Home » Posts Tagged "นายอธิป พีชานนท์"

แบงก์-อสังหาฯเสนอธปท.เข้ม LTV บ้านหลังที่ 3-บี้เลื่อนใช้กลางปี 62

แบงก์-อสังหาฯเสนอธปท.ใช้ LTV Limit ที่ 80 % กับสัญญาสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยสัญญาที่3 ขึ้นไป พร้อมกับขอให้เลื่อนบังคับใช้จากวันที่ 1 มกราคมเป็น 1 กรกฎาคม 2562 แทน เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายปรับตัว ธอส.หวั่นกระทบฐานลูกค้ากลุ่มผู้มีรายได้น้อย และรายได้ปานกลาง เตรียมนำเกณฑ์ใหม่ ธปท.เสนอที่ประชุมบอร์ด 29 ต.ค.นี้  ขณะที่ “อธิป พีชานนท์” ชี้ชัดคนซื้อบ้านจัดสรรคือเรียลดีมานด์ LTV limit ที่ 80 % เป็นยาที่แรง ถ้าไม่ทบทวนคาดกระทบ จีดีพี 1 % จากสัญญาที่สองที่มีมูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท  แนะธปท.ควรคุมแบงก์ที่ปล่อยกู้โครงการ อย่าแก้ปัญหาที่ปลายเหต ด้าน “อาภา อรรถบูรณ์วงศ์” นายกสมาคมอาคารชุดไทย เสนอยกเว้นพื้นที่ กทม/ปริมณฑล-พื้นที่พิเศษอีอีซี วันนี้ (11 ตุลาคม 2561 )ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ

ตลาดทาวน์เฮ้าส์ร้อนระอุ-บิ๊กแบรนด์เปิดศึกชิงตลาดกว่า 8 หมื่นลบ.

Cr.ภาพจากโครงการ Golden Town สุขสวัสดิ์ ด้วยเพราะโจทย์ด้านทำเลและการเดินทางที่สะดวกนั้น มีความสำคัญทำให้เทรนด์การอยู่อาศัยของผู้บริโภคจะเปลี่ยนหันมาพักอาศัยในคอนโดมิเนียม ที่มีการขยายฐานกว้างขึ้นจากกลุ่มคนวัยทำงานสู่กลุ่มครอบครัวและวัยผู้ใหญ่มากขึ้น แต่จากราคาที่ดินที่ดันตัวสูงขึ้นและการปรับผังเมืองในบางพื้นที่ ได้ส่งผลให้ตลาดเกิดการเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัยมาสู่แนวราบประเภท “ทาวเฮ้าส์” หรือ “ทาวน์โฮม” ที่พบว่าตลาดมีการขยายตัวขึ้นเรื่อยๆโดยในแต่ละปีมีมูลค่าตลาดโดยรวมอยู่ที่ 60,000-70,000 ล้านบาท (ลบ.)ขณะที่มูลค่าตลาดโดยรวมอสังหาฯในกรุงเทพฯและปริมณฑลอยู่กว่า 4 แสนล้านบาท คาดตลาดทาวน์เฮ้าส์ปี 61 เติบโตกว่า15% นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ทาวน์เฮ้าส์จะเป็นสินค้าที่ทดแทนตลาดคอนโดฯ เนื่องจากว่าราคาขายคอนโดฯนั้นปรับเพิ่มสูงขึ้น คนที่มีเงินที่ซื้อคอนโดฯไม่ได้ก็จะหันไปซื้อทาวน์เฮ้าส์แทน ในขณะเดียวกันหากมองถึงความคุ้มค่าด้านพื้นที่ใช้สอย การอยู่อาศัยในทาวน์เฮ้าส์ก็จะคุ้มค่ามากกว่า หากเปรียบเทียบราคาเท่ากัน 3 ล้านบาท กล่าวคือ ถ้าซื้อคอนโดฯก็จะได้พื้นที่ใช้สอยอย่างมากก็ 30 ตารางเมตร(ตร.ม.) ในขณะที่ซื้อทาวน์เฮ้าส์ก็จะได้พื้นที่ใช้สอยไม่น้อยกว่า 90 ตร.ม.แม้ทำเลที่ซื้อจะอยู่พื้นที่รอบนอกกรุงเทพฯก็ถือว่าคุ้มค่า และเทรนด์การเติบโตของตลาดทาวน์เฮ้าส์เริ่มเห็นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา   “ผมว่าปีนี้ ตลาดทาวน์เฮ้าส์น่าจะเติบโตได้มากว่า 15 % (YoY) หรือมีมูลค่ารวมกว่า 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งเปอร์เซ็นต์การเติบโตนี้มีสัดส่วนที่มากว่าตลาดรวมที่อยู่อาศัยทั้งระบบด้วย โดยตลาดทาวน์เฮ้าส์ระดับราคาไม่เกิน 3

แนะปลดล็อกผังเมืองกรุงเทพ-ตั้งบรรษัทพัฒนาเมืองพลิกโฉมบางซื่อ บูมทำเลทองอสังหาฯ

ผู้ประกอบการอสังหาฯ แนะ “พลิกโฉมใหม่บางซื่อ บูมทำเลทองอสังหาฯไทย” ด้วยการปลดล็อกผังเมืองกรุงเทพฯเดิมเพิ่มประโยชน์การใช้พื้นที่ให้มากขึ้นจากปัจจุบันที่เป็นผังสีเหลือง FAR อยู่ที่ 5 หรือ 6 เท่า ควบคู่ไปกับการตั้ง “บรรษัทพัฒนาเมือง” ดันศักยภาพระดมทุนมากขึ้น ขยายสัญญาเช่าที่ดินจาก 30 ปี เป็น 50 ปีหรือ 99 ปีเท่ากับประเทศเพื่อนบ้าน   นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวในงานสัมมนา BANGKOK’s New Center สถานีกลางบางซื่อ : พลิกโฉมมหานครกรุงเทพ ช่วง “โฉมใหม่บางซื่อ บูมทำเลทองอสังหาฯไทย” จัดโดยนสพ.กรุงเทพธุรกิจ ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 9 พ.ค.2561 ว่า การเกิดของสถานีกลางบางซื่อ จะส่งผลให้ที่ดินในบริเวณดังกล่าวหรือพื้นที่ใกล้เคียงกลายเป็น “ทำเลทอง” แต่ในขณะเดียวกันการพัฒนาพื้นที่ยังพบว่ามีอุปสรรคที่จะต้องมีการแก้ไข นั่นคือ การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานโดยรอบ ประกอบกับพื้นที่ที่จะนำมาพัฒนาดังกล่าวนั้นเป็นในรูปแบบการเช่าที่ดิน  ดังนั้นการปรับปรุงกฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้องมีความสำคัญโดยเฉพาะ เรื่องสัญญาเช่าที่ดินน่าจะขยายสัญญาเช่าจากปัจจุบัน 30 ปีให้เป็น 99 ปีเท่ากับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น

กลุ่มธุรกิจอสังหาฯเตรียบพบ“อนุพงษ์ เผ่าจินดา”เสนอแก้ กม.ดึงต่างชาติลงทุนไทย

กลุ่มธุรกิจอสังหาฯสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เตรียมพบรมว.มหาดไทย “อนุพงษ์ เผ่าจินดา” เสนอแก้กฎหมายลดอุปสรรคต่างชาติลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในไทย ล่าสุด กรมที่ดินรับลูกปรับแก้กฎหมายอาคารชุดหวังเปิดโอกาสให้ลูกค้าต่างชาติโดยเฉพาะจากจีนนำเงินเข้ามาซื้อห้องชุดในคอนโดฯได้ง่ายขึ้น   นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรและประธานสมาคมการค้ากลุ่มธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในเร็วๆนี้จะเข้าพบพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อนำเสนอถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่อการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งหนึ่งในหัวข้อที่จะนำเสนอก็คือ การปรับแก้กฎหมายเกี่ยวกับการซื้อห้องชุดในคอนโดมิเนียมของชาวต่างชาติที่ระบุใน ม.19 พ.ร.บ.อาคารชุดว่าต่างชาติที่นำเงินเข้ามาซื้อห้องชุดนั้นจะต้องระบุรายละเอียดให้ชัดเจน “เฉพาะมาซื้อคอนโดฯ”และต้องแยกจำนวนเงินที่จะซื้อออกมาต่างหากโดยไม่สามารถนำรวมกับเงินที่จะนำมาลงทุนอย่างอื่นๆได้ ทำให้เกิดความยุ่งยากและก่อให้เกิดปัญหาในการโอนกรรมสิทธิ์ได้   ข้อจำกัดดังกล่าวถือเป็นปัญหาใหญ่โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าชาวจีนที่พบว่ามาซื้อห้องชุดในโครงการคอนโดฯมากขึ้นเรื่อยๆทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดที่เป็นเมืองท่องเที่ยวหลัก และลูกค้ากลุ่มนี้นอกจากจะมาในแบบนักท่องเที่ยวแล้ว ยังพบว่าตามมหาวิทยาลัยชื่อดังต่างๆนั้นมีนักศึกษาชาวจีนเข้ามาเรียนในไทยเป็นจำนวนมาก ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะมาเช่าหรือมาซื้อที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดฯ   “การที่ต่างชาติมาซื้อคอนโดฯหรือที่อยู่อาศัยในประเทศถือว่าเป็นการส่งออกที่เขาเอาสินค้าออกไปไม่ได้ และที่สำคัญการพัฒนาที่อยู่อาศัยเป็นการใช้วัตถุดิบหรือวัสดุก่อสร้างภายในประเทศเกือบ 100% และหากภาครัฐลดทอนข้อจำกัดแล้วเปิดโอกาสให้ต่างชาติซื้อได้ง่ายขึ้นก็จะเกิดเม็ดเงินทุนหมุนเวียนขึ้นในประเทศ” นายอธิป กล่าว และระบุว่า ต่อแนวคิดดังกล่าวเบื้องต้นได้หารือกับ อธิบดีกรมที่ดิน “ประทีป กีรติเรขา” ซึ่งได้ให้ทำเป็นหนังสือมาและจะดำเนินการพิจารณาให้   เพื่อเพิ่มความสะดวกและเพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจหรือกระตุ้นให้เกิดการซื้อ-ขายคล่องตัวน่าจะมีการ “ปรับแก้” หรือ “ยกเลิก ม.19”  ประกอบกับปัจจุบันรัฐบาลเองก็พยายามที่จะดึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศดดยเฉพาะจีนมาลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ต่างๆของของรัฐบาล รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่รัฐบาลพยามผลักดันให้เกิดส่วนประเด็นที่กังวลว่าจะเกิดปัญหาคนจะมาฟอกเงินผ่านการซื้อคอนโดฯนั้นส่วนตัวไม่น่าเกิดขึ้น แต่หากจะเกิดขึ้นหากมีการตรวจสอบพบว่ามีการฟอกเงินผ่านการซื้อคอนโดฯก็ยึดคืนได้ และที่สำคัญในการป้องกันปัญหาการฟอกเงินก็มีพ.ร.บ.ฟอกเงินอยู่แล้ว   ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า