Home » Posts Tagged "คอลลิเออร์ส"

คอนโดฯ พัทยาเหลือขายกว่า 1.2 หมื่นยูนิต

ตลาดคอนโดมิเนียมในพัทยาปี 2561 ผู้ประกอบการโหมเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มอีกกว่า 10,000 ยูนิต ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 55,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 367.1%  สูงที่สุดในรอบ  4 ปีที่ผ่านมา กลับไปเหมือนในช่วงปี พ.ศ. 2554–2557 ที่อุปทานเปิดขายใหม่ของคอนโดมิเนียมในพัทยากว่าปีละ 10,000 ยูนิต ในขณะที่สต็อคเหลือขายยังรอการระบายอีกกว่า 12,000 ยูนิต เช่นเดี่ยวกัน ผู้ประกอบการต้องระมัดระวังในการพัฒนาโครงการใหม่ เนื่องจากผู้ซื้อส่วนใหญ่ของตลาดคอนโดมิเนียมในพัทยาเป็นกลุ่มนักลงทุน หวังผลตอบแทนจากการลงทุน ซึ่งน้อยมากที่จะเน้นซื้อเพื่อการอยู่อาศัยจริง ไม่ควรโหมเปิดตัวโครงการใหม่มากเกินไป จนตลาดไม่สามารถดูดซับได้ทัน ซึ่งในขณะนี้ยังพบว่าอุปทานและอุปสงค์ยังคงสวนทางกัน   นายภัทรชัย ทวีวงศ์  ผู้จัดการอาวุโสแผนกวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมในพัทยาว่า มีอุปทาน(supply)ที่เปิดขายใหม่ของคอนโดมิเนียมในปี 2561 สูงถึง 10,239 ยูนิต  มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 55,000 ล้านบาท ซึ่งพบว่าเพิ่มขึ้นจากในปี2560 ถึง 8,047 ยูนิต หรือมากกว่า 367.1% ถือว่าสูงที่สุดในรอบ 

สต๊อกคอนโดฯสร้างเสร็จบวมเกือบ 3 แสนลบ.

คอลลิเออร์สฯเผยตัวเลขคอนโดฯสร้างเสร็จเหลือขายในกรุงเทพฯและปริมณฑลกว่า 30,000 ยูนิตรวมมูลค่าเกือบ 3 แสนล้นบาท และยังมีคอนโดมิเนียมอีกมากกว่า 50,000 ยูนิตที่มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2562   นายภัทรชัย ทวีวงศ์  ผู้จัดการอาวุโสแผนกวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยถึง ตัวเลขของอุปทาน (Supply)ของคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่ก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ก่อนมีการปรับอัตรา LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ ที่จะเริ่มให้ในวันที่ 1 เมษายน 2562 พบว่ามีอยู่ประมาณ 170,906 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าทั้งหมดประมาณ 1.922 ล้านล้านบาท(ลบ.)  ขายไปแล้วประมาณ 139,913 ยูนิต  คิดเป็น 81.9%  จากอุปทานทั้งหมดคิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.647 ล้านล้านบาท และมีหน่วยเหลือขายทั้งหมดประมาณ 30,993  ยูนิต คิดเป็น 18.1%  ด้วยมูลค่าประมาณ  274,745 ล้านบาท หากจำแนกเป็นรายจังหวัดดังนี้   ในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีคอนโดมิเนียมที่ก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ที่ประมาณ

10 สถานีดาวเด่น คอนโดฯ ร้อนแรงที่สุดปี 2561

คอลลิเออร์สฯ เผยปี 2561 กรุงเทพฯ มีคอนโดฯ เปิดขายใหม่ จำนวน 158 โครงการ ประมาณ 65,968 ยูนิต ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 315,200 ล้านบาท มากที่ในรอบ 30 ปี พร้อมเปิด 10 สถานี BTS และ MRT ดาวเด่นที่มีคอนโดฯ เปิดตัวร้อนแรงที่สุดแห่งปี   รายงานข่าวจากฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย แจ้งว่า ในปี 2561 ที่ผ่านมา ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่มากถึง 158 โครงการ ประมาณ 65,968 ยูนิต ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 315,200 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามากที่สุดในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา ซึ่งหากพิจารณาถึง Top 10 ของดีเวลลอปเปอร์ ที่เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมมากที่สุดในปีนี้ทั้งในเรื่องของยูนิตที่เยอะที่สุดและมูลค่าการลงทุนมากที่สุด  ดังนี้ บมจ. แสนสิริ

ค้าปลีกย่านบางนา – ตราดเดือด ! บิ๊กดีเวลลอปเปอร์แข่งผุดรูปแบบ Mixed-use รวมมูลค่ากว่า 1.86 แสนลบ.

ค้าปลีก ทำเลบางนา-ตราดเดือด คอลลิเออร์ส ฯ เผยบิ๊กดีเวลลอปเปอร์ “กลุ่มเดอะมอลล์-แมกโนเลีย-เอสเอฟ ดีเวลอปเมนท์- CPN และกลุ่มสยามพิวรรธน์” ลงสนามแข่งผุดโครงการในรูปแบบ Mixed-use คาดใน 5 ปีทะลักอีกกว่า 1 ล้านตารางเมตร รวมมูลค่าการลงทุนประมาณ 186,600 ล้านบาท   “บางนา-ตราด” เป็นทำเลทองที่มีศักยภาพด้านการลงทุนค่อนข้างสูง เห็นได้จาการขยายตัวของเมืองจากกรุงเทพชั้นในสู่รอบนอก และการพัฒนาคมนาคมทั้งถนน ทางด่วน โครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างคาดก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2564 นอกจากนี่ยังมีแผนพัฒนาพื้นที่ย่านบางนาจากภาครัฐเพื่อเพิ่มศักยภาพย่านบาวงนาให้น่าสนใจเพิ่มมากขึ้นเช่นโครงการรถไฟฟ้ารางคู่ขนาดเบา (Light Rail) สายบางนา-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปัจจัยเหล่านี้นอกจากจะเอื้อต่อการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยทั้งแนวสูง และแนวราบแล้ว ยังพบว่าโซนนี้กำลังจะกลายเป็นสมรภูมิเดือดของยักษ์ใหญ่ที่ทุ่มทุนสร้าง บิ๊กโปรเจ็กต์ในรูปแบบโครงการมิกซ์ยูส( Mixed-use)แบบมาครบ จัดเต็ม   นายภัทรชัย ทวีวงศ์  ผู้จัดการอาวุโสแผนกวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมพื้นที่ค้าปลีกในย่านบางนา-ตราดในปัจจุบันมีทั้งหมดประมาณ  501,367 ตารางเมตร(ตร.ม.) โดยแบ่งเป็น ศูนย์การค้า ประมาณ

เปิดโพย ! ซัพพลายบ้าน-คอนโดฯ 3 จังหวัดพื้นที่ EEC

ฝ่ายวิจัยข้อมูล“คอลลิเออร์สฯ” เผยภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยใน 3 จังหวัดพื้นที่ EEC ช่วงครึ่งแรกของปี 2561มีจำนวนหน่วยเหลือขายทั้งบ้านจัดสรรและคอนโดฯรวมทั้งสิ้นกว่า 6 หมื่นยูนิต ขณะที่แรงซื้อต่างชาติซื้อเต็มเพดานตามกฎหมายกำหนด 49% คุ้มการลงทุนหลังเจ้าของโครงการงัดเทคนิคการขายในรูปแบบการันตีผลตอบแทน   นายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล( ประเทศไทย ) จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในพื้นที่เขตุพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทั้ง 3 จังหวัดคือ ฉะเชิงเทรา,ชลบุรี และ จังหวัดระยองนั้น พบผลจากการที่ภาครัฐบูมการลงทุนในเขตุพื้นที่ EEC ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้มีการเข้าไปลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยค่อนข้างมาก โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2561มีซัพพลาย(อุปทาน)ที่อยู่ระหว่างการขายจำนวนทั้งสิ้น 202,166 ยูนิต มีหน่วยขายไปแล้วทั้งสิ้น 140,021 หน่วย หรือคิดเป็นสัดส่วนการขายไปกว่า 69.2% โดยแบ่งเป็นที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม มีจำนวนทั้งสิ้น 95,424 ยูนิต และเป็นที่อยู่อาศัยประเภท บ้านจัดสรรมีจำนวนทั้งสิ้น 106,742 ยูนิต โดยในจำนวนหน่วยของคอนโดมิเนียมที่อยู่ระหว่างการขายนั้นพบว่าสามารถขายไปแล้วจำนวน 78,995 ยูนิตหรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า

กลุ่มนักลงทุน-ผู้ซื้อจากจีนกวาดอสังหาฯไทย

กลุ่มนักลงทุน–ผู้ซื้อจากจีนแห่ลงทุนอสังหาฯไทยทะลักแล้วกว่า 1.73 แสนล้านบาท กระจายทั้งในกรุงเทพฯและหัวเมืองท่องเที่ยวหลัก   ในช่วง 2 -3 ปีที่ผ่านมา นักลงทุนจากจีนให้ความสนใจตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทยเพิ่มมากขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยล่าสุดที่จะมีการเปิดแถลงข่าวในวันที่ 3 ก.ค.2561 นี้คือบริษัท ทีซี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด   เปิดตัว “โครงการ One9Five” มูลค่าโครงการ 13,000 ล้านบาท(ลบ.) โครงการคอนโดมิเนียมระดับพรีเมียมลักชัวรี่ บนทำเล อโศก-พระรามเก้า หรือ New CBD ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สุดหรูสำหรับคนรุ่นใหม่ พร้อมคอนเซ็ปท์ Urban Midtown Oasis พื้นที่สีเขียวใหญ่ที่สุดใจกลางเมือง และเป็นโครงการที่สองของทีซี ดีเวลลอปเม้นท์ ที่ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 11 ไร่เศษ พัฒนาเป็นอาคารสูง 61 ชั้น 2 อาคาร คือ อาคาร A จำนวน 954 ยูนิต และอาคาร B จำกนวน 957

พื้นที่ค้าปลีกในกรุงเทพฯปี 2561 เติบโต4-5%

พื้นที่ค้าปลีกในกรุงเทพมหานครยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี2561อยู่ที่ระดับ 4-5% แม้จะมีความท้าทายที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับกำลังซื้อที่ลดลงและแนว โน้มการช้อปปิ้งออนไลน์ที่กำลังเติบโต ระบุผลการเปิดตัวในโครงใหม่ๆและกำลังจะก่อสร้างแล้วเสร็จทำให้พื้นที่รวมในธุรกิจค้าปลีก  อาจจะสูงไปจนถึง 9,000,000 ตร.ม. ใน 2-3 ปีข้างหน้าจากปัจจุบันประมาณ 7,938,248 ตร.ม.   ทิศทางตลาด อุปสงค์ ผู้ประกอบการโครงการพื้ที่ค้าปลีกพยายาม ดึงดูดผู้ซื้อที่มีกำลังซื้อสูง โดยการเพิ่มแบรนด์ร้านค้าระดับไฮเอนด์และลักซ์ชัวรี่ในโครงการของตัวเอง ในขณะที่ผู้ประกอบการซุปเปอร์สโตร์มอลล์ยังมีการนำเข้าผลิตภัณฑ์ระดับลักซ์ชัวรี่เข้ามา   อุปทาน พื้นที่ค้าปลีกใหม่ประมาณ 59,579 ตารางเมตร (ตร.ม.)เปิดให้บริการในช่วง 1 ไตรมาสที่ผ่านมานี้ของปี 2561 และอีกประมาณ 31,142  ตร.ม. มีกำหนดเปิดให้บริการในช่วงไตรมาสที่ 2/2561    อัตราการเช่า  อัตราการเช่าเฉลี่ยในทุกทำเลสูงกว่า 90%   ค่าเช่า ค่าเช่าเฉลี่ยในทุกทำเลของกรุงเทพมหานครและ พื้นที่โดยรอบในไตรมาสที่ 1 /2561ไม่แตกต่างจากไตรมาสที่ผ่านมา   พื้นที่ค้าปลีกประมาณ  59,579  ตร.ม.เปิดให้บริการในไตรมาสที่1/2561 และอีกประมาณ 181,242 ตร.ม.มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2561พื้นที่ค้าปลีกรวมทั้งหมดในกรุงเทพฯและพื้นที่โดยรอบอยู่ที่ประมาณ 7,938,248 ตร.ม. ดดยพื้นที่ค้าปลีกประมาณ

ตลาดเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ ‘รุ่ง’หลังต่างชาตินิยม

ตลาดเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์กรุงเทพมหานคร ทิศทางตลาด อุปสงค์ ชาวต่างชาติที่มีใบอนุญาตทำ งานในกรุงเทพ มหานคร ณ ไตรมาสที่ 1 /2561 มีประมาณ87,600 คนและเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อุปทาน เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ประมาณ 20,252 ยูนิตในกรุงเทพมหานคร ณ ไตรมาสที่ 1/ 2561 อัตราการเช่า อัตราการเช่าเฉลี่ยในทุกทำ เลเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและส่วนใหญ่มีอัตราการเช่าสูงกว่า 70% ค่าเช่า ค่าเช่าเฉลี่ยในปีพ.ศ.2561 จะยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องแต่ในอัตราไม่มากนักเพราะว่าผู้เช่าส่วนใหญ่ของเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์เป็นสัญญาเช่าระยะยาว   เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ในกรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีการแข่งขันที่ค่อนข้างรุนแรงระหว่างเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ คอนโดมิเนียม และ High-end อพาร์ทเม้นท์ในพื้นที่เมืองชั้นในของกรุงเทพมหานคร ชาวต่างชาติที่เข้ามาทำ งานในกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นยังสนใจพักในเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์มากกว่า จึงทำ ให้เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ยังคงมีโครงการใหม่ ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการขนาดเล็กและอยู่ในถนนสายรองหรือว่าซอยที่แยกจากถนนสุขุมวิท   เนื่องจากต้นทุนในเรื่องของราคาที่ดินและต้นทุนของการก่อสร้างก็เพิ่มมากขึ้นทุกๆปี ทำให้ผู้ประกอบการสนใจในการพัฒนาคอนโดมิเนียมมากกว่าเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์เพราะคอนโดมิเนียมให้ผลตอบแทนที่รวดเร็วกว่า แต่ในปี 2561 จะเห็นว่าผู้ประกอบการรายใหญ่ 4-5 ราย สนใจในการพัฒนาโครงการเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์บนพื้นที่เช่าระยะยาวมากขึ้นในพื้นที่สุขุมวิทชั้นในและ ย่านรัชดา-พระราม 9 ฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ปรเทศไทย ระบุว่าเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ประมาณ