Home » Archive by Category "ข่าว" (Page 3)

พฤกษา โชว์ผลงาน 9 เดือนปี ’61 กำไรพุ่ง 4,017 ล้านบาท เติบโต 8.1%

 พฤกษาฯ โชว์ผลงาน 9 เดือนกำไรพุ่ง 4,017 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 8.1% เผยปรับลดเปิดตัวโครงใหม่ปีนี้จาก 75 โครงการมูลค่ารวม 6.67 หมื่นล้านบาทเหลือ 55โครงการ มูลค่ารวม 4.99 หมื่นล้านบาท พร้อมเร่งยอดขายโค้งสุดท้ายปีระบายสินค้าพร้อมขายพร้อมโอนที่มีอยู่ 1.3 หมื่นล้านบาท อัดงบการตลาดกว่า 30 ล้านบาทจัดแคมเปญ “Pruksa 25th Year Big Sale Ever ลดใหญ่ แถมใหญ่ แจกใหญ่” รวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท   นางสุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSH เปิดเผยถึงผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2561 เติบโตในทุกด้านเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน(yoy) ดังนี้ ยอดขาย อยู่ที่ 14,820

“พลัส”เผยทำเลกรุงเทพกรีฑาดันราคาที่ดิน-ที่อยู่อาศัยพุ่งแรง

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ฯ เผยผลสำรวจทำเลกรุงเทพกรีฑามีความโดดเด่น อยู่ไม่ไกลจากศูนย์กลางธุรกิจและมีปัจจัยบวกสนับสนุนจากด้านคมนาคมการลงทุนภาครัฐ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของทุกวัย ส่งผลราคาที่ดินเติบโตต่อเนื่อง 5 ปี เพิ่มเฉลี่ย 10%ต่อปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยของที่ดินกรุงเทพและปริมณฑล ด้านราคาที่อยู่อาศัยทั้งคอนโดมิเนียมและบ้านเดี่ยวเติบโตน่าสนใจ คอนโดมิเนียมมีการเติบโตเฉลี่ย 3 ปี ประมาณ 15% ราคารีเซลให้ผลตอบแทนสูงสุด 20% ขณะที่ตลาดเช่าให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5-7% ส่วนบ้านเดี่ยวราคาขายเฉลี่ย 15 ล้านบาท 3 ปี ราคาพุ่ง35%    นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยว่า ฝ่ายวิจัยและพัฒนาของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ได้ทำการสำรวจทำเลศักยภาพที่อยู่ไม่ไกลจากศูนย์กลางธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างโดดเด่นในปัจจุบัน พบว่าทำเลกรุงเทพกรีฑาเป็นทำเลที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยปัจจัยสนับสนุนที่หลากหลาย ทั้งปัจจัยด้านการคมนาคมที่โดดเด่นอย่างมาก ระบบคมนาคมทั้งทางรางและทางถนนโครงการใหม่ตัดผ่าน เช่น โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีศรีกรีฑา) ช่วงลาดพร้าว – สำโรง และโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ส่วนตะวันออก) ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง เชื่อมโยงคนในพื้นที่ไปยังพื้นที่อื่นๆ ได้รวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่เป็นถนนเส้นหลักหรือถนนใหญ่หลายเลนตัดผ่านเชื่อมจากถนนหัวหมากไปยังร่มเกล้า  และทำเลกรุงเทพกรีฑายังอยู่ใกล้ทางด่วนทำให้การจราจรและการเดินทางคล่องตัว โดยเฉพาะช่วงกรุงเทพกรีฑาตอนต้นที่สามารถเดินทางเชื่อมต่อเข้าเมืองได้สะดวก อยู่ไม่ไกลจากศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ (New CBD) นอกจากนี้ยังรายล้อมไปด้วยสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียง และโรงพยาบาล รวมถึงยังมีสนามกีฬา สถานที่ออกกำลังกายขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้าและคอมมูนิตี้มอลล์ ที่อยู่อาศัยในละแวกนี้จึงตอบโจทย์การอยู่อาศัยของคนทุกวัยรวมทั้งกลุ่มที่ต้องการดูแลสุขภาพ มีพื้นที่สีเขียวให้ผ่อนคลาย รวมถึงกลุ่มผู้ปกครองที่มองหาสถานศึกษาใกล้บ้านไว้ให้บุตรหลานในอนาคต   จากปัจจัยดังกล่าวจึงส่งผลให้ราคาที่ดินในย่านกรุงเทพกรีฑาปรับเพิ่มขึ้น โดยจากการสำรวจพบว่าปี 2556 – 2561 ราคาที่ดินบริเวณกรุงเทพกรีฑาตอนต้นปรับขึ้นเฉลี่ยประมาณ10%

