มารู้จัก “ภาษีลาภลอย” กันเถอะ !

กล่าวได้ว่าประเทศไทยยุคนี้เป็นยุค “ภาษี” ซึ่งไม่ว่าจะประกาศภาษีอะไรออกมาล้วนเกี่ยวข้องกับประชาชนทั้งสิ้น และภาษีที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความสนใจจากทุกวงการนั่นก็คือ ร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับใหม่ ที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ซึ่งจะประกาศและมีผลบังคับใช้ในปี 2562 และอีกภาษีหนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะมีการพูดถึงในวงกว้างและเพิ่มดีกรีความร้อนแรงขึ้นทุกวันนั่นก็คือ ร่างพระราชบัญญัติภาษีการได้รับประโยชน์จากการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐ พ.ศ. …. (ร่างพระราชบัญญัติฯ) ซึ่งเป็นภาษีที่จะมีการจัดเก็บจากเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนของรัฐ หรือที่เรียกกันว่า “ภาษีลาภลอย” (Windfall Gain Tax)ที่อยู่ระหว่างการศึกษา

 

การขับเคลื่อนการลงทุนของภาครัฐผ่านโครงสร้างพื้นฐานให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี โดยกระทรวงคมนาคมตามแผนการดำเนินงานภายใต้กรอบยุทศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (ปี2560-2579)แผนเศรษฐกิจละสังคมแห่งชาติฉบับที่12 (พ.ศ.2560-2564)(ร่าง)ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทย ในแผนปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่งระยะเร่งด่วนปี2560 จำนวน 36 โครงการรวมวงเงินกว่า 8.95แสนล้านบาท ซึ่งก็ครอบคลุมระบบขนส่งทั้งทางบกและทางน้ำ อาทิ โครงการรถไฟทางคู่ 5 เส้นทางรวมมูลค่ากว่า 9 หมื่นล้านบาท ,โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ เตาปูน-ราษฎร์บูรณะมูลค่า 1.3 แสนล้านบาท ,สายสีส้มตะวันตกศูนย์วัฒนธรรม-ตลิ่งชันกว่า 1 แสนล้านบาท โดยคาดว่าจะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 รวมถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง)มูลค่ากว่า 5.4 หมื่นล้านบาทและสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี)รวมมูลค่ากว่า 5.6 หมื่นล้านบาทที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติไปล่าสุดเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2560

 

จากโครงการต่างๆดังกล่าวเป็นผลทำให้มูลค่าที่ดินนั้นเพิ่มสูงขึ้น โดยภาพรวมการเปลี่ยนแปลงราคาประเมินที่ดินทั่วประเทศของกรมธนารักษ์ในรอบปี2559-2562 เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 27.72% โดยราคาประเมินที่ดินในพื้นที่กรุงเทพฯเปลี่ยนแปลง 15.78% ,ราคาประเมินพื้นที่ปริมณฑลเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 18.97% ,ภาคกลางเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 22.79% ,ภาคเหนือเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 37.31% ,ภาคตะวันออก เพิ่มขึ้น 22.98%,ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพิ่มขึ้น 33.50% ,ภาคใต้เพิ่มขึ้น 21.04% และภาคตะวันตกเพิ่มขึ้น 39.59%

 

พื้นที่ที่มีราคาประเมินสูงสุดของประเทศอยู่ในกรุงเทพฯและส่วนใหญ่อยู่ตามแนวรถไฟฟ้า อาทิ บริเวณถนนสีลม จากศาลาแดงถึงแยกนราธิวาสราชนครินทร์ ตารางวาละ 1 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 17.65% จากราคาประเมินเดิมอยู่ที่ 8 แสนบาทต่อตารางวา รองลงมา ถนนราชดำริ จากแยกราชประสงค์ถึงคอลแสนแสบถนนพระรามที่ 1จากแยกปทุมวันถึงแยกราชประสงค์และถนนเพลินจิตตลอดสายราคาประเมินที่ดินใหม่อยู่ที่ 9 แสนบาทต่อตารางวา เพิ่มขึ้น 12.50%จากราคาประเมินเดิมอยู่ที่ 8 แสนบาทต่อตารางวา ส่วนย่านถนนราชดำนิช่วงแยกศาลาแดงถึงแยกราชประสงค์ถนนวิทยุช่วงจากเพลินจิตถึงถนนพระราม 4ถึงถนนสุรศักดิ์ ราคาประเมินที่ดินใหม่อยู่ที่ 7.5 แสนบาทต่อตารางวาเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 13.09% จากราคาประเมินเดิมอยู่ที่6-7 แสนบาทต่อตารางวา เป็นต้น จากราคาประเมินที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้เจ้าของที่ดินหรือห้องชุดได้รับประโยชน์จากส่วนต่างของมูลค่าที่ดินและห้องชุดที่เพิ่มขึ้น จึงสมควรจะคืนผลประโยชน์บางส่วนให้รัฐเพื่อนำไปพัฒนาโครงการฯ ต่อไป ในกรณีที่มีการซื้อขายหรือเปลี่ยนกรรมสิทธิ์

 

เมื่อโครงการรถไฟฟ้าสายนี้เริ่มมีความเคลื่อนไหวด้านงานก่อสร้างหรือเปิดให้บริการแล้ว  ราคาที่ดินจะพุ่งไปอีกมาก

 

ที่มา “ภาษีลาภลอย” ในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น อังกฤษ ฝรั่งเศส โปแลนด์ ได้มีการจัดเก็บภาษีจากผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐมานานแล้ว ขณะที่ประเทศไทยยังไม่มีการออกกฎหมายดังกล่าวมาเพื่อจัดเก็บภาษีดังกล่าวด้วยเหตุนี้ทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)ได้ศึกษา โดยนำเอารูปแบบจากประเทศต่างๆมาปรับใช้และเชื่อมั่นว่าหากมีการจัดเก็บภาษีลาภลอยจะช่วยลดภาระงบประมาณของภาครัฐ ซึ่งเงินที่ได้จากการจัดเก็บภาษีดังกล่าวจะถูกนำเข้ากองทุนพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของรัฐ ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.)

 

สาระสำคัญ ร่างพระราชบัญญัติภาษีการได้รับประโยชน์จากการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐ พ.ศ. …. (ร่างพระราชบัญญัติฯ) (Windfall Tax) มีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้

 

ผู้เสียภาษี คือ ผู้ขายที่ดินหรือห้องชุด เจ้าของที่ดินหรือห้องชุดที่ใช้ประโยชน์ในที่ดินเชิงพาณิชย์ที่มีมูลค่าสูงกว่า 50 ล้านบาท และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นเจ้าของห้องชุดรอการจำหน่าย ซึ่งอยู่รอบพื้นที่ที่มีโครงการพัฒนาระบบาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐ (โครงการฯ)

 

โครงการฯ ที่จัดเก็บภาษีคือ โครงการรถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน สนามบิน ท่าเรือ โครงการทางด่วนพิเศษ และโครงการอื่น ๆ ที่กำหนดในกฎกระทรวง

 

ใคร?บ้างที่ต้องโดนเก็บภาษี “ลาภลอย” การจัดเก็บภาษีนั้นจะเกิดใน ๒ กรณีดังนี้ กรณีที่ 1 คือ การจัดเก็บในระหว่างการดำเนินโครงการฯ จะจัดเก็บจากการขายหรือเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรือห้องชุดทุกครั้ง รอบพื้นที่โครงการฯ ในรัศมีที่กำหนด กรณีที่ 2 คือ การจัดเก็บเมื่อการดำเนินโครงการฯ แล้วเสร็จ จะจัดเก็บจากที่ดินหรือห้องชุดที่ใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ที่มีมูลค่าสูงกว่า 50 ล้านบาท (ยกเว้นใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัยและทำเกษตรกรรม) และเก็บจากห้องชุดของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่รอการจำหน่าย ซึ่งอยู่รอบพื้นที่ที่มีโครงการฯ โดยให้เก็บภาษีดังกล่าวในปีถัดจากปีที่โครงการฯ แล้วเสร็จเพียงครั้งเดียว

 

โครงการพัฒนาของรัฐที่อยู่ในข่ายต้องจัดเก็บภาษีพื้นที่จัดเก็บภาษีกำหนดขอบเขตไว้ (รัศมีรอบโครงการฯ โดยประมาณ) ดังนี้

1.รถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน พื้นที่ในรัศมี 2.5กิโลเมตร รอบสถานี

2. สนามบิน พื้นที่ในรัศมี 5 กิโลเมตร จากแนวเขตห้ามก่อสร้างของสนามบิน

3. ท่าเรือ พื้นที่ในรัศมี 5 กิโลเมตร จากแนวเขตที่ดินของท่าเรือ

4. โครงการทางด่วนพิเศษ พื้นที่ในรัศมี 2.5 กิโลเมตร รอบทางขึ้นและทางลง

 

ทั้งนี้ ขอบเขตพื้นที่จัดเก็บภาษีดังกล่าวจะกำหนดเป็นเพดานรัศมีสูงสุดไว้ในร่างพระราชบัญญัติฯแต่พื้นที่จัดเก็บจริงจะพิจารณากำหนดโดยคณะกรรมการพิจารณากำหนดพื้นที่จัดเก็บภาษี โดยออกเป็นกฎกระทรวงเพื่อบังคับใช้ต่อไป

  • ผู้จัดเก็บภาษีกำหนดให้กรมที่ดินเป็นหน่วยงานที่จัดเก็บภาษีในกรณีที่ 1 และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานที่จัดเก็บภาษีในกรณีที่ 2
  •  อัตราภาษีที่จัดเก็บ กำหนดเพดานอัตราสูงสุดของภาษีที่กรมที่ดินและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจจัดเก็บได้ ไม่เกินร้อยละ 5 ของฐานภาษีส่วนอัตราภาษีที่จะจัดเก็บจริงจากผู้เสียภาษีจะออกเป็นพระราชกฤษฎีกาโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
  •  ฐานภาษีเพื่อการคำนวณภาษีได้แก่ ส่วนต่างของมูลค่าที่ดินหรือห้องชุดที่เพิ่มขึ้นระหว่างมูลค่าก่อนวันที่รัฐเริ่มดำเนินโครงการฯ และมูลค่าในวันที่โครงการฯ แล้วเสร็จ แล้วแต่กรณี เว้นแต่ห้องชุดที่ผู้พัฒนาโครงการอาคารชุดเป็นผู้จำหน่าย หรือห้องชุดที่ยังไม่ได้จำหน่ายภายหลังวันที่โครงการฯ แล้วเสร็จ ให้คำนวณส่วนต่างของมูลค่าห้องชุดโดยใช้มูลค่าห้องชุดที่คำนวณได้คูณด้วยร้อยละ 20

การคำนวณมูลค่าที่ดินและห้องชุด ให้ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินและราคาประเมินทุนทรัพย์ห้องชุดเพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดินที่คณะกรรมการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์กำหนดเป็นเกณฑ์ในการคำนวณ

 

“วันที่รัฐเริ่มดำเนินโครงการฯ” หมายถึง วันที่ทำสัญญาก่อสร้างโครงการฯ

 

“วันที่โครงการฯ แล้วเสร็จ” หมายถึง วันที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุมีมติตรวจรับโครงการฯ เสร็จสิ้นทุกระบบและได้รับส่งมอบงาน

 

ทั้งนี้ สำหรับคณะกรรมการพิจารณากำหนดพื้นที่จัดเก็บภาษี ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานกรรมการ และเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ปลัดกระทรวงคมนาคมหรือผู้แทน ปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือผู้แทน เป็นกรรมการและผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เป็นกรรมการและเลขานุการ และให้แต่งตั้งข้าราชการของสำนักงานเศรษฐกิจการคลังเป็นผู้ช่วยเลขานุการ โดยคณะกรรมการดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่ในการอนุมัติให้กำหนดพื้นที่จัดเก็บภาษี และวินิจฉัยปัญหาให้คำปรึกษาหรือแนะนำในการจัดเก็บภาษีเพื่อให้การจัดเก็บภาษีดังกล่าวมีมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ ที่เป็นผู้แทนในระดับกรมดำเนินการตามที่คณะกรรมการฯ มอบหมาย

 

กล่าวได้ว่าประโยชน์ที่จะได้รับจากการจัดเก็บภาษีดังกล่าวนั้นหลักๆคือ 1 เพิ่มรายได้ของรัฐบาล สำหรับการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง และ2. สร้างความเป็นธรรม โดยให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินหรือห้องชุดในบริเวณรอบโครงการฯ ที่ได้รับประโยชน์จากการที่ราคาที่ดินหรือห้องชุดดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากโครงการฯ ของรัฐจ่ายภาษีให้รัฐ

 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ : ttp://www.fpo.go.th/FPO/modules/Content/getfile.php?contentfileID=13133

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง