ลงทะเบียนข้อมูล Smartfinn

Q&A คำถามที่พบบ่อย

Smartfinn คือตัวกลางขายฝากรูปแบบใหม่ ตอบโจทย์ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ และแพลตฟอร์มกลางระหว่าง ”ผู้ต้องการใช้เงินสด” และ “ผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสูงแต่ความเสี่ยงต่ำ” โดยให้ทั้ง 2 ฝ่ายทำธุรกรรมข้อตกลงกัน บนแนวทางการขายฝากอสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมาย ณ สำนักงานที่ดิน

การขายฝากอสังหาริมทรัพย์ คือ การซื้อขายอย่างหนึ่งแบบมีเงื่อนไข โดยผู้ซื้อและผู้ขายต้องไปทำสัญญาซื้อ-ขายต่อเจ้าพนักงาน ณ สำนักงานที่ดิน เช่นเดียวกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป และเสียค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ทั้งค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ค่าธรรมเนียม และค่าอากรหรือภาษีธุรกิจเฉพาะเท่ากับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ตามปกติ รวมทั้งกรรมสิทธิ์ในการถือครองทรัพย์สินจะตกเป็นของผู้ซื้อฝากทันที เพียงแต่มีข้อแม้ว่าผู้ขายฝากสามารถไถ่ทรัพย์สินนี้คืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด และสามารถตกลงกันขยายกำหนดเวลาไถ่ทรัพย์สินคืนได้ (ทั้งนี้ต้องไม่เกินกรอบที่กฎหมายกำหนดไว้ คือ 10 ปี)

การขายฝากมีสิ่งที่แตกต่างจากการจำนอง คือ กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ได้เปลี่ยนเป็นของผู้ซื้อฝากทันที หากผู้ขายฝากไม่มาใช้สิทธิ์ไถ่ถอนคืนภายในเวลาที่กำหนด กรรมสิทธิ์จะตกเป็นของผู้ซื้อฝากโดยสมบูรณ์

ส่วนการจำนอง เมื่อผู้จำนองผิดเงื่อนไขสัญญาการชำระหนี้ ผู้รับจำนองจะต้องใช้ช่องทางการบังคับคดีตามกฎหมายเพื่อขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้นเพื่อมาชำระหนี้ ซึ่งในขั้นตอนนี้จะต้องใช้เวลานานพอสมควร

ค่าใช้จ่ายในการจดจำนองที่สำนักงานที่ดิน เท่ากับ 1% ของราคาจำนอง ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายฝากที่สำนักงานที่ดิน จะมากกว่า คือเท่ากับการซื้อ-ขายจริง (โดยส่วนมากจะมีค่าใช้จ่ายระหว่าง 3-6 % ของราคาซื้อ-ขาย ซึ่งแปรเปลี่ยนตามแต่ราคาซื้อ-ขาย ราคาประเมินของทางราชการ และจำนวนปีที่ถือครองฯ)

4.1 Smartfinn เหมาะกับผู้ขายฝากประเภทใด?

  • ผู้ที่ประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินและมีความจำเป็นต้องใช้เงินสด หรือมีปัญหาภาระหนี้สินในระบบเต็มวงเงินและไม่สามารถกู้เพิ่มได้ หรือหนี้สินนอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูง
  • มีอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ติดจำนอง หรือ ภาระใดๆ
  • มีอสังหาริมทรัพย์ที่ติดจำนอง หรือติดภาระ แต่มีภาระหนี้คงค้างน้อยกว่า 50% ของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่ท่านติดจำนองหรือติดภาระหนี้อยู่
  • ผู้ที่ไม่ได้ประสงค์จะขายอสังหาริมทรัพย์ของท่านออกไปจริงๆในขณะนี้ และอาจมีความจำเป็นต้องใช้หรืออยู่อาศัยในอสังหาริมทรัพย์นี้ด้วย หรือถ้ามีความจำเป็นต้องขายอสังหาริมทรัพย์นี้ออกไปจริงๆ ยังต้องการเวลาเพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสมใกล้เคียงกับราคาตลาด

4.2 ท่านจะเหลือเงินจากการขายฝากประมาณเท่าไหร่? มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างในการขายฝากกับ Smartfinn? สมมุติว่าอสังหาริมทรัพย์ของท่านมีมูลค่าตลาด (หรือมูลค่าประเมิน) เท่ากับ 10,000,000 บาทท่านจะสามารถทำการขายฝากผ่านระบบ Smartfinn ได้ที่ราคา 70% ของราคาตลาด = 7,000,000 บาท

  • ท่านต้องเสียค่าผลตอบแทนให้แก่ผู้ซื้อฝากล่วงหน้าในอัตรา 9% ต่อปี = -630,000 บาท
  • ท่านต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขายฝากให้กับสำนักงานที่ดินของรัฐประมาณ 3-6% ของราคาขายฝาก (เราจะคำนวณค่าใช้จ่ายส่วนนี้คร่าวๆที่ 5% ของราคาขายฝาก) = -350,000 บาท
  • ค่าบริการของ Smartfinn อยู่ที่ 2.99% ของราคาขายฝาก (ราคานี้ยังไม่รวม VAT) = 209,300 บาท
  • เงินสดคงเหลือโดยประมาณหลังหักค่าใช้จ่ายในสัญญา 1 ปี = 5,810,700 บาท หรือประมาณคร่าวๆได้ว่าท่านจะเหลือเงินจากการขายฝากผ่าน Smartfinn ที่ 58.1% จากราคาตลาดของอสังหาริมทรัพย์ของท่าน

4.3 ในกรณีที่อสังหาริมทรัพย์ของท่านติดจำนองหรือภาระอื่นใดอยู่ การขายฝากกับ Smartfinn อาจไม่ทำให้ท่านเหลือเงินสดมากเท่าใดนัก เมื่อเงินสดส่วนที่ได้จากการขายฝากต้องถูกนำไปชำระหนี้ส่วนที่ติดภาระเหล่านั้นก่อน เพียงแต่สิ่งที่ท่านจะได้จากการขายฝากกับ Smartfinn ในกรณีนี้ อย่างแรกคือ การไม่มีภาระดอกเบี้ยหรือภาระการผ่อนในหนึ่งปีต่อจากนี้ เพราะท่านได้จ่ายผลตอบแทนเสมือนดอกเบี้ยให้แก่ผู้ซื้อฝากไปล่วงหน้า 1 ปีแล้ว ถ้าท่านมีรายได้ประจำหรือรายได้อื่นๆ ท่านจะสามารถเริ่มเก็บเงินเพื่อใช้ต่ออายุสัญญาขายฝาก หรือเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเตรียมไถ่ถอนการขายฝากได้ อย่างที่สองที่ท่านจะได้จากการขายฝากกับเราคือ ท่านสามารถปลดภาระหนี้สินที่เกิดจากอสังหาริมทรัพย์ส่วนนี้ที่ท่านมีต่อสถาบันการเงินหรือเจ้าหนี้อ

5.1 Smartfinn เหมาะกับผู้ซื้อฝากประเภทใด?

  • ถ้าท่านเป็นผู้มีเงินออมกับสถาบันการเงินที่ได้ดอกเบี้ยค่อนข้างน้อยแต่ความเสี่ยงต่ำหรือท่านเป็นผู้มีเงินออมและลงทุนกับกองทุนหรือตราสารหนี้ที่ได้ผลตอบแทนมากขึ้นกว่าการฝากเงินกับสถาบันการเงินแต่มีความเสี่ยงมากขึ้นตามมา
  • ถ้าท่านเป็นนักลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่เน้นผลตอบแทนจากค่าเช่าและราคาอสังหาฯที่อาจปรับเพิ่มขึ้น โดยที่ท่านจะทำการซื้อหรือสร้างอสังหาฯขึ้นมาในราคาตลาด เสียค่าตกแต่ง ค่าส่วนกลาง ค่าซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในทรัพย์สินนั้นๆ ทั้งยังเสียค่าใช้จ่ายในการโฆษณาหรือค่านายหน้าสำหรับการหาผู้เช่าและอาจจะเสียโอกาสในช่วงที่ไม่มีผู้เช่า รวมทั้งท่านต้องเสียเวลาในการดูแลสิ่งต่างๆที่กล่าวมาข้างต้น โดยที่ได้ผลตอบแทนการลงทุนสุทธิเพียง 2- 6% ต่อปี
  • ถ้าท่านเป็นนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนและสนใจในการหาผลตอบแทนจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อยู่ด้วย การเลือกลงทุนซื้อฝากอสังหาฯกับ Smartfinn ในทำเลหรือโครงการที่ท่านคุ้นเคยหรือชื่นชอบเป็นการส่วนตัว ท่านก็จะทราบดีถึงความเสี่ยงของราคาอสังหาฯที่ท่านจะลงทุนว่าถูกหรือแพง รวมทั้งโอกาสในการจะซื้อขายต่อไป หรือการที่ท่านสามารถใช้ประโยชน์จากอสังหาฯที่ท่านลงทุนนี้ ในกรณีที่ท่านได้เป็นเจ้าของจริงจากการลงทุนครั้งนี้เนื่องจากผู้ขายฝากไม่มาไถ่ถอนการขายฝาก

5.2 ท่านจะต้องใช้เงินทุนในการซื้อฝากเท่าไหร่และผลตอบแทนของการลงทุนเป็นอย่างไร?
สมมุติว่าอสังหาริมทรัพย์ที่ท่านสนใจจะลงทุนมีมูลค่าตลาด หรือมูลค่าประเมิน = 10,000,000 บาท ราคาที่จะเริ่มทำการซื้อขายบนระบบ Smartfinn อยู่ที่ 70% ของราคาตลาด = 7,000,000 บาท ถ้าท่านสามารถตกลงกับผู้ขายได้ที่ราคานี้และผลตอบแทน 9% ต่อปี โดยหักผลตอบแทนก่อนล่วงหน้า จากราคาขายฝากและทำสัญญาขายฝากหนึ่งปี = -630,000 บาท เท่ากับว่าท่านทำสัญญาขายฝากนี้ที่ราคา 7,000,000 บาท แต่ท่านชำระเงินให้แก่ผู้ขายฝากของท่านเพียง 6,3700,00 บาท เมื่อผู้ขายฝากมาไถ่ถอนการขายฝาก เมื่อครบหนึ่งปีจะต้องนำเงิน 7,000,000 บาทมาชำระให้ท่าน เพื่อไถ่ถอน หรือถ้าผู้ขายฝากขอต่อสัญญาขายฝากไปอีกหนึ่งปีจะต้องนำผลตอบแทนจำนวน 9% ต่อปีซึ่งจะเท่ากับ 630,000 บาท มาชำระให้ท่านเพื่อทำการต่อสัญญาขายฝาก ณ สำนักงานที่ดินต่อไปอีกหนึ่งปี เท่ากับท่านได้ลงทุนซื้อฝากอสังหาฯนี้โดยชำระเงินแ

5.3 ผู้ซื้อฝากต้องเสียค่าใช้จ่ายให้ Smartfinn หรือไม่?
ท่านไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆให้กับ Smartfinn ในการลงทุนซื้อฝากบนระบบของเรา ยกเว้นค่าบริการเพียงเล็กน้อยในกรณีที่ท่านต้องการให้เจ้าหน้าที่ของเราพาไปดูทรัพย์สินที่ต้องการลงทุนซื้อฝาก หรือในกรณีที่ท่านต้องการให้เจ้าหน้าที่ของเราช่วยอำนวยความสะดวกกับท่านในการต่อสัญญาขายฝากหรือในการไถ่ถอนในปีถัดๆไป

ค่าใช้จ่ายในการซื้อขายฝาก ณ สำนักงานที่ดิน ไม่ว่าค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ค่าธรรมเนียม ค่าอากรหรือภาษีธุรกิจเฉพาะ ค่าคำขอและค่าพยาน ทางผู้ขายฝากจะเป็นผู้ชำระแต่เพียงฝ่ายเดียว รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการต่อสัญญาขายฝากและค่าไถ่ถอนการขายฝากผู้ขายฝากจะเป็นผู้ชำระทั้งสิ้น

ในกรณีบุคคลธรรมดา:

  • ค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย คิดตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร
  • ค่าธรรมเนียมการโอน 2% คิดจากราคาประเมินของทางราชการ
  • ค่าอากรแสตมป์ 0.5% หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% (คิดอย่างใดอย่างหนึ่ง) คิดจากราคาซื้อ-ขายฝาก แต่ถ้าราคาซื้อ-ขายฝากต่ำกว่าราคาประเมิน ให้ใช้ราคาประเมินราชการ
  • ค่าคำขอ ค่าพยาน ตามเกณฑ์ของกรมที่ดิน

ในกรณีนิติบุคคล:

  • ค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย 1% ของราคาซื้อ-ขายหรือราคาประเมินราชการ (อย่างใดอย่างหนึ่งที่มูลค่าสูงกว่า)
  • ค่าธรรมเนียมการโอน 2% คิดจากราคาประเมินของทางราชการ
  • ค่าอากรแสตมป์ 0.5% หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% (คิดอย่างใดอย่างหนึ่ง) คิดจากราคาซื้อ-ขายฝาก แต่ถ้าราคา ซื้อ-ขายฝากต่ำกว่าราคาประเมิน ให้ใช้ราคาประเมินราชการ
  • ค่าคำขอ ค่าพยานตามเกณฑ์ของกรมที่ดิน

ทั้งนี้ผู้ขายฝากยังจะต้องเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่ายในการต่อสัญญาขายฝาก และค่าไถ่ถอนการขายฝาก อีกด้วย

  • ค่าต่อสัญญาขายฝาก แปลงละ 50 บาท
  • ค่าไถ่ถอนการขายฝาก ต้องเสียค่าใช้จ่ายที่สำนักงานที่ดินอีกครั้ง ทั้งในกรณีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยตัองเสียภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร ค่าอากร 0.50% ค่าคำขอและค่าพยาน เสมือนการซื้อกลับมา โดยได้รับยกเว้นค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ และค่าธรรมเนียม 2 % (โดยจะคิดค่าธรรมเนียมเหลือ 50 บาทต่อแปลง )

- Smartfinn จะคิดค่าบริการในการขายฝากจากผู้ขายฝากในอัตราเพียง 2.99% (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) ของราคาขายฝาก (แต่ขั้นต่ำค่าบริการต้องไม่น้อยกว่า 45,000 บาท บวกกับภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) เมื่อสามารถทำการขายฝากบนระบบของSmartfinnได้สำเร็จ หากยังไม่ได้ทำการขายก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ (นอกจากค่าใช้จ่ายในการทำรายงานการประเมินทรัพย์สินซึ่งผู้ขายฝากต้องชำระโดยตรงกับบริษัทที่ทำการประเมิน)

- ส่วนผู้ซื้อฝาก ทางสมาร์ทฟินน์ไม่มีการเก็บค่าบริการในการซื้อฝากผ่านระบบ แต่อาจมีค่าบริการเฉพาะในบางกรณีของแต่ละท่าน เช่น ค่าบริการในการให้เจ้าหน้าที่ Smartfinn พาไปดูทรัพย์สินของผู้ขายฝากเป็นต้น


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 064-934-8739