แมกโนเลียส์ฯ ขานรับ “ไอคอนสยาม”พร้อมส่งมอบโครงการปลายปี61

    เมื่อเร็วๆนี้ นายรัช ตันตนันตา(ซ้าย) ประธานผู้อำนวยการ กลุ่มบริษัทดีที พร้อมด้วย นายวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์(ขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ผู้พัฒนาโครงการที่พักอาศัยสุดหรู 2 อาคาร ภายในโครงการไอคอนสยาม “แมกโนเลียส์ วอเตอร์ฟร้อนท์ เรสซิเดนซ์ ณ ไอคอนสยาม” และ “เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ” ร่วมถ่ายรูปในงานเปิดตัว “ไอคอนสยาม” โดยคอนโดฯทั้ง 2 อาคาร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในพื้นที่ตั้งโครงการดังกล่าว ได้สร้างสถิติใหม่ ถือเป็นโครงการที่พักอาศัยริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีราคาสูงที่สุดคุ้มค่ากับการลงทุนและอยู่อาศัย โดยมีราคาเริ่มต้น 85 ล้านบาท สำหรับ 2 ห้องนอน และราคาเพนท์เฮ้าส์ ห้องชุดที่ใหญ่ที่สุดมีพื้นที่ใช้สอยรวม 707 ตารางเมตร ซึ่งมีราคาประมาณ 460 ล้านบาท พร้อมเตรียมส่งมอบห้องชุดเรสซิเดนซ์สุดหรูบนทำเลทองแก่ลูกค้าได้ตั้งแต่ปลายปี 2561นี้          

“แอสเซทไวส์”เตรียมปรับสินค้ารับมาตรการธปท. ปี62ผนึกพันธมิตรผุดทาวน์โฮมย่านพัฒนาการ

แอสเซทไวส์ฯเห็นด้วยมาตรการธปท. ผู้ประกอบการต้องปรับตัวหาลูกค้าบ้านหลังแรกมากขึ้น ส่วนบริษัทอาจจัดแพ็คเกจเล็กลง ราคาจับต้องได้ เปิดแผนปี62 จ่อผุด6-8 โครงการ รวมมูลค่าโครงการกว่า 6,000 ล้านบาท พร้อมผนึกพันธมิตรกลุ่ม”บ้านภูริปุรี”ผุดทาวน์โฮมหรูย่านพัฒนาการ ส่วนโค้งสุดท้ายปี61เตรียมผุด 2 โครงการ“แอทโมซ รัชดา–ห้วยขวาง”– “แกลม ลักชัวรี่”ย่านโชคชัยสี่ มั่นใจยอดรับรู้รายได้ตามเป้า 4,000 ล้านบาท   นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด เปิดเผยถึงมาตรการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ที่จะบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2562  ว่าเป็นผลดีกับระบบโดยรวม อันจะทำให้สถาบันการเงินมีความแข็งแกร่ง ระบบไม่ล้ม และสามารถอยู่ได้ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็ต้องปรับตัว คือต้องหาลูกค้าบ้านหลังแรกให้มากขึ้น แต่ราคาก็ต้องตอบโจทย์ด้วย ซึ่งคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะทำให้ราคาที่ดินและอสังหาฯไม่แพงจนเกินไป และในส่วนของบริษัทฯเองอาจจะต้องมีการรีวิวแผนการตลาดใหม่ โดยอาจจะจัดแพ็คเกจให้เล็กลง แต่พัฒนาสินค้าในราคาที่จับต้องได้ และเมื่อลูกค้ามีการจองซื้อโครงการแล้ว หลังจากนั้นจะต้องเช็กเครดิตบูโรเพื่อช่วยลูกค้าในการเตรียมตัว โดยที่ผ่านมาลูกค้าส่วนใหญ่ของบริษัทฯจะเป็นการซื้อเพื่ออยู่จริงในสัดส่วนประมาณ 60-70% ที่เหลือประมาณ 30% เป็นการซื้อเพื่อลงทุนปล่อยเช่า ส่วนผู้ที่จะได้รับผลกระทบคือผู้ที่ซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อเป็นบ้านหลังที่สอง จะต้องเตรียมเงินดาวน์เพิ่มมากขึ้นเป็น 20%   โดยแผนการดำเนินงานของบริษัทในปี2562 จะมีการพัฒนาทั้งหมดประมาณ  6-8 โครงการ รวมมูลค่าโครงการกว่า 6,000 ล้านบาท โดยจะเป็นในรูปแบบของคอนโดฯในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล

กลุ่มซีพี แข่ง กลุ่มบีทีเอส ชิงดำประมูลรถไฟความเร็วสูงวงเงิน 2.2 แสนล้านบาท

กลุ่มซีพี แข่ง กลุ่มบีทีเอส ชิงดำประมูลรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อม 3 สนามบิน วงเงินรวม 2.2 แสนล้านบาท สัมปทาน 50 ปี   วันนี้ (12 พฤศจิกายน 2561) ณ สำนักบริหารโครงการระบบรถไฟฟ้า มักกะสัน การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดรับซองเอกสารการคัดเลือกเอกชนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ดอนเมือง – สุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา โครงการนี้มีระยะเวลาสัมปทาน 50 ปี รวมระยะทาง 220 กิโลเมตร วงเงินประมาณ 2.2 แสนล้านบาท ปรากฎมีบริษัทเอกชนเข้ายื่นซองเอกสารเสนอราคา  จำนวน 2  ราย คือกลุ่มกิจการร่วมค้า บีเอสอาร์ (BSR Joint Venture)  และ. กิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร   นายวรวุฒิ

ซิซซา กรุ๊ป ชี้เทรนด์อสังหาฯเพื่อการลงทุนมาแรง

ซิซซา กรุ๊ป มุ่งพัฒนา Investment Property ทางเลือกใหม่สำหรับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังมาแรง ดึง “วินแดม” เชนโรงแรมดังจากอเมริกาช่วยบริหารร่วมปั้นโครงการแรก “วินแดม ในหาน บีช ภูเก็ต” การันตีผลตอบแทน2ปีแรก 6% ส่วนปีที่ 3-15 คาดนักลงทุนจะได้ผลตอบแทนรวมเฉลี่ยมากกว่า 10% ต่อปี   จากภาวะเศรษฐกิจที่ค่อนข้างมีความผันผวนจากผลกระทบทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ทำให้คนส่วนใหญ่หันมาสนใจการจัดสรรเงินลงทุนในรูปแบบต่างๆ ที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เงินลงทุนหดหาย การลงทุนต้อง มีความเสี่ยงต่ำ และในระยะยาวเงินทุนสามารถเติบโตเพิ่มขึ้น ซึ่งการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจให้ผลตอบแทนการลงทุนในระดับที่ดี ใช้เงินสดเพื่อการลงทุนไม่มาก   นายอรรถนพ พันธุกำเหนิด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิซซา กรุ๊ป จำกัด บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีประสบการณ์มายาวนานมากกว่า 15 ปี เปิดเผยว่า การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนรูปแบบใหม่ “Investment Property : IP ” เป็นหนึ่งในทางเลือกการลงทุนที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น ทั้งนี้ จากการที่บริษัทฯ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์มาอย่างต่อเนื่อง พบว่าความต้องการลงทุน (Demand) ในอสังหาริมทรัพย์ของนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ

DRT โชว์ผลงานQ3/61ดันยอดขายโต 7.42% มั่นใจปี61 ขยายตัวตามแผน

ผลิตภัณฑ์ตราเพชร โชว์ความสำเร็จดันผลประกอบการไตรมาส3/61 ทำรายได้รวม 1,014.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.42% หลังขีดความสามารถการแข่งขันแข็งแกร่ง จากแบรนด์สินค้าและความหลากหลายผลิตภัณฑ์ ที่ผลักดันการเติบโตของยอดขายทุกช่องทาง พร้อมรักษาอัตราการเดินเครื่องจักรเฉลี่ยที่ 85-90% และกำไรขั้นต้นอยู่ในเกณฑ์ 25-27%   มั่นใจผลการดำเนินงานปีนี้โตตามแผนงาน เตรียมเริ่มผลิตหลังคาคอนกรีตรุ่นใหม่รุกตลาดส่งออกประเทศเพื่อนบ้าน                 นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระบบหลังคา ไม้สังเคราะห์ แผ่นบอร์ด ยิปซัม อิฐมวลเบาและบริการหลังการขายภายใต้แบรนด์ ‘ตราเพชร’ เปิดเผยผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/61 (กรกฎาคม-กันยายน 2561)บริษัทฯมีรายได้รวม 1,014.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.42% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 944.57 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตที่ดีกว่าแผนงาน โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 79.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.82% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 76.71 ล้านบาท ซึ่งมีปัจจัยการเติบโตทั้งในแง่ของรายได้และกำไรสุทธิที่ดี จากขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดวัสดุก่อสร้างภายใต้แบรนด์ ‘ตราเพชร’ ที่มีความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง จากการดำเนินกลยุทธ์การตลาด ‘สวยครบเซต ตราเพชรทั้งหลัง’ ที่สามารถนำผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายของสินค้า ‘ตราเพชร’ ทั้งผลิตภัณฑ์ระบบหลังคา ผนังและพื้น ไปใช้ก่อสร้างและซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ช่วยผลักดันยอดขายเพิ่มขึ้นในทุกช่องทางขาย   ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าโครงการและค้าห้างค้าปลีกวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่ เป็นช่องทางการจัดจำหน่าย ที่มีอัตราการขยายตัวโดดเด่นที่สุดในไตรมาสนี้ เป็นผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิตของเครื่องจักรเฉลี่ยอยู่ในระดับ 85-90% ช่วยให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลดลง ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและการบริหารสัดส่วนการขายสินค้าหรือ Product Mix ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาอัตราการทำกำไรขั้นต้นเฉลี่ยอยู่ที่ 25-27% เป็นผลดีต่อกำไรสุทธิในไตรมาส 3/61 ปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน   ความสำเร็จดังกล่าว ส่งผลดีต่อภาพรวมผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ (มกราคม-กันยายน 2561) ทำรายได้รวมทั้งสิ้น 3,370.76 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีรายได้รวม 3,203.29 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 335.21ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.96% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 328.77 ล้านบาท   นายสาธิต

“อัลติจูด”จ่อผุด4โครงการใหม่ปี62มูลค่ากว่า4พันล้านบาท

อัลติจูดฯเผยภาพรวมอสังหาฯปี62 แนวโน้มเติบโตดี มีปัจจัยหนุนจากการลงทุนภาครัฐ เปิดแผนปี62 จ่อผุดแนวสูง-แนวราบ 4 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท มีที่ดินรองรับแล้วกว่า 80% ด้าน “อัลติจูด มาสเตอรี่”ยอดขายพุ่งแล้วกว่า 90%  คาดทั้งปียอดขายรวมแตะ 2,000 ล้านบาทตามเป้า   นายชยพล หรรรุ่งโรจน์ ประธานกรรมการบริหาร  บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2562 ว่า ยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดี มีปัจจัยหนุนจากภาครัฐที่มีความชัดเจนด้านการลงทุนของภาครัฐ เช่น ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้า รวมถึงอัลติจูดฯเองก็เตรียมแผนเตรียมเปิด4โครงการใหม่  มูลค่ากว่า 4000 ล้านบาท ทั้งคอนโดมิเนียมและโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ ปัจจุบันบริษัทมีที่ดินรองรับแล้วกว่า 80% อาทิ คอนโดฯระดับลักชัวรี่ ย่านเจริญกรุง สูง 23 ชั้น มูลค่ากว่า 2,000ล้านบาท และโฮมออฟฟิศ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้   ส่วนความคืบหน้าโครงการ อัลติจูด มาสเตอรี่ (ALTITUDE MASTERY)  ตั้งอยู่บริเวณซอยพหลโยธิน 24 บนพื้นที่ 1 ไร่เศษ พัฒนาในรูปแบบของบ้านเดี่ยว  ขนาดตั้งแต่

“แสนสิริ”เตรียมเปิดตัว“เดอะไลน์ พหลโยธิน พาร์ค”มูลค่า4.9พันล้าน

แสนสิริฯเผยแนวโน้มตลาดคอนโดฯปี62 จะเห็นเรียลดีมานด์มากขึ้น  ขณะที่กลุ่มเก็งกำไรลดลงผลจากมาตรการธปท. คาดหลังเลือกตั้ง-การลงทุนภาครัฐช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจขับเคลื่อน  ล่าสุดเตรียมเปิดตัว“เดอะไลน์ พหลโยธิน พาร์ค” มูลค่า 4,900 ล้านบาท คาดช่วงพรีเซล-ต้นปี62 กวาดยอดขาย40-50% มั่นใจยอดขายรวมตามเป้า 50,000 ล้านบาท     นายภูมิศักดิ์ จุลมณีโชติ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน)หรือSIRI เปิดเผยถึงสถานการณ์ตลาดคอนโดฯในปี2562 ว่า แนวโน้มของการซื้อ-ขายจะเริ่มเห็นกลุ่มลูกค้าที่เป็นเรียลดีมานด์ ที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงเพิ่มมากขึ้น และลูกค้าที่ซื้อเพื่อเก็งกำไรจะเริ่มลดลง เพราะมาตรการควบคุมสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีผลต่อความรู้สึกของกลุ่มลูกค้าที่ซื้อเพื่อเก็งกำไร อีกทั้งมองว่าสภาวะเศรษฐกิจอาจจะไม่ค่อยดีนัก ทำให้กลุ่มลูกค้าที่เก็งกำไรระมัดระวังในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ แต่กลุ่มลูกค้าเรียลดีมานด์หรือกลุ่มลูกค้าที่ซื้อที่อยู่อาศัยอยู่จริง จะยังคงมีความต้องการซื้ออยู่ และไม่ได้มีผลกระทบต่อมาตรการควบคุมสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ของธปท. ทำให้จะมีกลุ่มลูกค้าดังกล่าวมากขึ้นกว่ากลุ่มลูกค้าเก็งกำไร  ซึ่งหวังว่าหลังการเลือกตั้ง และการลงทุนของภาครัฐจะช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนไปได้ ดีมานด์มีกำลังทรัพย์ในการซื้อที่อยู่อาศัยได้มากขึ้น   ล่าสุดบริษัทได้เปิดโครงการคอนโดมิเนียมภายใต้การร่วมทุนระหว่างบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)หรือ BTS และแสนสิริฯ โครงการที่ 13 คือ “เดอะไลน์ พหลโยธิน พาร์ค” อาคารบี

“ORI” โชว์ผลงาน 9 เดือน ยอดขายทะลุ2.2หมื่นล้าน เดินหน้าผนึกโนมูระขายหุ้นร่วมทุนเพิ่มอีก 2 โครงการ

ออริจิ้นฯโชว์ผลประกอบการ 9 เดือนแรก ยอดขายทะลุ 22,400 ล้านบาท จากเป้าทั้งปี 24,000 ล้านบาท เผย Q4/61 มี Backlog รอโอนเพียบ ดันภาพรวมผลประกอบการโตตามเป้า มั่นใจ “พาร์ค ออริจิ้น ทองหล่อ” กระแสดี ร่วมทุนโนมูระเพิ่มอีก 2 โครงการ ผนึกกำลังพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง   นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือORI ผู้พัฒนาคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ พาร์ค ออริจิ้น (PARK ORIGIN) ไนท์บริดจ์ (Knightsbridge) นอตติ้ง ฮิลล์ (Notting Hill) เคนซิงตัน (Kensington) และโครงการแนวราบแบรนด์ บริทาเนีย (Britania) เปิดเผยว่า ผลประกอบการ 9 เดือนแรกของบริษัทในปีนี้ (ม.ค.-ก.ย. 2561) ถือว่าทำออกมาได้ดีมาก โดยเฉพาะยอดขายของบริษัทที่สามารถรับรู้รายได้จากมูลค่ายอดขายรอโอน (Backlog)ได้เพิ่มขึ้นถึง 22,496 ล้านบาท หรือคิดเป็น 94% ของเป้ายอดขายใหม่ทั้งปีที่24,000 ล้านบาท   “ภาพรวมโครงการใหม่ๆ ของเราในปีนี้ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค โดยเฉพาะโครงการแฟล็กชิพระดับลักชัวรีอย่างพาร์ค ออริจิ้น พญาไท และพาร์ค ออริจิ้น ทองหล่อ โดยพาร์ค ออริจิ้น ทองหล่อนั้น