“สามย่านมิตรทาวน์”ตำนานใหม่ศูนย์รวมเอกลักษณ์-เทคโนโลยี

ตลาดสามย่านในอดีตถือว่าเป็นแหล่งHangout ที่สำคัญของนักศึกษาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทุกระดับ เพราะเป็นศูนย์รวมร้านค้า ร้านอาหารอร่อยๆชื่อดังมากมาย ในราคาที่ไม่แพงมากนัก แต่ภายหลังจากที่ผู้เช่าเดิมหมดสัญญาณ สำนักงานทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยฯได้เข้าไปบริหารจัดการและมีการปรับปรุงตลาดและพื้นที่ย่านดังกล่าวใหม่ ก็เป็นการยกระดับสถานที่ทำให้มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ แหล่งติวเตอร์ และธุรกิจใหม่ๆอีกมากมาย ในราคาที่ค่อนข้างสูงมากขึ้น

 

ยังมีพื้นที่แปลงใหญ่อีกส่วนหนึ่งจำนวน 13 ไร่เศษ ที่บริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด(มหาชน)หรือ UV บริษัทอสังหาฯ ในเครือของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ที่ชนะการประมูลไปเมื่อปี 2556 ที่ผ่านมา ด้วยสัญญาเช่า 30 ปี และบวกระยะเวลาการก่อสร้าง 4 ปี ซึ่งได้มอบหมายให้บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด(มหาชน)หรือโกลเด้นแลนด์ หรือ GOLD ร่วมทุนกับบริษัท ทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดตั้งบริษัท เกษมทรัพย์ภักดี จำกัด โดยโกลเด้นแลนด์ถือหุ้น 49% และทีซีซี 51% ของทุนจดทะเบียน 3,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส ภายใต้ชื่อ “สามย่านมิตรทาวน์ (SAMYAN MITRTOWN)” ขึ้นมา ด้วยงบในการลงทุนถึง 8,500 ล้านบาท ถือว่าเป็นเม็ดเงินการลงทุนที่สูงที่สุดของกลุ่มโกลเด้นแลนด์  เนื่องจากเป็นโครงการเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ และเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพบนถนนพระราม4 ถือเป็นอีกหนึ่งอาณาจักรของกลุ่มเจ้าสัวเจริญ

 

นำเทคโนโลยีสร้างความต่างดึงลูกค้า

นายธนพล ศิริธนชัย ประธานอำนวยการ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด(มหาชน)หรือโกลเด้นแลนด์ หรือ GOLD เปิดเผยว่า โครงการ“สามย่านมิตรทาวน์ (SAMYAN MITRTOWN)” มีพื้นที่ใช้สอยรวม 222,000 ตารางเมตร ประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลัก คือ 1. อาคารสำนักงาน สูง 32 ชั้น 48,000 ตารางเมตร  คิดเป็นสัดส่วน 30% 2.ที่อยู่อาศัย สูง 33 ชั้น แบ่งเป็นคอนโดฯ พื้นที่ 30 ตารางเมตร จำนวน 554 ยูนิต คาดว่าราคาขายจะถูกกว่าคอนโดฯที่อยู่บนที่ดินแบบฟรีโฮลด์ประมาณ 30% ซึ่งปัจจุบันราคาขายอยู่ที่ประมาณ 100,000-200,000 บาท/ตารางเมตร โรงแรม 3-4 ดาว จำนวน 104 ห้อง สัดส่วน 15% 3. รีเทล สูง 6 ชั้น คอนเซ็ปต์ “Urban  Life Library” พื้นที่ 36,000 ตารางเมตร  คิดเป็นสัดส่วน 30%  ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับแบรนด์ร้านค้าต่างๆที่มีคอนเซ็ปต์เดียวกันมาลงในโครงการ ก่อนจะปล่อยให้รายย่อยเข้าเช่าพื้นที่ ขณะที่ร้านค้าส่วนใหญ่ในโครงการจะเน้นอาหารถึงร้อยละ 43 อย่างไรก็ตามยังมีพื้นที่ที่เหลืออีกประมาณ  25% จะเป็นพื้นที่จอดรถ 1,600 คัน และอื่นๆ

 

จากการสำรวจข้อมูลพบว่าในย่านจุฬาฯ มีที่อยู่อาศัยพัฒนากระจุกตัวอยู่พอสมควร เพราะนิสิตนักศึกษายังมีความต้องการที่อยู่อาศัย ดังนั้นกลุ่มผู้ปกครองจึงต้องการซื้อไว้ให้ลูกหลานได้พักอาศัย ซึ่งที่ผ่านมาราคาขายต่อตารางเมตรจะอยู่ที่ประมาณ 70,000-80,000 บาท และกลุ่มเป้าหมายล้วนมีความหลากหลาย คาดว่าโครงการดังกล่าวจะถึงจุดคุ้มทุนภายในระยะเวลา  10 ปี

 

