรา กิจกรรมปลูกผักคอนโด การทำนาโยนกล้า และชมการแสดง Body Percussion ในบทเพลงพระราชนิพนธ์จากนักศึกษาศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยศรีปทุม ซึ่งสถานที่แห่งนี้แสดงให้ทุกคนเห็นและรู้สึกได้ถึงคำว่า “ในหลวงทรงรักเรา” ณ พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จังหวัดปทุมธานี    

“ออลล์ อินสไปร์” ทุ่มสร้างแบรนด์-รุกที่อยู่อาศัยแนวราบ

“ออลล์ อินสไปร์” ทุ่มสร้างแบรนด์–รุกที่อยู่อาศัยแนวราบบ้านเดี่ยว-ทาวน์เฮ้าส์ระดับราคา 3.5-7 ล้านบาท นำร่อง 2-3 โครงการในปี 2561 พร้อมขยับสู่ตลาดคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ ราคา 2 – 2.5 แสนบาทต่อตารางเมตร    นายธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงแนวทางในการดำเนินธุรกิจในปี 2561 ว่าบริษัทฯจะเน้นการดำเนินธุรกิจเชิงรุกทั้งในเรื่องของการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ที่ได้ตั้งงบประมาณไว้ที่ 3-5% จากยอดขายรวมเพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่ใช้ไปประมาณ 1.5% ของยอดขายที่ได้ประมาณ 1,200 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทฯจะเน้นการดำเนินการด้าน CSR รวมถึงการบริการหลังการขาย กับลูกค้าที่ซื้อที่อยู่อาศัยในโครงการที่บริษัทฯได้พัฒนา พร้อมกับเน้นการก่อสร้างให้แล้วเสร็จและส่งมอบให้ลูกค้าตามสัญญา   การให้น้ำหนักในการสร้างแบรด์นั้น เพื่อรองรับการเติบโตของบริษัทฯทั้งด้านยอดขาย รายได้ และการเปิดตัวโครงการใหม่ในปีหน้า 8-10 โครงการรวมมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท รวมถึงการรองรับกับแผนการขยายโปรดักส์สู่การพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบเพิ่มจากเดิมจะเน้นพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวสูงประเภทคอนโดมิเนียมเป็นหลัก โดยแนวราบที่จะลงทุนนั้นมีทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ระดับราคาตั้งแต่ 3.5 ล้านบาทสำหรับทาวน์เฮ้าส์

ผู้ประกอบการอสังหาฯร่วมใจจัดกิจกรรม”ทำดีเพื่อพ่อ” ไว้อาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณรัชกาลที่๙

เดือนตุลาคม 2560 เป็นช่วงที่คนไทยทั้งประเทศต่างอยู่ในภาวะโศกเศร้า ทุกภาคธุรกิจต่างพร้อมใจกันในการร่วมไว้อาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยการทำกิจกรรม “ทำดีเพื่อพ่อ”ที่หลากหลาย ซึ่งในส่วนของผู้ประกอบการอสังหาฯก็เช่นกัน ต่างหยุดทำกิจกรรมทางการตลาดตลอดทั้งเดือนตุลาคมนี้ และจัดกิจกรรมทั้งในเรื่องของการร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ การทำความสะอาดสถานที่สาธารณะ เป็นต้น   MBKจัดกิจกรรมยืนไว้อาลัย-แจกดอกดาวเรือง-บริการที่จอดรถฟรี บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)หรือ MBK และศูนย์การค้าในเครือ พร้อมคณะผู้บริหาร พนักงาน ผู้ประกอบการร้านค้า และผู้ใช้บริการในศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พาราไดซ์ พาร์ค และ เดอะ ไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ร่วมถวายอาลัยและยืนสงบนิ่งเนื่องในวันคล้ายวันเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ครบ 1 ปี เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ เป็นเวลา 89 วินาที ในเวลา 15.52 น.   นอกจากนี้ธุรกิจศูนย์การค้าในเครือ