Home » ข่าว » Archive by Category "ข่าวอสังหาฯ"

“ปราชญ์ วงศ์วรรณ”ผนึกพันธมิตรเชียงใหม่-กทม.ผุดแนวราบลดความเสี่ยง

“ปราชญ์ วงศ์วรรณ”เผยตลาดอสังหาฯเชียงใหม่ปี61ส่อแววฟื้นตัว ผลจากดีมานด์หมดหวังมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ ส่งผลยอดขายกระเตื้องจากปี60 เล็งหาที่ดินแปลงใหม่ผุดบ้านเดี่ยว เจาะตลาดระดับบน ทั้งร่วมทุนพันธมิตรพัฒนาโครงการแนวราบในเชียงใหม่และกทม.หวังลดความเสี่ยง     นายปราชญ์ วงศ์วรรณ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์เชียงใหม่ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไวซ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจ.เชียงใหม่ ปี 2561 ว่ามีแนวโน้มดีขึ้นกว่าปี 2560 ที่ผ่านมา เนื่องจากในปีที่ผ่านมาผู้ประกอบการมีการปรับตัวด้วยการลดจำนวนการเปิดตัวโครงการใหม่ลง และเน้นระบายโครงการเก่าใหม่หมด ส่งผลให้ในครึ่งปีแรกของปี 2561 ดีมานด์มีการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยมากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากมองว่าภาครัฐยังไม่มีมาตรการออกมาช่วยกระตุ้นภาคอสังหาฯแต่อย่างใด  ในขณะที่ความต้องการยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ยอดขายที่อยู่อาศัยในครึ่งปีแรกดีขึ้น   สำหรับตลาดคอนโดมิเนียมที่เป็นโควตาชาวต่างชาติ จะปิดการขายได้เร็ว ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ในขณะที่ยูนิตที่เหลือที่ต้องขายให้กับคนไทย ยังเหลือขายและผู้ประกอบการต้องปรับกลยุทธ์ในการจัดโปรโมชั่นต่างๆ รวมไปถึงการดึงนักลงทุนมาซื้อยกล็อต เพื่อปิดการขายให้เร็วที่สุด โดยที่ไม่ต้องแบกภาระต้นทุน   “คอนโดฯส่วนใหญ่จะพัฒนาในอ.เมือง อ.สันทราย ในขณะที่แนวราบจะพัฒนาในทำเลอ.หางดง อ.สันทรายและอ.สันกำแพง ในขณะที่ทำเลอ.เมือง จะหาที่ดินพัฒนายาก เนื่องจากมีราคาแพง โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาพบว่าราคาปรับขึ้นสูงถึง 2-3เท่าตัว”นายปราชญ์ กล่าว   นายปราชญ์

เนอวานาฯเล็งร่วมทุน“เจ้าของที่ดิน-ต่างชาติ”

เนอวานา ไดอิ เปิดกว้างร่วมทุนเจ้าของที่ดินผ่านเครือข่ายบริษัทแม่บุญรอด พร้อมเตรียมดึงกลุ่มทุนต่างชาติร่วมทุนรับแผนพัฒนาที่อยู่อาศัย ส่วนที่ดิน 250 ไร่ทำเล ถนนกรุงเทพ กรีฑา ตัดใหม่ ในรูปแบบ Township ระดับ High-End เล็งดึงทุนญี่ปุ่นร่วมพัฒนา พร้อมสนใจทำบ้านรองรับลูกค้าญี่ปุ่น ล่าสุดเปิดตัวโครงการทาวน์โฮม ที่เป็นได้มากกว่าบ้านเดี่ยวเนอวานา ดีฟายน์ ศรีนครินทร์ – พระราม 9 โกยยอดขายไปกว่า 500 ล้านบาท จากมูลค่ารวม 1,900 ล้านบาท นายศรศักดิ์ สมวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด(มหาชน)เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯว่า จากนี้ไปบริษัทฯจะขยายการลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบที่หลากหลายทั้งลงทุนเองและร่วมลงทุนกับเจ้าของที่ดิน และร่วมลงทุนกับกลุ่มทุนจากต่างประเทศ ในเบื้้องต้น 4 ราย มีทั้งจาก ญี่ปุ่น ฮ่องกง และ จีน ล่าสุดอยู่ระหว่างเจาจาร่วมทุนกับบริษัทอสังหาฯจากญี่ปุ่นเพื่อพัฒนาโครงการจัดสรรแนวราบ(บ้านเดี่ยวหรู)บนที่ดินย่านศรีนครินทร์ – ร่มเกล้า (กรุงเทพกรีฑา ตัดใหม่) ซึ่งคาดว่าจะสรุปได้ในเร็วๆนี้ ส่วนการลงทุนในรูปแบบการเข้าไปพัฒนากับเจ้าของที่ดินนั้น ถือว่าเป็นการลงทุนที่มีแนวโน้มที่ดีมาก ด้วยการเพิ่มโอกาสให้กับธุรกิจผ่านเครือข่ายของเครือ

“แสนสิริ”ผนึก7พันธมิตรมอบสิทธิพิเศษลูกค้าผ่านแอปพลิเคชั่น

แสนสิริผนึก 7 พันธมิตรเปิดฟีเจอร์ “SANSIRI MOVE-IN EXPERIENCE” บนแอปพลิเคชั่น  Home Service เพิ่มทางเลือกไลฟ์สไตล์ลูกค้าและสิทธิพิเศษ  เผยระยะแรกครอบคลุมพื้นที่กทม.-ปริมณฑล คาดปลายปีลูกค้าใช้บริการเพิ่มแตะ 25,000 รายและพันธมิตรร่วมอีก 10 ราย       นายอุทัย อุทัยแสงสุขประธานผู้บริ หารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่าปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคในการอยู่อาศัยมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก มีความต้องการบริการหลังการขายมากขึ้น  ซึ่งเป็นสิ่งที่แสนสิริให้ความสำคัญมาโดยตลอด และจากการสำรวจพบว่าประเด็นหลักที่ลูกค้าคำนึกถึงและต้องการหาผู้ช่วยเป็นอันดับต้นๆหลังการซื้อที่อยู่อาศัย แบ่งเป็นได้ 4 กลุ่มหลัก คือ 1.การจัดแพ็คของและขนย้าย (moving) 2.การทำความสะอาด (cleaning) 3.คำแนะนำ  บริการการต่อเติมตกแต่ง (design)และ4. ความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตของสมาชิกในครอบครัวรวมถึงสมาชิกสี่ขา(easy living) ล่าสุดบริษัทฯจึงได้มีการพัฒนาแอปพลิเคชั่น Home Serviceเวอร์ชั่น 2018 ด้วยบริการและฟังก์ชั่นสั่งการด้วยเสียงที่อำวยความสะดวกให้ลูกค้าในทุกมิติ และร่วมมือกับ 7 พันธมิตร เปิดฟีเจอร์ “SANSIRI MOVE-IN EXPERIENCE” บนแอปพลิเคชั่น  Home Service

ทายาท”เนสกาแฟ”งัดแลนด์แบงก์เก่า2ทำเลเด่นผุดรร.สร้างรายได้ระยะยาว

กลุ่ม”มหากิจศิริ”ปรับแผนขยายไลน์ธุรกิจสร้างรายได้ระยะยาว นำที่ดินสะสม 2แปลง ย่านเพลินจิต-นานา ชิมลางโรงแรม 400 ห้อง มูลค่าการลงทุน 2,000 ล้านบาท ดึงเชน“Penta Hotel”เครือ “โรสวูด โฮเทล กรุ๊ป”บริหารงาน ทั้งเดินหน้าผุดคอนโดฯโลว์ไรส์ปีละ 1-2 โครงการต่อเนื่อง ไตรมาส3/61 จ่อเปิดตัว “เดอะเนสท์ สุขุมวิท71” มูลค่า 2,000 ล้านบาท อนาคตสนนำที่ดินย่านพระราม4พัฒนาโครงการมิกซ์ยูสรับกระแสตลาด ตั้งเป้ายอดขายรวมปีนี้แตะ 2,500 ล้านบาท     นางอุษณา มหากิจศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะเนสท์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ในเครือบริษัท พีเอ็ม กรุ๊ป จำกัด (บุตรสาวคนเล็กนายประยุทธ มหากิจศิริ ผู้ดำเนินธุรกิจ”เนสกาแฟ”) เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานของบริษัทฯว่าจะขยายมายังธุรกิจที่สร้างรายได้ระยะยาวให้กับบริษัทมากขึ้น ด้วยการนำที่ดินสะสมของครอบครัว 2 แปลงย่านใจกลางเมืองมาพัฒนาโรงแรมในรูปแบบ “ไลฟ์สไตล์ โฮเทล” ได้แก่ที่ดินบริเวณซอยนายเลิศ ด้านหลังโครงการ”โนเบิล เพลินจิต” บนพื้นที่ 300

“พฤกษา”มั่นใจ3ปีขึ้นแท่นผู้นำคอนโดฯซูเปอร์ลักชัวรี่

พฤกษาฯเชื่อตลาดคอนโดฯหรูปี61โตไม่น้อย15% มั่นใจ 3ปีพอร์ตสินค้าพรีเมี่ยมขยายตัวเพิ่ม30-35% ขึ้นแท่นผู้นำคอนโดฯซูเปอร์ลักชัวรี่ ปี61 จ่อผุกแบรนด์หรู 4 โครงการ รวมมูลค่า 8,600 ล้านบาท เจาะทำเลไพร์มโลเคชั่น นำร่อง”เดอะรีเซิร์ฟ สาทร” ราคา13-42 ล้านบาท คาดปิดขายภายในปลายปี ดันรายได้กลุ่มพรีเมียมตามเป้า 2,000 ล้านบาท   นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท-พรีเมี่ยม บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด(มหาชน)หรือPS ในเครือบริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน)หรือPSHเปิดเผยถึงแนวโน้มตลาดคอนโดฯหรูในปี2561 จะมีอัตราการเติบโตไม่น้อยกว่า 15% เมื่อเทียบปี2560 จากมูลค่าตลาดรวมคอนโดฯหรูราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป คิดเป็นมูลค่า 62,000 ล้านบาท หรือจำนวน 6,000 ยูนิต จากมูลค่ารวมตลาดคอนโดฯปี2560อยู่ที่ 246,000 ล้านบาทหรือ 61,700 ยูนิต โดยสาเหตุที่คอนโดฯตลาดลักชัวรี่และซูเปอร์ลักชัวรี่ยังมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต่างหันมาเจาะลูกค้ากลุ่มดังกล่าวกันมาก แต่เชื่อว่าจะยังไม่เกิดโอเวอร์ซัพพลายอย่างแน่นอน เพราะแต่ละโครงการมีจำนวนยูนิตที่ไม่มากนัก

กคช.ผุด 3 โมเดลสนับสนุนโครงการร่วมลงทุนกับภาคเอกชนสานนโยบายไทยนิยม

การเคหะแห่งชาติ (กคช.) สนองนโยบายรัฐบาล (Government Policy) ตามหลักประชารัฐ-ไทยนิยมยั่งยืน และขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติโดยร่วมดำเนินการกับภาคเอกชน ภายใต้“โครงการเคหะประชารัฐร่วมทุน”   ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช) กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติ ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ดำเนินการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยตามแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560 – 2579)สำหรับประชาชนโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยให้มีกรรมสิทธิ์เป็นของตนเอง ในปัจจุบันการเคหะแห่งชาติมีที่ดินรอการพัฒนาที่มีศักยภาพพร้อมให้ภาคเอกชนร่วมลงทุนพัฒนาโครงการให้เกิดมูลค่าเพิ่มเชิงรายได้ ภายใต้โครงการเคหะประชารัฐร่วมทุนตามยุทธศาสตร์ของการเคหะแห่งชาติ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันระหว่างการเคหะแห่งชาติกับภาคเอกชนและประชาชน ลูกค้าผู้ต้องการที่อยู่อาศัย ซึ่งการจัดทำโครงการเคหะประชารัฐร่วมทุนเป็นการบูรณาการ ด้านนโยบายทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อน โดยมีเอกชนเป็นผู้จัดหาแหล่งเงินเข้ามาลงทุนภาคก่อสร้าง พร้อมการบริหารจัดการโครงการในลักษณะของการร่วมดำเนินกิจการ   ทั้งนี้ กรอบแนวคิดในการจัดทำโครงการเคหะประชารัฐร่วมทุนของการเคหะแห่งชาติ สำหรับโครงการที่ไม่เข้าข่ายพระราชบัญญัติ (พรบ.) การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556 ซึ่งการเคหะแห่งชาติดำเนินโครงการภายใต้ พรบ. การเคหะแห่งชาติ และระเบียบการเคหะแห่งชาติ ว่าด้วยการร่วมลงทุนซึ่งมีเกณฑ์การพิจารณาให้เอกชนเข้าร่วมดำเนินกิจการ 3 รูปแบบ ประกอบด้วย   การร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Joint Investment) ตาม พรบ.ร่วมทุนฯ มูลค่าโครงการตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งขณะนี้ได้รับอนุมัติในหลักการจากคณะกรรมการการเคหะแห่งชาติแล้ว 3

PFผนึกเซกิซุยสร้างบ้านระบบโมดูลาร์ นำร่อง”มาสเตอร์พีซ”4ทำเลมูลค่า2.2พันล้าน

เพอร์เฟค ร่วมทุนเซกิซุย ตั้งบริษัทลูก “พีเอฟ-เซกิซุย เจวี”ด้วยทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท สัดส่วน 51:49 พัฒนาบ้านเดี่ยวระบบโมดูลาร์ นำร่องโครงการแบรนด์”มาสเตอร์พีซ” 4 ทำเล กรุงเทพกรีฑา,รามคำแหง,แจ้งวัฒนะและรัตนาธิเบศร์ รวม 74 ยูนิต มูลค่า 2,230 ล้านบาท ตอบโจทย์ลูกค้าระดับบน มั่นใจรายได้รวมตามเป้า 20,000 ล้านบาท     นายชายนิด อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด(มหาชน)PF  เปิดเผยว่าในปี 2562 บริษัทมีแผนที่จะขายที่ดินย่านแจ้งวัฒนะและย่านกรุงเทพฯโซนตะวันออก ให้กับ 2 บริษัทร่วมทุน คือฮ่องกงแลนด์ และบริษัทร่วมทุนกับบริษัท ซูมิโตโม ฟอเรสทรี(สิงคโปร์)จำกัด รวมมูลค่า 4,000 ล้านบาท แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้   ล่าสุดบริษัทได้ลงนามในสัญญาร่วมทุนกับบริษัท เซกิซุย เคมิคอล จำกัด ผู้นำในธุรกิจรับสร้างบ้านของประเทศญี่ปุ่น จัดตั้งบริษัทร่วมทุน คือ

APหวั่นอนาคตราคาที่ดินพุ่งเกินต้นทุนก่อสร้าง70%

เอพีฯเผยภาพรวมตลาดคอนโดฯระดับกลาง-ไฮเอนด์ ดีมานด์ยังตอบรับดีต่อเนื่อง  โดยเฉพาะทำเลลาดพร้าว-รัชดาฯ ย้อนหลัง 5 ปี ยอดขาย-ผลตอบแทนการปล่อยเช่าเติบโตดี ขณะที่ราคาที่ดินคาดอนาคตพุ่งสูงเกินต้นทุนก่อสร้าง 60-70% แนะผู้ประกอบการต้องปรับเกมสู้ เปิดแผนครึ่งปีหลังผุด 3 คอนโดฯร่วมทุนมิตซูบิชิเอสเตท กรุ๊ป  รวมมูลค่า 20,400 ล้านบาท ครึ่งปีแรกกวาดยอดขายรวมแล้ว 17,300 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 52%       นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กร และการสร้างสรรค์ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์)จำกัด(มหาชน)หรือAP เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าในปัจจุบันว่าดีมานด์ต่อตลาดคอนโดฯระดับกลางถึงไฮเอนด์มีการ-ตอบรับดีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในย่านใจกลางทำเลธุรกิจ เช่น ลาดพร้าว และอโศก –พระราม 9 ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นพื้นที่ CBD แห่งใหม่ในกรุงเทพฯ เนื่องจากศักยภาพทำเลทั้งความพร้อมในวันนี้และปัจจัยจากโครงการพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าในอนาคตอันใกล้ที่จะเข้ามายกระดับความสามารถในการเชื่อมต่อเข้าสู่พื้นที่CBD เดิมอย่างย่านสีลม สาทร และ สุขุมวิทได้โดยตรง อีกทั้งแวดล้อมไปด้วย สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ จึงเป็นที่ต้องการสำหรับผู้ซื้อที่ต้องการความสะดวกสบาย และผู้ซื้อที่ต้องการลงทุนในการปล่อยเช่าและขายต่อเป็นอย่างมาก โครงการที่จะเข้าสู่ตลาดระดับนี้ต้องสร้างความแตกต่างทั้งภายในยูนิตพักอาศัยและพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อที่จะชนะใจคนเมืองที่กำลังมองหาคอนโดฯในทำเลดังกล่าว ที่นับวันจะมีแต่มูลค่าเพิ่มขึ้น     สำหรับภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมเซกเมนต์กลางถึงบน ใน 2 ทำเลศูนย์กลางธุรกิจใหม่ใจกลางเมือง ย่านเชื่อมต่อพหลโยธิน-อารีย์-ลาดพร้าว และย่านเชื่อมต่ออโศก-พระราม 9-รัชดาภิเษกนั้น พบว่าดีมานด์ที่มองหาคอนโดฯใหม่ติดแนวรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด 5 ปีที่ผ่านมา จากการสำรวจข้อมูลการเปิดตัวโครงการใหม่ย่านเชื่อมต่อพหลโยธิน-อารีย์-ลาดพร้าว มีคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ทั้งสิ้นจำนวน 19โครงการ ในราคาพรีเซลเฉลี่ย 158,000 บาท/ตารางเมตร มียอดขายรวมกว่า 85% และย่านเชื่อมต่ออโศก-พระราม 9-รัชดาภิเษก พบคอนโดฯโครงการใหม่ทั้งสิ้น 14 โครงการ ราคาพรีเซลเฉลี่ยประมาณ  169,000 บาทต่อตารางเมตร และมียอดขายรวมแล้วกว่า 90% ซึ่งนับเป็นอัตราการตอบรับที่ดี นอกจากนี้ สำหรับผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า ระยะยาว (Rental Yeild) ของคอนโดฯพร้อมอยู่ทั้ง 2 ย่านที่กล่าวมานั้น พบอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นไปในทิศทางเดียวกัน อยู่ที่ประมาณ 5 – 6% ขึ้นไป จึงนับว่าราคาคอนโดมิเนียมในทำเลนี้ ยังเหมาะสมในการซื้อทั้งเพื่ออยู่อาศัยและเพื่อการลงทุน     “โดยทำเลลาดพร้าวและอโศก นับวันที่ดินจะหายากมากขึ้นเพราะผู้ประกอบการแย่งกันซื้อ ซึ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา(ปี2556-2561)ราคาที่ดินพุ่งสูง35-40% ของต้นทุนทั้งหมดปัจจุบันขึ้นมาที่50% และแนวโน้มราคาที่ดินจะพุ่งสูงถึง 60-70% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทำเล ซึ่งนับวันจะมีการแข่งขันที่สูงขึ้นและต่อรองราคาได้ยาก เมื่อเทียบกับต้นทุนการก่อสร้าง ที่สามารถต่อรองได้ ถือเป็นความท้าทายของผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการ ซึ่งอาจจะสร้างห้องชุดให้มีขนาดเล็กลง เพื่อให้ลูกค้าสามารถซื้ออยู่อาศัยได้”นายวิทการ กล่าว     สำหรับแผนการดำเนินการของบริษัทฯในปีนี้ยังเป็นไปตามเป้าที่วางไว้คือ43 โครงการ รวมมูลค่า 64,750 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 17 โครงการ  ทาวน์เฮาส์ 21 โครงการ และคอนโดฯ5 โครงการ ซึ่งในปีนี้ถือเป็นปีแรกที่บริษัทเปิดตัวโครงการที่มีมูลค่ารวมมากสุดตั้งแต่APดำเนินการมา เมื่อเทียบกับปี2560 มีอัตราการเติบโตเชิงมูลค่าสัดส่วน 30% โดยในครึ่งปีแรกเปิดตัวไปแล้ว 8 โครงการ เป็นแนวราบ 7 โครงการ และแนวสูง 2โครงการ   โดยในครึ่งปีหลัง2561 บริษัทฯจะเปิดตัวคอนโดฯจำนวน 3โครงการ รวมมูลค่า 20,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับบริษัท มิตซูบิชิ จิโช เรสซิเดนซ์ จำกัด(บริษัทในเครือมิตซูบิชิเอสเตท กรุ๊ป :MECG)ทั้งหมด ได้แก่ 1.Life Ladprao Valley (ไลฟ์ ลาดพร้าว แวลลีย์)ลักชัวรี่คอนโดมิเนียม ภายใต้คอนเซ็ปต์การออกแบบ “Live Your Adventurous Spirit” ตั้งอยู่บนพื้นที่ 5.2 ไร่ ประกอบด้วยอาคารที่พักอาศัยสูง 44 ชั้น ขนาดตั้งแต่ 28.80-66.50 ตารางเมตรราคาเริ่มต้นที่ 3.49 ล้านบาท หรือราคาเฉลี่ย 140,000 บาท/ตารางเมตรจำนวนห้องชุดทั้งสิ้น 1,140 ห้อง มูลค่าโครงการ6,400 ล้านบาท โดยจะเปิดขายรอบแรกผ่านระบบ AP i-Booking ในวันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคมนี้ เวลา 19.00 – 21.00 น. และมีกำหนดเปิดพรีเซลอย่างเป็นทางการพร้อมกันทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศในวันที่ 4 – 5 สิงหาคม 2561ซึ่งเป็นการโรดโชว์ใน 6 ประเทศ คือฮ่องกง,ญี่ปุ่น,จีน,ไต้หวัน,สิงคโปร์,และมาเลเซีย คาดว่าในช่วงพรีเซลจะสามารถทำยอดขายได้ 60%     2.Life Asoke Hype

“ทศ จิราธิวัฒน์”เผยเหตุผล CPN ชิงไฮสปีดเทรน

“ทศ จิราธิวัฒน์” เผยเหตุผลเข้าซื้อเข้าเอกสารเชิญชวนประมูล (ทีโออาร์) ในโครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน “ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา” พร้อมสนใจพัฒนาที่ดินมักกะสัน 150 ไร่ รับคุยทั้ง BTS และซีพี   นายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)หรือ CPN  ในกลุ่มบริษัทเซ็นทรัล ได้ซื้อเอกสารเชิญชวนประมูล (ทีโออาร์) โครงการรถไฟความเร็วสูง หรือ ไฮสปีดเทรน เชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง – สุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา รวมระยะทาง 220 กม. เงินลงทุนกว่า 2.24 แสนล้านบาทนั้น ก็เพราะในทีโออาร์กำหนดว่า ผู้ที่จะร่วม Joint Venture  จะต้องซื้อซองประมูลถึงจะทำได้ทางกลุ่มเซ็นทรัลเลยต้องซื้อเพื่อศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการลงทุน โดยเฉพาะการพัฒนาที่ดินที่อยู่ย่านมักกะสัน

เอกชนแนะรัฐข้อกฎหมาย”ภาษีลาภลอย”ต้องชัดเจนก่อนจัดเก็บ

จากการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีการได้รับประโยชน์จากการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐ พ.ศ… หรือภาษีลาภลอย  โดยกำหนดให้มีการจัดเก็บภาษีจากบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ซึ่งเป็นเจ้าของหรือครองครองที่ดินอันเป็นทรัพย์สินของรัฐ หรือเป็นเจ้าของห้องชุดที่มีมูลค่าเกิน 50 ล้านบาท และใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นเจ้าของห้องชุดรอการขายซึ่งอยู่รอบพื้นที่ที่มีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐ ทั้งโครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการรถไฟทางคู่ โครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน โครงการท่าเรือ โครงการทางด่วนพิเศษ หรือโครงการอื่น ๆ ซึ่งได้มีการกำหนดขอบเขตพื้นที่ของการเก็บภาษีดังกล่าวไว้ไม่เกินรัศมี 5 กิโลเมตรรอบพื้นที่โครงการก่อสร้าง โดยมีเพดานภาษีไม่เกิน 5% ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกส่วนที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนของภาครัฐ     ทั้งนี้ได้แบ่งช่วงระยะเวลาเก็บภาษี 2 ช่วง คือ  1.วันที่รัฐเริ่มโครงการจนแล้วเสร็จ จะเก็บภาษีตามรัศมี 5 กิโลเมตรรอบโครงการ 2.เมื่อโครงการเสร็จจะเก็บจากที่มูลค่าที่ห้องชุดมูลค่าเกิน 50 ล้านบาท ที่ใช้ในเชิงพาณิชย์ ส่วนที่ดินที่เป็นที่พักอาศัยและเกษตรกรรมจะได้รับการยกเว้น รวมถึงอาคารชุดที่ยังไม่ได้จำหน่าย ทั้งนี้หากเป็นช่วงที่โครงการยังไม่เสร็จกรมที่ดินจะเป็นผู้เก็บภาษี เมื่อโครงการเสร็จแล้วองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)จะเป็นผู้ทำหน้าที่เก็บแล้วส่งรายได้ให้กับแผ่นดิน   ส่วนการกำหนดเพดานการจัดเก็บจะไม่เกิน 5% ของฐานภาษีหรือส่วนต่างของมูลค่าที่ดินที่เพิ่มขึ้นนับจากวันที่รัฐเริ่มก่อสร้างหรือนับจากวันที่พ.ร.บ.บังคับใช้ จากการประเมินราคาของโดยกรมธนารักษ์ ส่วนขั้นตอนของกฎหมายหลังครม.ให้ความเห็นชอบจะส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจรายละเอียด และส่งเข้าพิจารณาในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ต่อไป โดยยังไม่สามารถระบุได้ว่ากฎหมายจะออกมาบังคับใช้ได้เมื่อใด     คาใจ FAR Bonusได้สิทธิ์น้อยกว่า  ทั้งนี้นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นภาษีที่เก็บเฉพาะเจ้าของห้องชุดที่มีมูลค่าเกิน 50 ล้านบาท และใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เมื่อมีการเริ่มโครงการของภาครัฐ จนถึงวันที่โครงการก่อสร้างของภาครัฐแล้วเสร็จ เพราะในช่วงดังกล่าวราคาตลาดจะมีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ทางภาครัฐจึงต้องมีการเก็บภาษีเพื่อนำเงินไปใช้ประโยชน์ของภาครัฐต่อไป ส่วนห้องชุดที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ แต่ยังเหลือขายอยู่ ก็ต้องอิงตามราคาประเมินล่าสุด ณ ขณะนั้น แต่ถ้าเป็นโครงการที่ปิดการขายไปแล้ว และมีการขายซื้อขายห้องชุด มูลค่าเกิน 50 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเปลี่ยนมือผู้ครอบครอง ก็จะต้องเสียภาษีเช่นกัน   ขณะเดียวกันในส่วนกรณีที่เป็นที่ดินเปล่าที่ผู้ประกอบการซื้อมาแต่ยังไม่มีการพัฒนา ก็ไม่ถูกเก็บภาษี แต่หากเริ่มมีการพัฒนาโครงการเมื่อใด เชื่อว่าราคาขายก็จะสูงกว่าปกติ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับราคาประเมิน   “จากการที่กฎหมายระบุการกำหนดขอบเขตพื้นที่ของการเก็บภาษีไว้ไม่เกินรัศมี 5 กิโลเมตรรอบพื้นที่โครงการก่อสร้างของภาครัฐ แต่เวลาให้การเพิ่มอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน (FAR Bonus) แก่ผู้ประกอบการ กลับให้สิทธิ์เพียง 500 เมตรจากกึ่งกลางสถานีรถไฟฟ้าที่สร้างแล้วเสร็จ ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่แปลก แต่ก็ทราบว่าขณะนี้ภาครัฐกำลังพิจารณาในเรื่องนี้อยู่ โดยอาจจะให้สิทธิพิเศษเพิ่มเป็น 1 กิโลเมตร