“ปัจจุบันจุฬาฯมีประชากรวนเวียนโดยรอบค่อนข้างมาก ซึ่งแบ่งเป็นบุคลากรรวมประมาณ 8,086 คน มีนิสิตระดับปริญญาตรีหมุนเวียนเรียนปีละประมาณ 25,569 คน ระดับปริญญาโท 8,948 คน ระดับปริญญาเอก 2,604 คน และหลักสูตรอื่นๆอีกประมาณ 730 คน รวมแล้วประมาณ 37,851 คน/ปี

 

เพื่อให้เป็นโครงการมิกซ์ยูสที่คุ้มค่าต่อการลงทุน รวมไปถึงสามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการรายอื่นได้  “สามย่านมิตรทาวน์”จึงเป็นโครงการที่มีเทรนด์ที่หลากหลายและน่าสนใจเป็นอย่างมาก ทั้งด้านความทันสมัยและนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาเสริมอย่างต่อเนื่อง โดยร้านค้าที่เข้าไปจำหน่ายในพื้นที่จะต้องเป็นร้านดั้งเดิมมีตำนานของความอร่อย ต้องมีเอกลักษณ์ อีกทั้งยังเป็นแหล่งรวมแบรนด์ร้านค้า สินค้าที่ให้ลูกค้าเข้าไปสัมผัสและเรียนรู้ได้ ก่อนที่จะสั่งซื้อ นอกจากนี้ยังนำรูปแบบ Amazon Go ของยักษ์ค้าปลีกออนไลน์ชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา ที่มีร้านสะดวกซื้อ พร้อมนวัตกรรมใหม่ “Just Walk Out” ซึ่งเป็นระบบคิดเงินอัตโนมัติ ที่ลูกค้าสามารถหยิบสินค้าจากชั้นวางแล้วเดินออกจากร้านได้ทันทีไม่ต้องชำระเงินที่เคาท์เตอร์หรือกับพนักงาน โดยค่าสินค้าจะถูกเพิ่มเข้าไปในแอคเคาท์ของลูกค้าโดยอัตโนมัติ  ซึ่งลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการจะเป็นกลุ่มที่ใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล อายุตั้งแต่ 20-40 ปีขึ้นไป

 

ทุ่มงบ300ล้านสร้างอุโมงค์เชื่อมMRT

สำหรับความคืบหน้าของการก่อสร้างโครงการ “สามย่านมิตรทาวน์” หลังจากที่ได้เริ่มก่อสร้างไปตั้งแต่ต้นปี 2559  ปัจจุบันก่อสร้างฐานรากเสร็จแล้ว โดยล่าสุดบริษัทได้ใช้เงินลงทุนอีกประมาณ  300 ล้านบาท เพื่อสร้างอุโมงค์ทางเดินเชื่อมระยะทาง 200 เมตรไปยังรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีสามย่าน เพื่อให้ผู้มาใช้บริการเดินทางสะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งบริษัทมั่นใจว่าโครงการจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ภายในไตรมาส 4 ปี 2562 คาดว่าในช่วงปีแรกจะมีผู้มาใช้บริการในวันธรรมดา ประมาณ 25,000 คน/วัน และวันหยุดประมาณ 20,000 คน/วัน แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่จัดขึ้นมาด้วย

 

ปัจจุบันด้วยศักยภาพของทำเล และซัพพลายที่ดินที่มีจำกัด ทำให้ราคาซื้อขายที่ดินบนถนนพระราม 4 ปรับตัวสูงขึ้นมีราคาไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท/ตารางวา และมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงทำเลศักยภาพของโครงการที่ใกล้แหล่งรวมคนทำงานจากสำนักงานโดยรอบจำนวนมาก ตั้งแต่สาทร สีลม สุรวงศ์ พระราม 1 และพระราม 4 ซึ่งนอกจากครู อาจารย์ นักเรียน นิสิต นักศึกษาจากสถาบันการศึกษาอย่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจำนวนยกว่า 37,000 คน ยังมีโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่อีก 3 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน และโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งนับเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีปริมาณมาก และทำให้ทำเลนี้มีศักยภาพโดดเด่นอย่างชัดเจน

 

“อนาคตเราจะพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสมากขึ้น เพื่อสร้างรายได้ระยะยาวให้กับบริษัทฯ จากปัจจุบันมีรายได้จากการให้เช่าสัดส่วน 20% และจากการขายโครงการที่อยู่อาสัย 80% โดยในย่านพระราม4 ก็เริ่มมีผู้ประกอบการหันมาพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสมากขึ้นเช่นกัน ขณะนี้มีให้เห็นแล้วประมาณ 4-5 โครงการ  ซึ่งถือว่าเป็นความท้าทายว่าผู้บริโภคจะเลือกใช้บริการใครมากกว่ากัน”นายธนพล กล่าวในที่สุด

 

** prop2morrow โดย คุณวาสนา กลั่นประเสริฐ  เบอร์โทร.02-632-0645 E-mail : was_am999@yahoo.com

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง