Home » Posts Tagged "ธนาคารแห่งประเทศไทย"

ธปท. เตรียมสรุปความเห็นก่อนออกหลักเกณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยต้นเดือน พ.ย.นี้

ธปท.เตรียมสรุปความเห็นก่อนออกหลักเกณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัย ย้ำมาตรการนี้ เป็น “มาตรการในเชิงป้องกัน”มุ่งเน้นการสร้างวินัยให้มีการออมบางส่วนก่อนกู้เพื่อซื้อที่อยู่อาศัย รวมทั้งป้องกันการเก็งกำไร โดย “การลด demand เทียม”จะใช้บังคับเฉพาะกรณีการผ่อนที่อยู่อาศัย 2 หลังขึ้นไปพร้อมๆ กัน และจะไม่กระทบกรณีที่ผ่อนหลังที่ 1 เสร็จแล้ว คาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงต้นเดือน พ.ย. 2561 นางวจีทิพย์ พงษ์เพ็ชร ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ  เปิดเผยว่า หลังจากที่เปิดรับฟังความเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงเกณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งมีผู้ให้ข้อเสนอแนะเข้ามาจำนวนมาก ทั้งจากประชาชนผู้บริโภค สถาบันการเงิน และผู้ประกอบการ โดย ธปท. ขอขอบคุณทุกความเห็น   สำหรับความเห็นที่ได้รับครอบคลุมหลายประเด็น อาทิ วันที่เริ่มบังคับใช้ ความหมายของบ้านหลังที่ 2 หรือสัญญาที่ 2 อัตราการวางเงินดาวน์ของสัญญาที่ 2 หรือสัญญาที่ 3 เป็นต้น ซึ่ง ธปท. จะนำข้อเสนอแนะมาประกอบการพิจารณา ก่อนจะกำหนดหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมต่อไป คาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงต้นเดือน พ.ย. 2561  

แบงก์ชาติ สกัดเก็งกำไรบ้านหลังที่ 2 ราคามากกว่า 10 ลบ. ต้องดาวน์ 20%

แบงก์ชาติ คลอดเกณฑ์ LTV สกัดเก็งกำไรเพิ่มเงินดาวน์บ้านมากกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป และบ้านหลังที่ 2 ต้องดาวน์อย่างน้อย 20% สินเชื่อที่ปล่อยกู้นับรวมสินเชื่อ top-up ทุกประเภทที่อ้างอิงหลักประกันเดียวกัน ต้องไม่เกิน 100% ของหลักประกัน คาดบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562   หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ ได้ส่งสัญญาณถึงการเกิดดีมานด์เทียมในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียม ทำให้กลายเป็นเรื่องที่ถกเถียงและพูดถึงกันอย่างกว้างขวางของผู้คนในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ สถาบันการเงินมานานกว่า 2-3 สัปดาห์  ด้วยเพราะ ธปท. เองได้เห็นข้อมูลการปล่อยสินเชื่อภาคอสังหาริมทรัพย์ในส่วนของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงินหรือธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ในลักษณะที่คิดได้ว่า เป็นการผ่อนปรนหลักเกณฑ์ที่ทำให้เกิดความเสี่ยงในหลายๆ เรื่อง ทำให้เกิดเป็นข้อกังวลกันในหลากหลายประเด็น ทั้ง “เงินทอนคอนโดฯ” รวมถึง “การประเมินราคาหลักประกัน” ทั้งนี้ การผ่อนปรนเกณฑ์การให้สินเชื่อต่างๆ อาจนำไปสู่การก่อหนี้เกินตัว ซึ่งในช่วงต้นๆ อาจมองความเสี่ยงไม่ชัดเจน แต่ถ้าสะสมไปเรื่อยๆ ก็จะกลายเป็นความเสี่ยงในที่สุด เพื่อสกัดปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ล่าสุด (4 ตุลาคม 2561) ธปท.ได้ออกมาตรการ

