เจาะแผนอสังหาฯคลายปมตลาดซึม

การหดตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี2559 ติดต่อกันเป็นปีที่สามหากมองในเชิงบวกก็ถือว่าส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมโดยรวม ก็คือ 1.การปรับตัวของดีเวลลอปเปอร์ที่ไม่เปิดโครงการใหม่ออกสู่ตลาดมากจนเกิดปัญหาโอเวอร์ซัพพลาย2.มาตรการของภาครัฐที่ออกมาสนับสนุนภาคธุรกิจอสังหาฯในปลายปี2558และสิ้นสุดมาตรการเมื่อสิ้นเดือนเมษายน 2559 ที่ผ่านมาตลาดมีการดูดซัพพลายได้ค่อนข้างมากในช่วง3-4เดือนแรกของปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดขายและยอดโอนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัย

 

จากสภาวะการณ์ดังกล่าวประกอบกับยังมองว่าแศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวช้า ทำให้คาดการณ์กันว่าภาพโดยรวมของตลาดอสังหาฯในปี 2560 น่าจะทรงตัวหรือเติบโตเพียงเล็กน้อย หลายบริษัทดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง บางรายขยายฐานสู่อสังหาฯแนวราบเพิ่มจากเดิมจะเน้นลงทุนและพัฒนาเฉพาะคอนโดมิเนียม ด้วยเพราะมองว่า อสังหาฯแนวราบมีความเสี่ยงต่ำกว่าคอนโดฯ กล่าวคือ การทำโครงการแนวราบเมื่อเปิดตัวโครงการแล้วสามารถที่จะเปิดขายไปได้ยาว 3ปี 5ปีได้จนกว่าจะขายหมด ในขณะที่คอนโดฯถึงแม้จะขายได้เพียงหนึ่งยูนิต (ถ้าไม่ยกเลิกโครงการ)ก็จะต้องสร้างเสร็จทั้งอาคาร

 

เปิดเงื่อนเป็น…เงื่อนตายอสังหาฯปี 2560

 

หากพิจารณาถึงตัวแปรหรือปัจจัยที่มีผลกระทบภาคธุรกิจทั้งในเชิงบวกละเชิงลบ โดยผลกระทบในเชิงบวกนั้นประกอบด้วย1.การลงทุนของภาครัฐบาลในโครงการสาธารณูปโภคต่างๆเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจ2.ภาคการส่งออกฟื้นตัวเล็กน้อยจากการที่เงินบาทอ่อนค่า แต่ทั้งนี้ต้องประเมินนโยบายจากประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกา“โดนัลด์ ทรัมป์”และยุโรปอีกระยะหนึ่ง 3.ราคาวัสดุก่อสร้างยังทรงตัวและมีกำลังการผลิตที่เพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ แม้จะมีการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐก็จะไม่ส่งผลให้สินค้าขาดตลาด

 

ขณะที่ปัจจัยเชิงลบนั้นมีดังนี้1.การปรับขึ้นของราคาน้ำมันมีผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อค่าขนส่ง 2. แนวโน้มการปรับเพิ่มของอัตราดอกเบี้ย 3.สินค้าภาคการเกษตรไม่ขยับราคา 4.ปัญหาหนี้ภาคครัวเรือน 5.ความเข้มงวดในการปล่อยกู้ของธนาคาร และ 6.ราคาที่ดินที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น

 

“ผมว่าราคาที่ดินจะเป็นแรงกดดันธุรกิจ ซึ่งเห็นชัดเจนมากจากราคาขายคอนโดฯในเมืองที่เดิมเห็นขายกันที่ 7-8 หมื่นบาทต่อตารางเมตรแต่ตอนนี้ขายกันที่ 2-3 แสนบาทต่อตารางเมตร”นายอิสระ บุญยัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัดกล่าวให้ความเห็นกับทีมงานเว็บไซต์ www.prop2morrow.com พร้อมกับกล่าวต่ออีกว่า การปรับขึ้นของราคาที่ดินในเมืองจะเป็นแรงผลักดันให้ที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดฯราคากลางๆขายตารางเมตรไม่เกินแสนบาทขยับออกไปอยู่บริเวณรอบกลางกรุงเทพฯอาทิ ทำเลจรัญสนิทวงค์ สมุทรปราการ และย่านรัตนาธิเบศร์ เป็นต้น ส่วนคอนโดฯราคาไม่เกินล้านบาทหรือล้านบาทต้นๆหรือราคาขาย 5-6 หมื่นบาทต่อตารางเมตรก็จะถูกผลักออกไปอยู่ชานเมืองแทน  ภาพการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเห็นค่อนข้างชัดในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา

 

บ้านเดี่ยวคือทางออก…โอกาสทาวน์เฮ้าส์ราคาไม่เกิน2ล้านบาทชานเมืองยังมีกำลังซื้อ 

 

หากพิจารณาถึงโอกาสในการทำการตลาดของผู้ประกอบการอสังหาฯที่ขยายฐานสู่ตลาดแนวราบมากขึ้นนั้น นอกจากจะมีความเสี่ยงต่ำและมีความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจสูงแล้ว บ้านเดี่ยวนั้นค่อนข้างที่จะพัฒนาได้แบบไม่จำกัดทำเล เห็นได้จากการเปิดตัวของโครงการบ้านเดี่ยวในหลากหลายทำเลทั่วทุกทิศ  และในพื้นที่ย่านเดียวกันระดับราคาขายก็สามารถทำให้แตกต่างกันได้ อีกทั้งบ้านเดี่ยวที่ขายนั้นพื้นที่สีเขียวจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้ามากกว่าราคา

 

พร้อมกันนี้นายอิสระกล่าวด้วยว่า บ้านเดี่ยวระดับราคาเริ่มต้น 3 ล้านบาทในพื้นที่รอบนอกจะมาทดแทนทาวน์เฮ้าส์ราคา 2 ล้านบาทในขณะที่ทาวน์เฮ้าส์ราคา1ล้านต้นๆนั้นได้หายไปจากตลาดไปเมื่อ3-4ปีก่อนและถูกแทนที่โดยคอนโดฯราคาล้านต้นๆ “ผมว่าคอนโดฯชานเมืองที่ผู้ประกอบการติดปัญหาด้านการระบายสต็อกนั้นส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้บริโภคยังมีทางเลือกที่จะซื้อทาวน์เฮ้าส์อยู่แต่ในอนาคตเมื่อโครงข่ายรถไฟฟ้าสร้างเสร็จสมบูรณ์ตลาดทาวน์เฮ้าส์ชานเมืองจะถูกทดแทนด้วยคอนโดฯอย่างถาวร ” ทั้งนี้ เป็นเพราะจะถูกกดดันจากราคาคาที่ดินที่ปรับเพิ่ม และทำให้ต้นทุนด้านการก่อสร้างปรับเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

 

ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับนายกร ธนพิพัฒนศิริ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายการเงินและบริหารบริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่าตลาดทาวน์เฮ้าส์ชานเมืองราคาไม่เกิน2ล้านบาทซึ่งบริษัทฯเรียกว่า“ทาวน์เฮ้าส์โลว์คอสต์”ยังมีดีมานด์และบริษัทฯก็มองว่าสินค้าดังกล่าวสามารถเป็นทางเลือกที่ดีของผู้บริโภคเมื่อเทียบกับคอนโดฯในระดับราคาที่ใกล้เคียงกัน นอกจากทำเลชานเมืองรอบกรุงเทพฯแล้วบริษัทฯยังเน้นการเปิดตัวโครงการใหม่ในทำเลนิคมอุตสาหกรรมหรือแหล่งงานทั้งในกรุงเทพฯ/ปริมณฑลและต่างจังหวัด

 

ไฟแนนเชียลแพ็คเกจ-รักษาสมดุลการผลิตและการขาย เป็นหนึ่งในคีย์ซัคเซสยุคดอเบี้ยขาขึ้น ที่ผู้ประกอบการอสังหานำมาใช้ควบคู่ไปกับการดำเนินการในด้านอื่นๆเพื่อเลี่ยงความเสี่ยงนั่นคือ 1.วิเคราะห์การตลาดและคู่แข่งในรายทำเล 2.การปรับระบบการผลิตและการก่อสร้าง ด้วยการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการก่อสร้าง 3.การบริหารจัดการสภาพคล่อง และการบริหารต้นทุนทางการเงิน 4.จัดโปรโมชั่นเพื่อส่งเสริมการขาย รักษาสมดุลระหว่างการผลิต(สินค้าเข้า)และการขาย(สินค้าออก) เป็นต้น

 

การจัดโปรโมชั่นให้เหมาะสมกับลูกค้าในแต่ละกลุ่มนั้นมีความสำคัญมาก รวมถึงการร่วมมือกับธนาคาร เพื่อจัดแพ็คเกจดอกเบี้ยให้กับลูกค้าที่ซื้อบ้านในโครงการ โดยลลิลฯได้จัดทำ“ไฟแนนเชียล คลีนิค”ไว้รองรับลูกค้าที่มีความเสี่ยงในการขอสินเชื่อกู้ซื้อบ้านรวมถึง แนวทางในการช่วยหลือลูกค้าโดยการทำ Pre-approve ก่อน เพื่อเตรียมความพร้อมของลูกค้า หรือในกรณีที่สถาบันการเงินให้วงเงินกู้ยืมกับลูกค้าไม่ครบตามจำนวนที่ลูกค้าต้องการกู้ยืม บริษัทฯก็จะมีการช่วยเหลือลูกค้าในการผ่อนดาวน์ในส่วนที่เหลือ

 

ทุกกลยุทธ์ในการดำเนินงาน นอกจากจะระบายสต็อกสินค้าเก่าแล้วยังเป็นการรองรับแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ตามแผนงานปี2560 ลลิลฯตั้งเป้าเปิดตัวโครงการใหม่ 8-10 โครงการรวมมูลค่า 4,000 ล้านบาท โดย 70 % จะเน้นทำเลกรุงเทพฯปริมณฑล ส่วนที่เหลือ 30 % จะเน้นพื้นที่ในต่างจังหวัด โครงการที่เปิดจะเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ ระดับราคา 2-6 ล้านบาท ทั้งนี้โครงการที่เปิดใหม่จะเน้นทั้งทำเลเดิมเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดรวมทั้งเน้นทำเลใหม่เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและขยายฐานลูกค้า เน้นกลุ่มลูกค้าเรียลดีมานด์ที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและเป็นบ้านหลังแรก  และในปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 15%มียอดขายที่ 3,600 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดรับรู้รายได้ที่ 3,100 ล้านบาทสำหรับผลการดำเนินงานในปี 2559 ที่ผ่านมา บริษัทฯคาดว่าจะมียอดขายที่ 3,500 ล้านบาท และรับรายได้ประมาณ 2,700 ล้านบาท

 

นั่นเป็นตัวอย่างความเคลื่อนไหวของผู้ประกอบการอสังหาฯภายใต้กรอบการมองเศรษฐกิจไทยปี 2560 เติบโตแตะระดับ 3.3-3.8% และจากการโหมลงทุนของภาครัฐรวมถึงปัจจัยบวกอื่นๆจะส่งผลให้ภาคเอกชนเริ่มกลับมาลงทุนเพิ่มขึ้นโดยจะเห็นความชัดเจนในช่วงไตรมาส 3-4 เป็นต้นไป ขณะที่ภาพรวมของภาคธุรกิจอสังหาฯในปีนี้มองว่าจะมีการขยายตัวในตลาดที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบเพิ่มขึ้น ขณะที่ตลาดคอนโดฯน่าจะยังทรงตัว เนื่องจากยังมีจำนวนซัพพลายย์คงเหลืออยู่ในหลายทำเลที่ยังคงค่อยถูกดูดซับโดยเฉพาะคอนโดฯตลาดกลาง-ล่าง อย่างไรก็ตามเหล่ากูรูอสังหาฯคาดการณ์ว่าในปีนี้ภาพรวมธุรกิจอสังหาฯจะมีอัตราการเติบโตที่ประมาณ 3-5%

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง