Home » Posts Tagged "นายสุรเชษฐ กองชีพ"

ส่อง ! ตลาดคอนโดฯ รอบสถานีรถไฟฟ้าบางหว้า

พื้นที่รอบสถานีรถไฟฟ้าบางหว้าเป็นอีกพื้นที่ที่น่าสนใจและน่าจับตามองในอนาคตเพราะสถานีบางหว้ามีความเป็นชุมชนมาก่อนหน้านี้แล้วและหลังจากที่รถไฟฟ้าสถานีบางหว้าเปิดให้บริการสถานีนี้เป็น 1 ในสถานีที่มีคนใช้บริการรถไฟฟ้าอันดับต้นๆ แม้ว่าจะเป็นสถานีรถไฟฟ้าปลายทางก็ตาม ภาพรวมทำเลบางหว้า เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินจะเป็นปัจจัยบวกใหม่ โครงการคอนโดมิเนียมใหม่เปิดขายมากขึ้น ร้านค้าสมัยใหม่มีมากขึ้น เมื่อผังเมืองเปลี่ยนราคาที่ดินจะแพงขึ้น ราคาคอนโดมิเนียมจะแพงขึ้นต่อเนื่อง ที่ดินริมถนนเพชรเกษมเหลือน้อย คนต่างชาติในทำเลนี้เยอะขึ้น นายสุรเชษฐ กองชีพ นักวิจัยตลาดอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการให้ความสนใจกับพื้นที่รอบสถานีรถไฟฟ้าบางหว้ามาก่อนหน้านี้หลายปีแล้วตั้งแต่ก่อนที่สถานีบางหว้าจะเปิดให้บริการปี 2556 เพราะเส้นทางรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายที่ข้ามสะพานตากสินมาถึงสถานีบางหว้านั้นเสร็จสมบูรณ์มาหลายปีก่อนหน้านี้แล้วเพียงแต่รอการติดตั้งระบบเดินรถไฟฟ้าเท่านั้น ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงมั่นใจว่าอย่างไรก็ตามสถานีรถไฟฟ้าบางหว้าจะต้องเปิดให้บริการแน่นอนในอนาคต จึงมีผู้ประกอบการบางรายเข้ามาหาซื้อที่ดินและเปิดขายโครงการคอนโดมิเนียมกันก่อนหน้านี้แล้วเพียงแต่แต่มีจำนวนไม่มากนักและเป็นโครงการคอนโดมิเนียมที่มีราคาขายไม่สูงมากนัก   ภายหลังจากการเปิดให้บริการแบบสมบูรณ์ของสถานีรถไฟฟ้าบางหว้าในช่วงปลายปี 2556 จึงเริ่มมีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายมากขึ้นและต่อเนื่องแบบเห็นได้ชัด เพียงแต่ที่ดินรอบๆ สถานีรถไฟฟ้าบางหว้ามีไม่มากนักโดยเฉพาะที่ดินที่อยู่ในแนวถนนเพชรเกษมเพราะเป็นอาคารพาณิชย์ตลอดทั้ง 2 ฝั่ง ผู้ประกอบการบางรายจึงจำเป็นต้องเลือกที่ดินที่อยู่ไกลออกไปหรือไม่ได้อยู่บนถนนเพชรเกษมจำนวนคอนโดมิเนียมสะสมรอบสถานีรถไฟฟ้าบางหว้าจึงมีไม่มากนัก โดย ณ ปัจจุบันมีคอนโดมิเนียมที่เปิดขายแล้วก่อนหน้านี้สะสมอยู่ในพื้นที่อยู่ประมาณ 5,087 ยูนิต โดยมีคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในปี 2561 มากที่สุดคือประมาณ 1,451 ยูนิตมากที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา แต่คาดว่าเมื่อเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเปิดให้บริการในปี 2562 จะมีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่มากขึ้นแน่นอน   อัตราการขายเฉลี่ยคอนโดมิเนียมในพื้นที่นี้อยู่ที่ประมาณ 81% โดยโครงการที่อยู่ในพื้นที่ตามแนวถนนเพชรเกษมมีอัตราการขายเฉลี่ยสูงกว่าเพราะเป็นพื้นที่ที่มีโครงการที่เปิดขายมาหลายปีก่อนหน้านี้อยู่แล้วหลายโครงการและส่วนใหญ่ปิดการขายไปแล้ว โครงการที่อยู่ไกลออกไปจากสถานีรถไฟฟ้าบางหว้ามีอัตราการขายเฉลี่ยที่ไม่สูงมากนักโดยเฉพาะในโครงการที่เปิดขายใหม่และมีราคาขายเริ่มต้นมากกว่า 80,000 บาทต่อตารางเมตร เพราะในพื้นที่นี้ยังมีโครงการที่สร้างเสร็จแล้วที่มีราคาขายต่อต่ำกว่า 80,000 บาทต่อตารางเมตรรวมไปถึงในพื้นที่รอบสถานีรถไฟฟ้าก่อนหน้านี้ เช่น

คอนโดฯ ไตรมาส Q3 ปีนี้เปิดใหม่เพิ่ม 215% เทียบไตรมาสก่อน

ตลาดคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯไตรมาสที่ 3 ปี 2561 ประมาณ 23,559 ยูนิตเติบโตมากกว่าไตรมาสที่ 2 ปีนี้ถึง 215% และมากกว่าไตรมาสที่ 3 ปี 2560 ถึง 180% โดยเป็นโครงการที่เปิดขายในแนวเส้นทางรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการแล้วในปัจจุบันมากถึง 63% คาดคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในปี 2561 นั้นมีความเป็นไปได้ที่จะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 56,000 ยูนิต นายสุรเชษฐ กองชีพ นักวิจัยตลาดอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยถึง ตลาดคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในกรุงเทพมหานคร (กทม.)ในไตรมาสที่ 3 ปี 2561 ประมาณ 23,559 ยูนิตมากที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา และมากกว่าไตรมาสที่ 2 ปีนี้ถึง 215% ซึ่งมาก กว่าไตรมาสที่ 3 ปี 2560 ประมาณ 180% โดยเป็นโครงการที่เปิดขายในแนวเส้นทางรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการแล้วในปัจจุบันมากถึง 63% เพราะผู้ประกอบการยังคงต้องการเปิดขายโครงการคอนโดมิเนียมในพื้นที่ที่ผู้ซื้อสามารถมองเห็นศักยภาพได้เลยในปัจจุบัน โดยไม่ต้องรออีกหลายปีแบบในพื้นที่อื่นๆ ที่ต้องรอโครงการรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างแล้วเสร็จ  หรือว่าในพื้นที่ตามแนวเส้นทางที่ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง เนื่องจากทางผู้ประกอบการนั้นเข้าใจภาวะตลาดคอนโดมิเนียมในปัจจุบันที่ยังไม่ฟื้นตัว อีกทั้งกำลังซื้อก็มีอยู่จำกัด ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องเลือกเปิดขายโครงการใหม่ในพื้นที่ที่มีความน่าสนใจในปัจจุบัน อีกทั้งยังต้องเลือกพื้นที่ที่สามารถพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในราคาที่ไม่สูงมากเกินไปด้วย  

ลุ้นผังเมืองเปลี่ยน! พลิกโฉม รัชดา-พระราม9(อีกครั้ง)

กลุ่มทุนใหญ่จ่อทุ่มเม็ดเงินปั้นบิ๊กโปรเจกต์ พร้อมลุ้นผังเมืองเปลี่ยนพลิกโฉม รัชดา-พระราม9 (อีกครั้ง) จับตากลุ่ม“เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี”ปัดฝุ่นที่ดินผืนงามกว่า 28 ไร่ของ “เมืองรุ้ง”เก่าออกพัฒนาใหม่ ขณะที่พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค งัดที่ดินเช่า 2 ฝั่งถนนรัชดาฯผุดโครงการใหญ่ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้รวมมูลค่า 10,000 ล้านบาท   “รัชดาภิเษก-พระราม 9 ” เป็นหนึ่งในถนนที่ได้รับความสนใจจากบิ๊กทุนอสังหาฯดาหน้าเข้ามาผุดโปรเจกต์อย่งไม่ขาดสาย เพราะนอกจากจะมีรถไฟฟ้าใต้ดินแล้วถนนเส้นนี้ยังเชื่อมไปยังถนนอื่นๆได้อีกหลายสายทั้งถนนหลักและถนนรองซอยย่อยที่เชื่อมต่อถึงกัน มีอาคารสำนักงานทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่รวมกันแล้วไม่ต่ำกว่า 656,000 ตารางเมตร(ตร.ม.) มีคนทำงานในย่านดังกล่าวไม่น้อยกว่า 60,000 คน(ข้อมูลจากฝ่ายวิจัยตลาด ไรส์แลนด์ ฯ)ยิ่งโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี มีความชัดเจนเรื่องการก่อสร้างและมีความคืบหน้าเรื่อยๆ นั่นเท่ากับว่าได้เพิ่มเสน่ห์ให้กับทำเลดังกล่าวขึ้นไปอีกมาก ทั้งนี้หากพิจารณาที่ดินแปลงใหญ่ที่รอพัฒนาในย่านดังกล่าวนั้นมีอยู่หลายแปลงที่อยู่ในมือกลุ่มทุนใหญ่ อาทิ กลุ่มบริษัทที.ซี.ซี.เอ็มไพร์ ทาวเวอร์ จำกัด ธุรกิจอสังหาฯของ  “เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี” ที่ไล่ซื้อที่ดินของบริษัท เมืองรุ้ง จำกัด มาตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปี 2553 รวมทั้งสิ้น 19 โฉนดรวมเนื้อที่กว่า 28ไร่ หรือ 9,818 ตารางวา

ส่อง ! ตลาดคอนโดฯตามแนวถนนรัชดาภิเษกจ่อสร้างเสร็จเพิ่ม 5,851 ยูนิต

พื้นที่ตามแนวถนนรัชดาภิเษกและพื้นที่ตามแนวถนนสายรองหรือพื้นที่ในซอยที่แยกออกจากถนนรัชดาภิเษกต่างๆ ล้วนเป็นทำเลที่มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายมาก่อนหน้านี้เป็นสิบปีแล้ว โดยเริ่มตั้งแต่พื้นที่รอบสี่แยกรัชดาภิเษก – พระราม 9 ที่เป็นทำเลร้อนแรงในช่วง 1 – 2 ปีนี้ขึ้นไปตามแนวถนนรัชดาภิเษกถึงบริเวณที่ตัดกับถนนลาดพร้าว ซึ่งถ้าสำรวจพื้นที่ต่างๆ ตามแนวถนนรัชดาภิเษก และถนนสายรองหรือซอยที่แยกออกจากถนนรัชดาภิเษกจะพบว่าตลอดแนวถนนรัชดาภิเษกมีอาคารสำนักงานทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่รวมกันแล้วไม่ต่ำกว่า 656,000 ตารางเมตร(ตร.ม.) โดยเป็น 1 ในพื้นที่ที่มีอาคารสำนักงานเกิดขึ้นมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้เป็น 10 ปีและมีอาคารสำนักงานใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จอีกหลายอาคารซึ่งส่วนใหญ่มีอัตราการเช่ามากกว่า 80% โดยเฉพาะอาคารสำนักงานเกรด A ที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ เมื่อมีอาคารสำนักงานจำนวนมากแต่ราคาที่ดินต่ำกว่าพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจจึงส่งผลให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หลายรายมีความสนใจในพื้นที่นี้มาตั้งแต่ก่อนหน้านี้เป็น 10 ปีเช่นกัน นายสุรเชษฐ กองชีพ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยตลาด ไรส์แลนด์ (ประเทศไทย) กล่าวถึงภาพรวมของการพัฒนาพื้นที่ทั้งสองฝั่งของถนนรัชดาภิเษกว่า มีคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จแล้วในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 21,959 ยูนิต และอีกประมาณ 5,851 ยูนิตมีกำหนดแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2561 – 2564 ดังนั้น คอนโดมิเนียมรวมในพื้นที่อยู่ที่ประมาณ 27,810 ยูนิตโดยพื้นที่ที่อยู่ในซอยหรือถนนที่แยกจากถนนรัชดาภิเษกในพื้นที่ฝั่งขวาของถนนรัชดาภิเษกอาจจะมีจำนวนคอนโดมิเนียมที่เปิดขายและสร้างเสร็จน้อยกว่าพื้นที่ในฝั่งซ้ายของถนนรัชดาภิเษกแต่ในอนาคตจะมีจำนวนคอนโดมิเนียมสะสมมากกว่า เพราะมีโครงการเปิดขายต่อเนื่องและหลายโครงการมีจำนวนยูนิตมาก อีกทั้งพื้นที่ฝั่งขวามีถนนหรือซอยที่มีขนาดใหญ่กว่าทางฝั่งซ้ายของถนนรัชดาภิเษก ในขณะที่พื้นที่ริมถนนรัชดาภิเษกไม่มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่มาหลายปีแล้วเพราะที่ดินที่มีราคาสูงขึ้น เนื่องจากมีที่ดินเหลือขายไม่มากแล้วผู้ประกอบการจึงเลือกที่จะชะลอการซื้อที่ดินเพื่อเปิดขายโครงการใหม่ออกไปก่อน อีกทั้งมีทำเลอื่นๆ ที่ราคาที่ดินยังไม่สูงเกินไปอยู่ในทำเลใกล้เคียง ที่ดินริมถนนรัชดาภิเษกในพื้นที่ระหว่างสถานีพระราม 9

เปิดแกลลอรี่จำลอง “Artisan Ratchada”โครงการ Mixed-use ทำเล NEW CBD ย่านรัชดา-พระราม 9

เปิดแกลลอรี่จำลองการอยู่อาศัยจริง “Artisan Ratchada”โครงการ Mixed-use ตอบทุกโจทย์คนยุคใหม่บนทำเล NEW CBD ย่านรัชดา-พระราม 9   สมาร์ทไลฟ์ดีไซน์คอนโดฯแบบครบวงจร มูลค่าโครงการมากกว่า 6,000 ล้านบาท ทำเลใจกลาง New CBD ย่านรัชดา-พระราม 9 บนพื้นที่ 8.2 ไร่  มาตรฐานการก่อสร้างระดับโลก ลงตัวในทุกฟังก์ชัน ลํ้าสมัยด้วยระบบรักษาความ ปลอดภัย ที่เดียวจบครบทุกเรื่อง … ตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบาย การบริการเสมือนพักอาศัยอยู่ในโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว   ไรส์แลนด์ (ประเทศไทย) โดยทีมผู้บริหารนายเฑียร จึงวิรุฬโชตินันท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดแห่งประเทศไทย ไรส์แลนด์ (ประเทศไทย) และนายสุรเชษฐ กองชีพ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยตลาด ไรส์แลนด์ (ประเทศไทย) ได้จัดงานเปิดตัวโครงการ Artisan Ratchadaโครงการ Mixed-use บนทำเล NEW CBD ย่านรัชดา-พระราม 9 ซึ่งพัฒนาภายใต้บริษัท

ยักษ์อสังหาฯแห่ตั้งทีมสำรวจข้อมูลเชิงลึก รับมือการแข่งเดือดยุคดิจิทัล

การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในอดีต จะมีผู้ประกอบการเพียงไม่กี่ราย การขาย การก่อสร้างเป็นแบบค่อยๆเป็นค่อยๆไปเพราะไม่ค่อยมีคู่แข่งมากนัก ราคาที่ดินก็ไม่สูง สามารถเลือกพัฒนาได้ในหลากหลายทำเล แต่ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้น     เซกเมนต์มีให้เลือกหลากหลายและมากระดับราคา ยิ่งในยุคดิจิทัลในปัจจุบันด้วยแล้วการแข่งขันนับวันยิ่งดุเดือด การดำเนินงานแบบยุคก่อนหน้านี้แทบใช้ไม่ได้เลย เพราะการดำเนินธุรกิจในยุคนี้ต้องพึ่งเทคโนโลยีสูงมาก มีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจ ตอบโจทย์ดีมานด์คนรุ่นใหม่  และดันยอดขาย สร้างรายได้-ผลกำไร ที่มากขึ้น และอีกเรื่องหนึ่งที่ผู้ประกอบการรายใหญ่เริ่มให้ความสำคัญมากขึ้นคือการตั้งทีมวิจัยข้อมูลของคนเองขึ้นมาสำรวจข้อมูลเชิงลึกในแต่ละพื้นที่ ให้ถ่องแท้และแม่นยำ ก่อนที่จะมีการพัฒนาแต่ละโครงการจากที่ผ่านมาจะพึ่งผลสำรวจข้อมูลจากองค์กรและบริษัทต่างๆที่ดำเนินธุรกิจโดยตรง        ยุคแข่งขันเดือดเก็บข้อมูลเองลดต้นทุน นายสัมมา คีตสิน นักเศรษฐศาสตร์ด้านอสังหาฯ เปิดเผยว่า ข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญต่อการตัดสินใจพัฒนาโครงการของผู้ประกอบการยิ่งในสภาวะการแข่งขันที่สูงยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น เพราะข้อมูลที่ต้องการนั้นไม่ใช่เพียงเรื่องอุปสงค์ อุปทาน และราคาที่ดินเท่านั้น แต่ผู้ประกอบการต้องการรู้ถึงพฤติกรรมของผู้บริโภค ,แนวโน้มการพัฒนาอสังหาฯ,ต้นทุนค่าใช้จ่าย,เทคโนโลยีที่อำนวยความสะดวกให้ผู้อยู่อาศัย ,เทคโนโลยีด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีด้านการเดินทาง โดยข้อมูลดังกล่าวเป็นการเจาะจงตามความต้องการของผู้ประกอบการแต่ละราย ไม่สามารถพึ่งหน่วยงานภายนอกได้ เพราะเป็นข้อมูลเชิงลึก ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการจัดตั้งทีมงานให้ครอบคลุมในหลากหลายมิติ   “ข้อมูลการสำรวจเชิงลึกจะมีความสำคัญกับผู้ประกอบการในเรื่องการออกแบบของแต่ละโครงการว่าจะออกมาในธีมไหน เพราะลูกค้าแต่ละกลุ่มจะมีความต้องการแตกต่างกัน ซึ่งหลักการในการสำรวจข้อมูลนั้นมีหลากหลายวิธี ทั้งข้อมูลปฐมภูมิ การสำรวจ การทำแบบสอบถาม การทำโฟกัส กรุ๊ป การสร้างความสัมพันธ์ของตัวแปรต่างๆ และเพื่อสามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการรายอื่นในพื้นที่นั้นๆด้วย” นายสัมมา กล่าว   นายสัมมา กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาผู้ประกอบการรายใหญ่จะมีการลงทุนพัฒนาโครงการเพิ่มมากกว่าเดิม  ทำให้มีต้นทุนเรื่องที่ดินมากขึ้น จึงต้องมีการตัดสินใจที่ถี่ขึ้นตามไปด้วย หากไม่มีข้อมูลที่ถูกต้อง ก็จะเกิดความผิดพลาดได้ เพราะปัจจุบันการแข่งขันในธุรกิจอสังหาฯมีสูงมาก   สำหรับองค์กรหรือหน่วยงานที่ทำการสำรวจข้อมูลอสังหาฯโดยตรงนั้น ก็ยังคงมีบทบาทต่อไปในอนาคต เพราะยังมีความสำคัญในเชิงมหภาค แต่ในส่วนของข้อมูลเชิงลึกนั้น หน่วยงานของแต่ละบริษัทอสังหาฯ สามารถดำเนินการได้ดีกว่าอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ทุกบริษัทก็ต้องนำข้อมูลเชิงมหภาคมาแชร์ด้วยอยู่ดี ตั้งทีมสำรวจเองได้เปรียบข้อมูลเชิงลึก-ไม่เสียเวลารอนาน นายสุรเชษฐ กองชีพ ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดอสังหาฯมีการแข่งขันที่สูงขึ้น ความต้องการทีมสำรวจข้อมูลของแต่ละบริษัทจะมีมากขึ้น เพราะสามารถป้อนข้อมูลซึ่งมีทุกทำเล ให้ผู้ประกอบการได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องจ้างองค์กรต่างๆที่ต้องใช้ระยะเวลาในการส่งมอบข้อมูลให้ถึง 1-2 เดือน บางครั้งข้อมูลอาจไม่ตรงตามที่ผู้ประกอบการต้องการ ทำให้เสียเวลา   “ทีมสำรวจข้อมูลของแต่ละบริษัทที่ตั้งขึ้นมาจะไม่สามารถนำข้อมูลให้กับบุคคลภายนอกได้ เรียกว่าเป็นการปกปิดความลับไปในตัว และทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามนโยบายที่ผู้ประกอบการต้องการ ปัจจุบันผู้ประกอบการรายใหญ่ทำอย่างนี้กับแทบทุกราย เพราะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา เพื่อนำข้อมูลราคาที่ดิน มาคำนวณราคาขายที่อยู่อาศัยได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ”   อีกทั้งในอนาคตผู้ประกอบการอาจจะไม่ต้องพึ่งพาข้อมูลจากองค์กรต่างๆอย่างจริงจังแล้ว แต่อาจจะมีการซื้อข้อมูลทั่วไปเพื่ออัพเดทในแต่ละปีบ้าง แต่หน่วยงานภาครัฐเองนั้นยังคงต้องพึ่งพาข้อมูลจากองค์กรที่ดำเนินการสำรวจข้อมูลอสังหาฯโดยตรงอยู่อย่างต่อเนื่อง อนาคตต้องแชร์ข้อมูลร่วม-ขับเคลื่อนประเทศด้วยBig Data นางสาวอัญชนา วัลลิภากร ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บาเนีย (ประเทศไทย) จำกัด (Baania.com) กล่าวว่า ในอดีตผู้ประกอบการต้องซื้อข้อมูลการสำรวจจากองค์กรต่างๆเพื่อประกอบการตัดสินใจในการพัฒนา  แต่ปัจจุบันโดยภาพรวมแล้วทุกอย่างต้องถูก Disrupt ด้วยเทคโนโลยี ผู้ประกอบการทุกรายต้องใช้ Big Data