Home » Posts Tagged "แบงก์ชาติ"

ต่างชาติ(ยัง)แห่ซื้อคอนโดฯ ณ ไตรมาส 3/ 2561 รวมมูลค่า 6.8 หมื่นลบ.

 ชาวต่างชาติยังสนใจซื้ออาคารชุดของไทย ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี2561 มูลค่าเงินโอนเพื่อซื้ออาคารชุดอยู่ที่ 68,000 ล้านบาท ใกล้เคียงปี 2560 ทั้งปีอยู่ที่ 70,758 ล้านบาท   ในช่วงปีที่ผ่านมาและจะยังต่อเนื่องมาจนถึงปี 2562 หนึ่งในประเด็นที่มีการพูดถึงกันมากที่สุดในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั่นคือ อุปสงค์ (Demand)ชาวต่างชาติต่อตลาดอาคารชุดไทย(คอนโดมิเนียม) ซึ่งพบว่ามีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากข้อมูลในบทความของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)หรือ แบงก์ชาติ ที่ระบุว่า ภาวะอุปสงค์ชาวต่างชาติจากมูลค่าการซื้อเงินบาทของชาวต่างชาติเพื่อชำระค่าอาคารชุดและมูลค่าการถอนเงินจากบัญชีเงินบาทของชาวต่างชาติเพื่อซื้ออาคารชุด ซึ่งเป็นทั้งเงินดาวน์และเงินเพื่อซื้ออาคารชุด (มูลค่าเงินโอนเพื่อซื้ออาคารชุด) ของไทยเรงขึ้นมาก โดยมูลค่าการโอนเพื่อซื้ออาคารชุดปี 2560 อยู่ที่ 70,758 ล้านบาท (ลบ.)เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่ 53,259 ล้านบาท คิดเป็นการขยายตัวที่ 33 % (YoY) สูงกว่าการขยายตัวปี 2555-2559 ที่เติบโตเฉลี่ยปีละ 10% และในปี 2560 สัดส่วนการโอนกรรมสิทธิ์ของชาวต่างชาติคิดเป็น 27 % ของมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์อาคารชุดทั่ประเทศ ซึ่งสูงกว่าปี2559 ที่ 21

REIC ชี้ปี 61ตลาดอสังหาฯ โต10 % หวั่นปี 62 เสี่ยงรอบด้านฉุดตลาดร่วง

ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ เผยภาพรวมตลาดอสังหาฯ ปี 2561 เติบโตกว่า 10 % พร้อมห่วงปี 2562 ปัจจัยเสี่ยงรอบด้านทั้งสงครามการค้าป่วนเศรษฐกิจโลก กระทบลูกค้าต่างชาติชะลอซื้อคอนโด ดอกเบี้ยขาขึ้น และมาตรการเข้มปล่อยกู้บ้านใหม่ของแบงก์ชาติกระทบคนวางแผนซื้อบ้านหลังแรก ซื้อเพื่อการลงทุน ฉุดภาพรวมอสังหาฯ ปีหน้าลดลงตาม นายวิชัย  วิรัตกพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานกลยุทธ์2  และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2561 และแนวโน้มปี 2562 ว่า สถานการณ์ล่าสุดในช่วงไตรมาส 3 ปี 2561 ตลาดที่อยู่อสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งด้านความต้องการหรือ อุปสงค์ (demand) และ อุปทาน (supply) เมื่อเทียบกันกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาโดยพิจารณาจากยอดการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมี 48,617 ยูนิตขยายตัวเพิ่ม 5 % เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เมื่อคิดเป็นมูลค่า 139,000 ล้านบาทเพิ่มขึ้นถึง 14.6 % เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน   ด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัยมีการปล่อยเพิ่มขึ้น 13.3 %

แบงก์ชาติเลื่อนบังคับใช้เกณฑ์คุมสินเชื่อบ้านใหม่ ดีเดย์ 1เม.ย.62 เข้มกู้หลัง 3 ต้องดาวน์30%

แบงก์ชาติสรุปเกณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัย เลื่อนบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2562 เป็นต้นไป ผ่อนปรนสัญญากู้หลังที่ 2 เข้มสัญญากู้ที่อยู่อาศัยหลังที่ 3 ขึ้นไป ต้องวางเงินดาวน์ 30 % ทุกระดับราคา ชี้ผลกระทบในภาพรวมมีจำกัด วันนี้ (9 พ.ย.2561) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)หรือ แบงก์ชาติ โดยนายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการเปิดรับฟังความเห็นจากสถาบันการเงิน ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ และประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อ ที่อยู่อาศัย มีผู้ให้ความเห็นจำนวนมากในหลากหลายมิติ ดังนี้ Timing การบังคับใช้ ขอเลื่อนระยะเวลาการบังคับใช้ เพื่อให้มีเวลาในการปรับตัวทั้งระบบงาน สถาบันการเงิน(สง.) และแผนธุรกิจ (ผู้ประกอบการ) ขอให้ดูแลกลุ่มคนที่ได้วางแผนซื้อที่อยู่อาศัย (ทำสัญญาจะซื้อจะขาย / ผ่อนดาวน์) แล้วไว้ก่อนหน้านี้ เกณฑ์ LTV ขอผ่อนปรนกรณีกู้ซื้อที่อยู่อาศัยหลังที่ 2 ที่เป็นดีมานด์จริงตาม lifestyle ของสังคมเมืองที่เปลี่ยนไป ขอผ่อนปรนกรณีกู้สร้างบ้านบนที่ดินตนเอง

ธปท. เตรียมสรุปความเห็นก่อนออกหลักเกณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยต้นเดือน พ.ย.นี้

ธปท.เตรียมสรุปความเห็นก่อนออกหลักเกณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัย ย้ำมาตรการนี้ เป็น “มาตรการในเชิงป้องกัน”มุ่งเน้นการสร้างวินัยให้มีการออมบางส่วนก่อนกู้เพื่อซื้อที่อยู่อาศัย รวมทั้งป้องกันการเก็งกำไร โดย “การลด demand เทียม”จะใช้บังคับเฉพาะกรณีการผ่อนที่อยู่อาศัย 2 หลังขึ้นไปพร้อมๆ กัน และจะไม่กระทบกรณีที่ผ่อนหลังที่ 1 เสร็จแล้ว คาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงต้นเดือน พ.ย. 2561 นางวจีทิพย์ พงษ์เพ็ชร ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ  เปิดเผยว่า หลังจากที่เปิดรับฟังความเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงเกณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งมีผู้ให้ข้อเสนอแนะเข้ามาจำนวนมาก ทั้งจากประชาชนผู้บริโภค สถาบันการเงิน และผู้ประกอบการ โดย ธปท. ขอขอบคุณทุกความเห็น   สำหรับความเห็นที่ได้รับครอบคลุมหลายประเด็น อาทิ วันที่เริ่มบังคับใช้ ความหมายของบ้านหลังที่ 2 หรือสัญญาที่ 2 อัตราการวางเงินดาวน์ของสัญญาที่ 2 หรือสัญญาที่ 3 เป็นต้น ซึ่ง ธปท. จะนำข้อเสนอแนะมาประกอบการพิจารณา ก่อนจะกำหนดหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมต่อไป คาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงต้นเดือน พ.ย. 2561  

แบงก์-อสังหาฯเสนอธปท.เข้ม LTV บ้านหลังที่ 3-บี้เลื่อนใช้กลางปี 62

แบงก์-อสังหาฯเสนอธปท.ใช้ LTV Limit ที่ 80 % กับสัญญาสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยสัญญาที่3 ขึ้นไป พร้อมกับขอให้เลื่อนบังคับใช้จากวันที่ 1 มกราคมเป็น 1 กรกฎาคม 2562 แทน เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายปรับตัว ธอส.หวั่นกระทบฐานลูกค้ากลุ่มผู้มีรายได้น้อย และรายได้ปานกลาง เตรียมนำเกณฑ์ใหม่ ธปท.เสนอที่ประชุมบอร์ด 29 ต.ค.นี้  ขณะที่ “อธิป พีชานนท์” ชี้ชัดคนซื้อบ้านจัดสรรคือเรียลดีมานด์ LTV limit ที่ 80 % เป็นยาที่แรง ถ้าไม่ทบทวนคาดกระทบ จีดีพี 1 % จากสัญญาที่สองที่มีมูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท  แนะธปท.ควรคุมแบงก์ที่ปล่อยกู้โครงการ อย่าแก้ปัญหาที่ปลายเหต ด้าน “อาภา อรรถบูรณ์วงศ์” นายกสมาคมอาคารชุดไทย เสนอยกเว้นพื้นที่ กทม/ปริมณฑล-พื้นที่พิเศษอีอีซี วันนี้ (11 ตุลาคม 2561 )ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ

แบงก์ชาตินำที่ดินกว่า 299 ไร่ย่านบางพลีเปิดประมูล

รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ  แจ้งประกาศขายทรัพย์สิน 1 รายการซึ่งเป็นที่ดินเปล่า โฉนดที่ดินเลขที่ 67056  อ.บางพลี (บางพลีใหญ่) จ.สมุทรปราการ เนื่อที่ 299-2-10 ไร่ โดยวิธีเชิญชวนทั่วไป ผู้สนใจซื้อใบเสนอราคาได้ที่ส่วนพัสดุและบริการ ฝ่ายการบัญชีและพัสดุ สายออกบัตรธนาคาร ธนาคารแห่งประเทศไทย อาคารอำนวยการและบริการ ชั้น 1 เลขที่ 18 หมู่ 2 ถนนบรมราชชนนี ตำบลขุนแก้ว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ในวันและเวลาทำการระหว่างวันที่ 14 กันยายน 2561 ถึง วันที่ 17 ตุลาคม 2561 นี้ ผู้เสนอราคาต้องวางหลักประกันการเสนอราคาซื้อทรัพย์สินด้วย แคชเชียร์เช็ค สั่งจ่าย “ธนาคารแห่งปนะเทศไทย” จำนวนเงิน 5,000,000 บาท (ห้าล้านบาทถ้วน) ทั้งนี้ กำหนดเปิดซองในใบเสนอราคาในวันที่ 19 ตุลาคม 2561 ** อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เปิด 6 ทางออก! อสังหาฯ รองรับเกณฑ์ LTV ใหม่…ลดผลกระทบลูกค้า-ธุรกิจ

เปิด 6 แนวทางแก้ปัญหา LTV ใหม่…ลดผลกระทบลูกค้า-ธุรกิจ หลังมาตรการใหม่เชิงป้องกัน “แบงก์ชาติ” คุมการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยผ่าน LTV limit ที่ 80% หรือต้องมีเงินดาวน์อย่างน้อย 20 % ของมูลค่าหลักประกัน และนับรวมเงินกู้ทุกประเภท จับตา! ผู้ประกอบการต่อรองขยายเวลาปรับตัว…หวั่นกระทบ ยอดขาย-ยอดโอน-โครงการใหม่ปี 2562 เป็นต้นไป   กำลังเป็นเรื่อง Talk of the town ในขณะนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ “แบงก์ชาติ” ผู้คุมกฎให้กับธนาคารและสถาบันการเงิน ที่เห็นอะไรไม่ชอบมาพากลอันจะนำไปสู่ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจ และระบบการเงินในอนาคตได้ออกมาตรการเชิง  “ป้องกัน”  นั่นคือ ประกาศการปรับปรุงเกณฑ์ปล่อยกู้อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV : Loan to Value )ไม่เกินระดับ 80 % ((LTV limit 80 %) หรือต้องมีเงินดาวน์อย่างน้อย 20 % ของมูลค่าหลักประกัน และปรับเกณฑ์การนับรวมเงินกู้ทุกประเภท

แบงก์ชาติ สกัดเก็งกำไรบ้านหลังที่ 2 ราคามากกว่า 10 ลบ. ต้องดาวน์ 20%

แบงก์ชาติ คลอดเกณฑ์ LTV สกัดเก็งกำไรเพิ่มเงินดาวน์บ้านมากกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป และบ้านหลังที่ 2 ต้องดาวน์อย่างน้อย 20% สินเชื่อที่ปล่อยกู้นับรวมสินเชื่อ top-up ทุกประเภทที่อ้างอิงหลักประกันเดียวกัน ต้องไม่เกิน 100% ของหลักประกัน คาดบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562   หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ ได้ส่งสัญญาณถึงการเกิดดีมานด์เทียมในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียม ทำให้กลายเป็นเรื่องที่ถกเถียงและพูดถึงกันอย่างกว้างขวางของผู้คนในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ สถาบันการเงินมานานกว่า 2-3 สัปดาห์  ด้วยเพราะ ธปท. เองได้เห็นข้อมูลการปล่อยสินเชื่อภาคอสังหาริมทรัพย์ในส่วนของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงินหรือธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ในลักษณะที่คิดได้ว่า เป็นการผ่อนปรนหลักเกณฑ์ที่ทำให้เกิดความเสี่ยงในหลายๆ เรื่อง ทำให้เกิดเป็นข้อกังวลกันในหลากหลายประเด็น ทั้ง “เงินทอนคอนโดฯ” รวมถึง “การประเมินราคาหลักประกัน” ทั้งนี้ การผ่อนปรนเกณฑ์การให้สินเชื่อต่างๆ อาจนำไปสู่การก่อหนี้เกินตัว ซึ่งในช่วงต้นๆ อาจมองความเสี่ยงไม่ชัดเจน แต่ถ้าสะสมไปเรื่อยๆ ก็จะกลายเป็นความเสี่ยงในที่สุด เพื่อสกัดปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ล่าสุด (4 ตุลาคม 2561) ธปท.ได้ออกมาตรการ

สมาคมธนาคารไทยเตรียมข้อมูลพร้อมหารือธปท. คุมเข้มปล่อยสินเชื่อ

สมาคมธนาคารไทยเผยภาพรวมตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยยังทรงตัว แต่บางกลุ่มอาจมีปัญหาตามที่ธปท. เห็นปัญหา ระบุการเรียกร่วมหารือถือเป็นเรื่องปกติ ด้าน KBANK มั่นมาตรการป้องกันเป็นระบบตามขั้นตอน ด้าน BAY พบความเสี่ยงปล่อยสินเชื่อในบางแบงก์  ไม่ต้องการให้ผู้ซื้อจริงรับผลกระทบ เตรียมรวบรวมข้อมูลนำเสนอธปท.     นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย และกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยถึงกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีการเรียกสมาคมธนาคารไทย และภาคอสังหาริมทรัพย์เข้าไปหารือเพื่อแก้ไขปัญหาการเก็งกำไรในภาคอสังหาริมทรัพย์ว่า ธปท. มองเห็นตัวเลขภาพรวมทั้งระบบสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ซึ่งอาจจะเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบ จึงมีการเรียกธนาคารพาณิชย์เข้าไปหารือ และให้ข้อมูล อย่างไรก็ตาม  ที่ผ่านมาธนาคารแต่ละแห่งมีการให้เกณฑ์กำกับดูแลการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งการพิจารณาให้สินเชื่อ รวมถึงให้ความสำคัญกับคุณภาพสินเชื่อที่ปล่อยออกไปอยู่แล้ว และที่ผ่านมา ธปท. ก็มีความระมัดระวังและกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งในช่วงที่มีปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง ได้มีการหารือที่จะช่วยกันแก้ปัญหา   ปัจจุบันภาพรวมตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัย และคุณภาพสินเชื่อยังทรงตัว แต่อาจจะมีลักษณะบางประเภทหรือบางกลุ่มที่ธปท. เห็นปัญหา และอาจจะมีการพิจารณาร่วมกันว่าจะมีมาตรการดูแลอย่างไร โดยการที่จะมีการหารือกันถือเป็นเรื่องปกติ มองว่าเป็นการหารือกันด้วยความห่วงใยว่าบางกรณีอาจจะให้สินเชื่อมากไปหรือไม่ ทั้งนี้จะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบว่าเป็นห่วงโครงการลักษณะใด ข้อมูลที่ธปท. กังวลเป็นอย่างไร และนำข้อมูลมาพิจารณาร่วมกัน ส่วนจะเข้มงวดในการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นหรือไม่ ขึ้นกับการหารือร่วมกันกับธปท. ก่อน    “ธนาคารพาณิชย์มีการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยทุกวัน ขณะเดียวกันลูกค้าก็มีชำระคืนทุกวัน และการผิดนัดชำระหนี้ก็มีทุกวันเช่นกัน แต่ต้องพิจารณาว่ากรณีที่ผิดนัดชำระอาจจะเกิดจากมีปัญหาชั่วคราวหรือไม่ หากสามารถแก้ไขปัญหาได้ลูกค้าก็อาจจะกลับมาชำระหนี้ได้ จึงต้องพิจารณารายละเอียด” นายปรีดี กล่าว   นายปรีดี กล่าวว่า สำหรับการดูแลและความระมัดระวังในการให้สินเชื่อของธนาคารกสิกรไทยฯ จะดูทั้งระบบตั้งแต่ที่ผู้ประกอบการมาเสนอโครงการขอสินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการ ซึ่งธนาคารต้องพิจารณาความเป็นไปได้ในการขายด้วยว่าขายได้หรือไม่  เพื่อป้องกันการไม่ให้มีซัพพลายเข้ามาในตลาดมากเกินไป หากประเมินว่าขายได้ก็อนุมัติสินเชื่อ และให้ดำเนินการขายต่อและเมื่อก่อสร้างเสร็จก็จะต้องพิจารณาคุณสมบัติผู้กู้รายย่อยมาขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยว่ามีความสามารถในการกู้และผ่อนชำระได้   ด้านนายณัฐพล ลือพร้อมชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY กล่าวว่า ในช่วงระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา ธนาคารได้ตรวจพบปัญหาความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยเช่นกัน ซึ่งสังเกตจาก NPL ที่เพิ่มขึ้น โดยพบมีเกิดขึ้นในธนาคารบางแห่ง

