หนี้ครัวเรือนไทยชะลอลงมาที่ 78.4%  สะท้อนความระวังทั้งแบงก์-ลูกค้า

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยสถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทยชะลอลงมาที่ 78.4%  ต่อจีดีพีในไตรมาส 2/2560 สะท้อนความระมัดระวังทั้งฝั่งสถาบันการเงินและลูกค้า พร้อมระบุการสร้างวินัยในการการก่อหนี้ก็ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการลดความเปราะบางทางการเงินให้กับภาคครัวเรือนและเศรษฐกิจไทยในภาพรวม 

จากรายงานตัวเลขเงินให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือนล่าสุดของธปท. สะท้อนว่า สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพียังคงมีทิศทางชะลอตัวต่อเนื่องตลอดช่วง 6 ไตรมาสที่ผ่านมา มาอยู่ที่ 78.4% ในไตรมาส 2/2560 จากระดับ 78.7% ในไตรมาส 1/2560 โดยแม้ยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนไตรมาส 2/2560 จะขยับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 11.603 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3.1% YoY เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่เป็นอัตราการเพิ่มที่น้อยลงจาก 3.2% YoY ในไตรมาสแรกที่ผ่านมา

 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า สถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่ชะลอการเติบโตลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนสัญญาณที่ระมัดระวังของทั้ง 2 ด้าน โดยในฝั่งของสถาบันการเงิน ทั้งธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ ก็ยังคงระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อรายย่อย ทั้งในส่วนของสินเชื่อบ้าน สินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล เพื่อดูแลประเด็นด้านคุณภาพของสินเชื่อ ขณะที่ ในฝั่งของครัวเรือน ก็น่าจะชะลอการก่อหนี้ เนื่องจากมีภาระหนี้อยู่ในระดับที่สูงอยู่ก่อนแล้ว

 

สำหรับแนวโน้มในปี 2560 จากสถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่าจีดีพีอย่างต่อเนื่อง ทำศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า มีความเป็นไปได้ที่สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีในปี 2560 จะชะลอลงไปอยู่ที่ใกล้กรอบล่างของช่วงประมาณการที่ 78.0-79.0% ต่อจีดีพี อย่างไรก็ดี คงต้องยอมรับว่า แม้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีในปี 2560 จะลดต่ำลงจากปี 2559 แต่ภาระหนี้สินของครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับรายได้ ก็น่าจะยังสะท้อนว่า กำลังซื้อและบรรยากาศของการใช้จ่ายภาคเอกชนอาจมีกรอบการฟื้นตัวที่ค่อนข้างจำกัด ขณะที่ การสร้างวินัยในการการก่อหนี้ก็ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการลดความเปราะบางทางการเงินให้กับภาคครัวเรือนและเศรษฐกิจไทยในภาพรวม 

 

จากรายงานตัวเลขเงินให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือนล่าสุดของธปท. สะท้อนว่า สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพียังคงมีทิศทางชะลอตัวต่อเนื่องตลอดช่วง 6 ไตรมาสที่ผ่านมา มาอยู่ที่ 78.4% ในไตรมาส 2/2560 จากระดับ 78.7% ในไตรมาส 1/2560 โดยแม้ยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนไตรมาส 2/2560 จะขยับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 11.603 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3.1% YoY เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่เป็นอัตราการเพิ่มที่น้อยลงจาก 3.2% YoY ในไตรมาสแรกที่ผ่านมา ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยรวบรวมประเด็นที่น่าสนใจจากข้อมูลหนี้ครัวเรือนล่าสุดดังนี้:-

 

  • ยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนในไตรมาส 2/2560 ขยับขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าประมาณ 106,788 ล้านบาท มาอยู่ที่ 11.603 ล้านล้านบาท จาก 11.496 ล้านล้านบาทในไตรมาส 1/2560 โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยด้านฤดูกาล ที่ยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนมักจะปรับตัวขึ้นในไตรมาส 2 มากกว่าไตรมาสแรกที่มีภาพการชำระคืนหนี้เข้ามาทำให้หนี้ครัวเรือนไม่ขยับขึ้นมากนัก นอกจากนี้ ยังเป็นที่น่าสังเกตว่า หนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่จะเป็นหนี้บ้าน หนี้รถ (ทั้งในส่วนของธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ) ซึ่งน่าจะเป็นของครัวเรือนในกลุ่มที่มีกำลังซื้อ ซึ่งก็เป็นภาพที่สอดคล้องกับการขยายตัวสูงของยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และยอดขายรถยนต์ในประเทศ

 

  • แม้สถานการณ์หนี้ครัวเรือนยังคงอยู่ในระดับสูงและเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ก็นับว่า เป็นการเพิ่มในอัตราที่ชะลอลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยยอดคงค้างหนี้สินของครัวเรือนเพิ่มขึ้น 3.1% YoY ในไตรมาส 2/2560 ชะลอลงจากที่เติบโต 3.2% YoY ในไตรมาสที่ 1/2560 และน้อยกว่าการเติบโตของหนี้ครัวเรือนในปี 2559 ซึ่งมีค่าเฉลี่ยต่อไตรมาสประมาณ 4% YoY

 

  • หากพิจารณาลงไปในรายละเอียด จะพบว่า ภาระหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภค ทั้งในส่วนที่สะท้อนผ่านสินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล ขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงมาที่ 6.1% YoY และ 4.1% YoY ในไตรมาสที่ 2/2560 (จาก 8.9% YoY และ 4.4% YoY ในไตรมาสที่ 1/2560 ตามลำดับ) เช่นเดียวกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่ยังชะลอลงจากผลของฐานเปรียบเทียบที่สูงในช่วงเดียวกันปีก่อนซึ่งมีผลของมาตรการกระตุ้นตลาด ขณะที่ สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ที่ขยับขึ้น (โดยเฉพาะในส่วนของธนาคารพาณิชย์) ก็เป็นไปตามช่วงเวลาการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์ในประเทศ

 

โดยสรุป ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า สถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่ชะลอการเติบโตลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนสัญญาณที่