Home » Archive by Category "ข่าว" (Page 2)

“พฤกษา”มั่นใจ3ปีขึ้นแท่นผู้นำคอนโดฯซูเปอร์ลักชัวรี่

พฤกษาฯเชื่อตลาดคอนโดฯหรูปี61โตไม่น้อย15% มั่นใจ 3ปีพอร์ตสินค้าพรีเมี่ยมขยายตัวเพิ่ม30-35% ขึ้นแท่นผู้นำคอนโดฯซูเปอร์ลักชัวรี่ ปี61 จ่อผุกแบรนด์หรู 4 โครงการ รวมมูลค่า 8,600 ล้านบาท เจาะทำเลไพร์มโลเคชั่น นำร่อง”เดอะรีเซิร์ฟ สาทร” ราคา13-42 ล้านบาท คาดปิดขายภายในปลายปี ดันรายได้กลุ่มพรีเมียมตามเป้า 2,000 ล้านบาท   นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท-พรีเมี่ยม บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด(มหาชน)หรือPS ในเครือบริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน)หรือPSHเปิดเผยถึงแนวโน้มตลาดคอนโดฯหรูในปี2561 จะมีอัตราการเติบโตไม่น้อยกว่า 15% เมื่อเทียบปี2560 จากมูลค่าตลาดรวมคอนโดฯหรูราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป คิดเป็นมูลค่า 62,000 ล้านบาท หรือจำนวน 6,000 ยูนิต จากมูลค่ารวมตลาดคอนโดฯปี2560อยู่ที่ 246,000 ล้านบาทหรือ 61,700 ยูนิต โดยสาเหตุที่คอนโดฯตลาดลักชัวรี่และซูเปอร์ลักชัวรี่ยังมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต่างหันมาเจาะลูกค้ากลุ่มดังกล่าวกันมาก แต่เชื่อว่าจะยังไม่เกิดโอเวอร์ซัพพลายอย่างแน่นอน เพราะแต่ละโครงการมีจำนวนยูนิตที่ไม่มากนัก

เมกาโฮมฯ บุกตลาดครึ่งปีหลัง ขยายฐานลูกค้าสมาชิกกลุ่มช่างและเจ้าของบ้านคนรุ่นใหม่

 เมกาโฮม ศูนย์จำหน่ายวัสดุก่อสร้างและของใช้ในบ้าน ค้าส่ง ค้าปลีก เดินหน้าขยายฐานลูกค้าสมาชิกกลุ่มช่าง – ผู้รับเหมา เจ้าของโครงการ เต็มสปีด พร้อมทั้งผลักดันให้บรรลุเป้าหมายปลายปี พร้อมกับรีโนเวทสาขา นำเสนอสินค้าใหม่ ปรับดิสเพลย์ และติดแอร์ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าสมาชิกที่เป็นคนรุ่นใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ นางสาวสุรางคนา ฉายประสาท ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่าย Customer Experience บริษัท เมกาโฮม เซ็นเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 นี้ เมกาโฮม ยังคงมุ่งปรับปรุงสาขา สร้างความแข็งแกร่ง ให้กับสาขาที่มีอยู่เดิม 12 สาขา ให้ทันสมัย สร้างประสบการณ์ที่ดีในการซื้อสินค้า โดยไฮไลต์หลักคือปรับสินค้ากลุ่มช่างให้มีความครบครันมากขึ้น ตั้งแต่ฐานรากถึงหลังคา และปรับสินค้ากลุ่มเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ในบ้านให้ทันสมัย รวมทั้งได้ทยอยติดตั้งระบบปรับอากาศเพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย  โดยเริ่มติดตั้งไปแล้วที่สาขารังสิต มีนบุรี และบ่อวิน  ซึ่งได้รับการตอบรับจากลุกค้าสมาชิกเป็นอย่างดี   การรีโนเวทปรับปรุงสาขาในครั้งนี้ เน้นไปที่การบริหารจัดการพื้นที่ภายในสาขา ให้ความสำคัญกับสินค้าเพื่อช่างและคนทำบ้าน โดยจัดดิสเพลย์กลุ่มเครื่องมือช่าง ฮาร์ดแวร์ สี อุปกรณ์ไฟฟ้า และประปา

กคช.ผุด 3 โมเดลสนับสนุนโครงการร่วมลงทุนกับภาคเอกชนสานนโยบายไทยนิยม

การเคหะแห่งชาติ (กคช.) สนองนโยบายรัฐบาล (Government Policy) ตามหลักประชารัฐ-ไทยนิยมยั่งยืน และขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติโดยร่วมดำเนินการกับภาคเอกชน ภายใต้“โครงการเคหะประชารัฐร่วมทุน”   ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช) กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติ ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ดำเนินการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยตามแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560 – 2579)สำหรับประชาชนโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยให้มีกรรมสิทธิ์เป็นของตนเอง ในปัจจุบันการเคหะแห่งชาติมีที่ดินรอการพัฒนาที่มีศักยภาพพร้อมให้ภาคเอกชนร่วมลงทุนพัฒนาโครงการให้เกิดมูลค่าเพิ่มเชิงรายได้ ภายใต้โครงการเคหะประชารัฐร่วมทุนตามยุทธศาสตร์ของการเคหะแห่งชาติ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันระหว่างการเคหะแห่งชาติกับภาคเอกชนและประชาชน ลูกค้าผู้ต้องการที่อยู่อาศัย ซึ่งการจัดทำโครงการเคหะประชารัฐร่วมทุนเป็นการบูรณาการ ด้านนโยบายทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อน โดยมีเอกชนเป็นผู้จัดหาแหล่งเงินเข้ามาลงทุนภาคก่อสร้าง พร้อมการบริหารจัดการโครงการในลักษณะของการร่วมดำเนินกิจการ   ทั้งนี้ กรอบแนวคิดในการจัดทำโครงการเคหะประชารัฐร่วมทุนของการเคหะแห่งชาติ สำหรับโครงการที่ไม่เข้าข่ายพระราชบัญญัติ (พรบ.) การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556 ซึ่งการเคหะแห่งชาติดำเนินโครงการภายใต้ พรบ. การเคหะแห่งชาติ และระเบียบการเคหะแห่งชาติ ว่าด้วยการร่วมลงทุนซึ่งมีเกณฑ์การพิจารณาให้เอกชนเข้าร่วมดำเนินกิจการ 3 รูปแบบ ประกอบด้วย   การร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Joint Investment) ตาม พรบ.ร่วมทุนฯ มูลค่าโครงการตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งขณะนี้ได้รับอนุมัติในหลักการจากคณะกรรมการการเคหะแห่งชาติแล้ว 3

PFผนึกเซกิซุยสร้างบ้านระบบโมดูลาร์ นำร่อง”มาสเตอร์พีซ”4ทำเลมูลค่า2.2พันล้าน

เพอร์เฟค ร่วมทุนเซกิซุย ตั้งบริษัทลูก “พีเอฟ-เซกิซุย เจวี”ด้วยทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท สัดส่วน 51:49 พัฒนาบ้านเดี่ยวระบบโมดูลาร์ นำร่องโครงการแบรนด์”มาสเตอร์พีซ” 4 ทำเล กรุงเทพกรีฑา,รามคำแหง,แจ้งวัฒนะและรัตนาธิเบศร์ รวม 74 ยูนิต มูลค่า 2,230 ล้านบาท ตอบโจทย์ลูกค้าระดับบน มั่นใจรายได้รวมตามเป้า 20,000 ล้านบาท     นายชายนิด อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด(มหาชน)PF  เปิดเผยว่าในปี 2562 บริษัทมีแผนที่จะขายที่ดินย่านแจ้งวัฒนะและย่านกรุงเทพฯโซนตะวันออก ให้กับ 2 บริษัทร่วมทุน คือฮ่องกงแลนด์ และบริษัทร่วมทุนกับบริษัท ซูมิโตโม ฟอเรสทรี(สิงคโปร์)จำกัด รวมมูลค่า 4,000 ล้านบาท แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้   ล่าสุดบริษัทได้ลงนามในสัญญาร่วมทุนกับบริษัท เซกิซุย เคมิคอล จำกัด ผู้นำในธุรกิจรับสร้างบ้านของประเทศญี่ปุ่น จัดตั้งบริษัทร่วมทุน คือ

APหวั่นอนาคตราคาที่ดินพุ่งเกินต้นทุนก่อสร้าง70%

เอพีฯเผยภาพรวมตลาดคอนโดฯระดับกลาง-ไฮเอนด์ ดีมานด์ยังตอบรับดีต่อเนื่อง  โดยเฉพาะทำเลลาดพร้าว-รัชดาฯ ย้อนหลัง 5 ปี ยอดขาย-ผลตอบแทนการปล่อยเช่าเติบโตดี ขณะที่ราคาที่ดินคาดอนาคตพุ่งสูงเกินต้นทุนก่อสร้าง 60-70% แนะผู้ประกอบการต้องปรับเกมสู้ เปิดแผนครึ่งปีหลังผุด 3 คอนโดฯร่วมทุนมิตซูบิชิเอสเตท กรุ๊ป  รวมมูลค่า 20,400 ล้านบาท ครึ่งปีแรกกวาดยอดขายรวมแล้ว 17,300 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 52%       นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กร และการสร้างสรรค์ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์)จำกัด(มหาชน)หรือAP เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าในปัจจุบันว่าดีมานด์ต่อตลาดคอนโดฯระดับกลางถึงไฮเอนด์มีการ-ตอบรับดีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในย่านใจกลางทำเลธุรกิจ เช่น ลาดพร้าว และอโศก –พระราม 9 ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นพื้นที่ CBD แห่งใหม่ในกรุงเทพฯ เนื่องจากศักยภาพทำเลทั้งความพร้อมในวันนี้และปัจจัยจากโครงการพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าในอนาคตอันใกล้ที่จะเข้ามายกระดับความสามารถในการเชื่อมต่อเข้าสู่พื้นที่CBD เดิมอย่างย่านสีลม สาทร และ สุขุมวิทได้โดยตรง อีกทั้งแวดล้อมไปด้วย สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ จึงเป็นที่ต้องการสำหรับผู้ซื้อที่ต้องการความสะดวกสบาย และผู้ซื้อที่ต้องการลงทุนในการปล่อยเช่าและขายต่อเป็นอย่างมาก โครงการที่จะเข้าสู่ตลาดระดับนี้ต้องสร้างความแตกต่างทั้งภายในยูนิตพักอาศัยและพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อที่จะชนะใจคนเมืองที่กำลังมองหาคอนโดฯในทำเลดังกล่าว ที่นับวันจะมีแต่มูลค่าเพิ่มขึ้น     สำหรับภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมเซกเมนต์กลางถึงบน ใน 2 ทำเลศูนย์กลางธุรกิจใหม่ใจกลางเมือง ย่านเชื่อมต่อพหลโยธิน-อารีย์-ลาดพร้าว และย่านเชื่อมต่ออโศก-พระราม 9-รัชดาภิเษกนั้น พบว่าดีมานด์ที่มองหาคอนโดฯใหม่ติดแนวรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด 5 ปีที่ผ่านมา จากการสำรวจข้อมูลการเปิดตัวโครงการใหม่ย่านเชื่อมต่อพหลโยธิน-อารีย์-ลาดพร้าว มีคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ทั้งสิ้นจำนวน 19โครงการ ในราคาพรีเซลเฉลี่ย 158,000 บาท/ตารางเมตร มียอดขายรวมกว่า 85% และย่านเชื่อมต่ออโศก-พระราม 9-รัชดาภิเษก พบคอนโดฯโครงการใหม่ทั้งสิ้น 14 โครงการ ราคาพรีเซลเฉลี่ยประมาณ  169,000 บาทต่อตารางเมตร และมียอดขายรวมแล้วกว่า 90% ซึ่งนับเป็นอัตราการตอบรับที่ดี นอกจากนี้ สำหรับผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า ระยะยาว (Rental Yeild) ของคอนโดฯพร้อมอยู่ทั้ง 2 ย่านที่กล่าวมานั้น พบอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นไปในทิศทางเดียวกัน อยู่ที่ประมาณ 5 – 6% ขึ้นไป จึงนับว่าราคาคอนโดมิเนียมในทำเลนี้ ยังเหมาะสมในการซื้อทั้งเพื่ออยู่อาศัยและเพื่อการลงทุน     “โดยทำเลลาดพร้าวและอโศก นับวันที่ดินจะหายากมากขึ้นเพราะผู้ประกอบการแย่งกันซื้อ ซึ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา(ปี2556-2561)ราคาที่ดินพุ่งสูง35-40% ของต้นทุนทั้งหมดปัจจุบันขึ้นมาที่50% และแนวโน้มราคาที่ดินจะพุ่งสูงถึง 60-70% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทำเล ซึ่งนับวันจะมีการแข่งขันที่สูงขึ้นและต่อรองราคาได้ยาก เมื่อเทียบกับต้นทุนการก่อสร้าง ที่สามารถต่อรองได้ ถือเป็นความท้าทายของผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการ ซึ่งอาจจะสร้างห้องชุดให้มีขนาดเล็กลง เพื่อให้ลูกค้าสามารถซื้ออยู่อาศัยได้”นายวิทการ กล่าว     สำหรับแผนการดำเนินการของบริษัทฯในปีนี้ยังเป็นไปตามเป้าที่วางไว้คือ43 โครงการ รวมมูลค่า 64,750 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 17 โครงการ  ทาวน์เฮาส์ 21 โครงการ และคอนโดฯ5 โครงการ ซึ่งในปีนี้ถือเป็นปีแรกที่บริษัทเปิดตัวโครงการที่มีมูลค่ารวมมากสุดตั้งแต่APดำเนินการมา เมื่อเทียบกับปี2560 มีอัตราการเติบโตเชิงมูลค่าสัดส่วน 30% โดยในครึ่งปีแรกเปิดตัวไปแล้ว 8 โครงการ เป็นแนวราบ 7 โครงการ และแนวสูง 2โครงการ   โดยในครึ่งปีหลัง2561 บริษัทฯจะเปิดตัวคอนโดฯจำนวน 3โครงการ รวมมูลค่า 20,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับบริษัท มิตซูบิชิ จิโช เรสซิเดนซ์ จำกัด(บริษัทในเครือมิตซูบิชิเอสเตท กรุ๊ป :MECG)ทั้งหมด ได้แก่ 1.Life Ladprao Valley (ไลฟ์ ลาดพร้าว แวลลีย์)ลักชัวรี่คอนโดมิเนียม ภายใต้คอนเซ็ปต์การออกแบบ “Live Your Adventurous Spirit” ตั้งอยู่บนพื้นที่ 5.2 ไร่ ประกอบด้วยอาคารที่พักอาศัยสูง 44 ชั้น ขนาดตั้งแต่ 28.80-66.50 ตารางเมตรราคาเริ่มต้นที่ 3.49 ล้านบาท หรือราคาเฉลี่ย 140,000 บาท/ตารางเมตรจำนวนห้องชุดทั้งสิ้น 1,140 ห้อง มูลค่าโครงการ6,400 ล้านบาท โดยจะเปิดขายรอบแรกผ่านระบบ AP i-Booking ในวันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคมนี้ เวลา 19.00 – 21.00 น. และมีกำหนดเปิดพรีเซลอย่างเป็นทางการพร้อมกันทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศในวันที่ 4 – 5 สิงหาคม 2561ซึ่งเป็นการโรดโชว์ใน 6 ประเทศ คือฮ่องกง,ญี่ปุ่น,จีน,ไต้หวัน,สิงคโปร์,และมาเลเซีย คาดว่าในช่วงพรีเซลจะสามารถทำยอดขายได้ 60%     2.Life Asoke Hype

“คมนาคม” โชว์ผลงาน 4 ปี เดินหน้า 21 โครงการรวมมูลค่า 1 ล้านล้านบาท

กระทรวงคมนาคม โชว์ผลงาน 4 ปี เดินหน้า 21 โครงการรวมมูลค่า 1 ล้านล้านบาทจากทั้งหมด 44 โครงการรวมมูลค่าลงทุนกว่า 2 ล้านล้านบาท  “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ”เผยการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานช่วยดันจีดีพีในประเทศโต พร้อมเร่งเครื่องเข็นเมกะโปรเจ็คท์ที่เหลือ 10 % เข้าประมูลให้หมดในปีนี้   วันนี้ (13 กรกฎาคม 2561) กระทรวงคมนาคมได้จัดนิทรรศการและการเสวนาสร้างการรับรู้เกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทย  ระยะ 20 ปี และยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558 – 2565  ครั้งที่ 1 ภายใต้ชื่อ “One Transport for All 2018 : On the Move” โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานพิธีเปิดงานพร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “คมนาคม 4 ปี+อนาคต คนไทยได้อะไร?” ว่าการดำเนินงานของกระทรวงคมนาคมในช่วง 4 ปีที่ผ่านมานั้น

“ทศ จิราธิวัฒน์”เผยเหตุผล CPN ชิงไฮสปีดเทรน

“ทศ จิราธิวัฒน์” เผยเหตุผลเข้าซื้อเข้าเอกสารเชิญชวนประมูล (ทีโออาร์) ในโครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน “ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา” พร้อมสนใจพัฒนาที่ดินมักกะสัน 150 ไร่ รับคุยทั้ง BTS และซีพี   นายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)หรือ CPN  ในกลุ่มบริษัทเซ็นทรัล ได้ซื้อเอกสารเชิญชวนประมูล (ทีโออาร์) โครงการรถไฟความเร็วสูง หรือ ไฮสปีดเทรน เชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง – สุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา รวมระยะทาง 220 กม. เงินลงทุนกว่า 2.24 แสนล้านบาทนั้น ก็เพราะในทีโออาร์กำหนดว่า ผู้ที่จะร่วม Joint Venture  จะต้องซื้อซองประมูลถึงจะทำได้ทางกลุ่มเซ็นทรัลเลยต้องซื้อเพื่อศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการลงทุน โดยเฉพาะการพัฒนาที่ดินที่อยู่ย่านมักกะสัน

“สิงห์ เอสเตท”เปิดคอนโดฯแบรนด์ใหม่ “EYSE” ตอบโจทย์คนเมือง

    นายณัฐวุฒิ มัธยมจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการพัฒนาธุรกิจพักอาศัย พร้อมด้วยนางสาวผดาพร มูลศาสตร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดการพัฒนาธุรกิจพักอาศัย บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)หรือS ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวโคร งการ EYSE Sukhumvit 43 (อีส สุขุมวิท 43) โครงการคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์หรูใจกลางสุขุมวิท ภายใต้แบรนด์ใหม่ “EYSE” (อีส)  บนแนวคิด The Hidden Treasure ซึ่งตั้งอยู่ในย่านพร้อมพงษ์ ซอยสุขุมวิท 43 บนพื้นที่ 1.4 ไร่ ความสูง 7 ชั้น 2 อาคาร จำนวน 107 ยูนิต มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท ต บโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มลูกค้าระดับบนที่ต้องการความสงบ ความเป็นส่วนตัว ความสะดวกสบาย แต่ได้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน ทำเลอยู่ในใจกลางเมือง เดินทางสะดวก พร้อมเปิดให้ชมห้องตัวอย่างที่ สำนักงานขายสิงห์ เอสเตท ติดรถไฟฟ้า BTS สถานีทองหล่อ ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 เป็นต้นไป ณ โรงภาพยนตร์ ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ เมื่อเร็วๆ นี้

เอกชนแนะรัฐข้อกฎหมาย”ภาษีลาภลอย”ต้องชัดเจนก่อนจัดเก็บ

จากการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีการได้รับประโยชน์จากการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐ พ.ศ… หรือภาษีลาภลอย  โดยกำหนดให้มีการจัดเก็บภาษีจากบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ซึ่งเป็นเจ้าของหรือครองครองที่ดินอันเป็นทรัพย์สินของรัฐ หรือเป็นเจ้าของห้องชุดที่มีมูลค่าเกิน 50 ล้านบาท และใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นเจ้าของห้องชุดรอการขายซึ่งอยู่รอบพื้นที่ที่มีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐ ทั้งโครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการรถไฟทางคู่ โครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน โครงการท่าเรือ โครงการทางด่วนพิเศษ หรือโครงการอื่น ๆ ซึ่งได้มีการกำหนดขอบเขตพื้นที่ของการเก็บภาษีดังกล่าวไว้ไม่เกินรัศมี 5 กิโลเมตรรอบพื้นที่โครงการก่อสร้าง โดยมีเพดานภาษีไม่เกิน 5% ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกส่วนที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนของภาครัฐ     ทั้งนี้ได้แบ่งช่วงระยะเวลาเก็บภาษี 2 ช่วง คือ  1.วันที่รัฐเริ่มโครงการจนแล้วเสร็จ จะเก็บภาษีตามรัศมี 5 กิโลเมตรรอบโครงการ 2.เมื่อโครงการเสร็จจะเก็บจากที่มูลค่าที่ห้องชุดมูลค่าเกิน 50 ล้านบาท ที่ใช้ในเชิงพาณิชย์ ส่วนที่ดินที่เป็นที่พักอาศัยและเกษตรกรรมจะได้รับการยกเว้น รวมถึงอาคารชุดที่ยังไม่ได้จำหน่าย ทั้งนี้หากเป็นช่วงที่โครงการยังไม่เสร็จกรมที่ดินจะเป็นผู้เก็บภาษี เมื่อโครงการเสร็จแล้วองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)จะเป็นผู้ทำหน้าที่เก็บแล้วส่งรายได้ให้กับแผ่นดิน   ส่วนการกำหนดเพดานการจัดเก็บจะไม่เกิน 5% ของฐานภาษีหรือส่วนต่างของมูลค่าที่ดินที่เพิ่มขึ้นนับจากวันที่รัฐเริ่มก่อสร้างหรือนับจากวันที่พ.ร.บ.บังคับใช้ จากการประเมินราคาของโดยกรมธนารักษ์ ส่วนขั้นตอนของกฎหมายหลังครม.ให้ความเห็นชอบจะส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจรายละเอียด และส่งเข้าพิจารณาในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ต่อไป โดยยังไม่สามารถระบุได้ว่ากฎหมายจะออกมาบังคับใช้ได้เมื่อใด     คาใจ FAR Bonusได้สิทธิ์น้อยกว่า  ทั้งนี้นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นภาษีที่เก็บเฉพาะเจ้าของห้องชุดที่มีมูลค่าเกิน 50 ล้านบาท และใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เมื่อมีการเริ่มโครงการของภาครัฐ จนถึงวันที่โครงการก่อสร้างของภาครัฐแล้วเสร็จ เพราะในช่วงดังกล่าวราคาตลาดจะมีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ทางภาครัฐจึงต้องมีการเก็บภาษีเพื่อนำเงินไปใช้ประโยชน์ของภาครัฐต่อไป ส่วนห้องชุดที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ แต่ยังเหลือขายอยู่ ก็ต้องอิงตามราคาประเมินล่าสุด ณ ขณะนั้น แต่ถ้าเป็นโครงการที่ปิดการขายไปแล้ว และมีการขายซื้อขายห้องชุด มูลค่าเกิน 50 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเปลี่ยนมือผู้ครอบครอง ก็จะต้องเสียภาษีเช่นกัน   ขณะเดียวกันในส่วนกรณีที่เป็นที่ดินเปล่าที่ผู้ประกอบการซื้อมาแต่ยังไม่มีการพัฒนา ก็ไม่ถูกเก็บภาษี แต่หากเริ่มมีการพัฒนาโครงการเมื่อใด เชื่อว่าราคาขายก็จะสูงกว่าปกติ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับราคาประเมิน   “จากการที่กฎหมายระบุการกำหนดขอบเขตพื้นที่ของการเก็บภาษีไว้ไม่เกินรัศมี 5 กิโลเมตรรอบพื้นที่โครงการก่อสร้างของภาครัฐ แต่เวลาให้การเพิ่มอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน (FAR Bonus) แก่ผู้ประกอบการ กลับให้สิทธิ์เพียง 500 เมตรจากกึ่งกลางสถานีรถไฟฟ้าที่สร้างแล้วเสร็จ ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่แปลก แต่ก็ทราบว่าขณะนี้ภาครัฐกำลังพิจารณาในเรื่องนี้อยู่ โดยอาจจะให้สิทธิพิเศษเพิ่มเป็น 1 กิโลเมตร

“แสนสิริ”เปิดคอนโดฯแบรนด์ใหม่”XT”3ทำเลมูลค่า2.1หมื่นล้าน

แสนสิริฯ เปิดตัวคอนโดฯแบรนด์ใหม่ “XT”พร้อมกัน 3 ทำเลรวด เอกมัย ห้วยขวาง พญาไท มูลค่ารวม 21,000 ล้านบาท เจาะตลาดกลุ่มมิลเลนเนียล เปิดพรีเซลในงาน“XT Dimension” ระหว่างวันที่ 3-5 สิงหาคม 61นี้ ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน คาดปิดการขายภายใน 2 ปี     นายปิติ จารุกำจร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน)หรือSIRI เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวแบรนด์โครงการ XT ซึ่งเป็นแบรนด์ใหม่ของแสนสิริฯ พร้อมกันถึง 3 โครงการ  3 ทำเล ได้แก่ เอกมัย ห้วยขวาง พญาไท มูลค่ารวม 21,000 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นมูลค่าการเปิดตัวโครงการพร้อมกันสูงสุดในประวัติการณ์ของบริษัท มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายกลุ่มมิลเลนเนียล หรือ Central Millennial District (CMD)