สมาคมธนาคารไทยเตรียมข้อมูลพร้อมหารือธปท. คุมเข้มปล่อยสินเชื่อ

สมาคมธนาคารไทยเผยภาพรวมตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยยังทรงตัว แต่บางกลุ่มอาจมีปัญหาตามที่ธปท. เห็นปัญหา ระบุการเรียกร่วมหารือถือเป็นเรื่องปกติ ด้าน KBANK มั่นมาตรการป้องกันเป็นระบบตามขั้นตอน ด้าน BAY พบความเสี่ยงปล่อยสินเชื่อในบางแบงก์  ไม่ต้องการให้ผู้ซื้อจริงรับผลกระทบ เตรียมรวบรวมข้อมูลนำเสนอธปท.     นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย และกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยถึงกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีการเรียกสมาคมธนาคารไทย และภาคอสังหาริมทรัพย์เข้าไปหารือเพื่อแก้ไขปัญหาการเก็งกำไรในภาคอสังหาริมทรัพย์ว่า ธปท. มองเห็นตัวเลขภาพรวมทั้งระบบสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ซึ่งอาจจะเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบ จึงมีการเรียกธนาคารพาณิชย์เข้าไปหารือ และให้ข้อมูล อย่างไรก็ตาม  ที่ผ่านมาธนาคารแต่ละแห่งมีการให้เกณฑ์กำกับดูแลการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งการพิจารณาให้สินเชื่อ รวมถึงให้ความสำคัญกับคุณภาพสินเชื่อที่ปล่อยออกไปอยู่แล้ว และที่ผ่านมา ธปท. ก็มีความระมัดระวังและกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งในช่วงที่มีปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง ได้มีการหารือที่จะช่วยกันแก้ปัญหา   ปัจจุบันภาพรวมตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัย และคุณภาพสินเชื่อยังทรงตัว แต่อาจจะมีลักษณะบางประเภทหรือบางกลุ่มที่ธปท. เห็นปัญหา และอาจจะมีการพิจารณาร่วมกันว่าจะมีมาตรการดูแลอย่างไร โดยการที่จะมีการหารือกันถือเป็นเรื่องปกติ มองว่าเป็นการหารือกันด้วยความห่วงใยว่าบางกรณีอาจจะให้สินเชื่อมากไปหรือไม่ ทั้งนี้จะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบว่าเป็นห่วงโครงการลักษณะใด ข้อมูลที่ธปท. กังวลเป็นอย่างไร และนำข้อมูลมาพิจารณาร่วมกัน ส่วนจะเข้มงวดในการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นหรือไม่ ขึ้นกับการหารือร่วมกันกับธปท. ก่อน    “ธนาคารพาณิชย์มีการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยทุกวัน ขณะเดียวกันลูกค้าก็มีชำระคืนทุกวัน และการผิดนัดชำระหนี้ก็มีทุกวันเช่นกัน แต่ต้องพิจารณาว่ากรณีที่ผิดนัดชำระอาจจะเกิดจากมีปัญหาชั่วคราวหรือไม่ หากสามารถแก้ไขปัญหาได้ลูกค้าก็อาจจะกลับมาชำระหนี้ได้ จึงต้องพิจารณารายละเอียด” นายปรีดี กล่าว   นายปรีดี กล่าวว่า สำหรับการดูแลและความระมัดระวังในการให้สินเชื่อของธนาคารกสิกรไทยฯ จะดูทั้งระบบตั้งแต่ที่ผู้ประกอบการมาเสนอโครงการขอสินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการ ซึ่งธนาคารต้องพิจารณาความเป็นไปได้ในการขายด้วยว่าขายได้หรือไม่  เพื่อป้องกันการไม่ให้มีซัพพลายเข้ามาในตลาดมากเกินไป หากประเมินว่าขายได้ก็อนุมัติสินเชื่อ และให้ดำเนินการขายต่อและเมื่อก่อสร้างเสร็จก็จะต้องพิจารณาคุณสมบัติผู้กู้รายย่อยมาขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยว่ามีความสามารถในการกู้และผ่อนชำระได้   ด้านนายณัฐพล ลือพร้อมชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY กล่าวว่า ในช่วงระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา ธนาคารได้ตรวจพบปัญหาความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยเช่นกัน ซึ่งสังเกตจาก NPL ที่เพิ่มขึ้น โดยพบมีเกิดขึ้นในธนาคารบางแห่ง

LPN โอดแบงก์ลดวงเงินสินเชื่อเหลือ 60% หลังแบงก์ชาติส่งสัญญาณดีมานด์เทียมในตลาดคอนโดฯ

LPN โอดหลังแบงก์ชาติส่งสัญญาณดีมานด์เทียมในตลาดคอนโดฯ ส่งผลแบงก์เข้มปล่อยกู้ ลดเพดานวงเงินสินเชื่อเหลือ 60 % “โอภาส ศรีพยัคฆ์” ยอมรับตลาดคอนโดฯ เริ่มอิ่มตัว พร้อมปรับแผนเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบมากขึ้น   นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงไตรมาส 3/2561 ที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับช่วงเดี่ยวกันของปีก่อนพบว่า ไตรมาส 3 ปีนี้แย่สุด โดยคาดยอดโอนโดยรวมทั้งตลาดน่าจะลดลง 20 %  ขณะที่ตลาดก็มีการแข่งขันกันค่อนข้างรุนแรง ผ่านแคมเปญอยู่ฟรี ผ่อนต่ำ ฯลฯในขณะเดียวธุรกิจยังเผชิญกับปัญหาแบงก์ก็เข้มงวดในการปล่อยกู้ แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าในช่วงไตรมาส 4 ตลาดน่าจะดีขึ้น นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ “วันนี้ไม่ใช่ปฏิเสธไม่ให้กู้ แต่ให้ไม่เต็มวงเงิน หลักๆ ที่แบงก์ดูก็คือ รายได้กับภาระหนี้ ถ้าแบงก์ไม่ปล่อยกู้ ก็คงจะมองหน้าผู้ประกอบการไม่ได้ จึงใช้การลดวงเงินกู้ไปเรื่อยไปๆ บางแบงก์ปล่อยกู้เพียง 60 % ราคาประเมินก็ต่ำ” นายโอภาส กล่าว พร้อมกับว่า การที่แบงก์ส่งสัญญาณคุมเข้มปล่อยกู้อสังหาฯ ออกมาผ่านการลดเพดานเงินกู้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากแรงบีบที่ธนาคารแห่งประเทศไทย