LPN โอดแบงก์ลดวงเงินสินเชื่อเหลือ 60% หลังแบงก์ชาติส่งสัญญาณดีมานด์เทียมในตลาดคอนโดฯ

LPN โอดหลังแบงก์ชาติส่งสัญญาณดีมานด์เทียมในตลาดคอนโดฯ ส่งผลแบงก์เข้มปล่อยกู้ ลดเพดานวงเงินสินเชื่อเหลือ 60 % “โอภาส ศรีพยัคฆ์” ยอมรับตลาดคอนโดฯ เริ่มอิ่มตัว พร้อมปรับแผนเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบมากขึ้น   นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงไตรมาส 3/2561 ที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับช่วงเดี่ยวกันของปีก่อนพบว่า ไตรมาส 3 ปีนี้แย่สุด โดยคาดยอดโอนโดยรวมทั้งตลาดน่าจะลดลง 20 %  ขณะที่ตลาดก็มีการแข่งขันกันค่อนข้างรุนแรง ผ่านแคมเปญอยู่ฟรี ผ่อนต่ำ ฯลฯในขณะเดียวธุรกิจยังเผชิญกับปัญหาแบงก์ก็เข้มงวดในการปล่อยกู้ แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าในช่วงไตรมาส 4 ตลาดน่าจะดีขึ้น นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ “วันนี้ไม่ใช่ปฏิเสธไม่ให้กู้ แต่ให้ไม่เต็มวงเงิน หลักๆ ที่แบงก์ดูก็คือ รายได้กับภาระหนี้ ถ้าแบงก์ไม่ปล่อยกู้ ก็คงจะมองหน้าผู้ประกอบการไม่ได้ จึงใช้การลดวงเงินกู้ไปเรื่อยไปๆ บางแบงก์ปล่อยกู้เพียง 60 % ราคาประเมินก็ต่ำ” นายโอภาส กล่าว พร้อมกับว่า การที่แบงก์ส่งสัญญาณคุมเข้มปล่อยกู้อสังหาฯ ออกมาผ่านการลดเพดานเงินกู้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากแรงบีบที่ธนาคารแห่งประเทศไทย

1/212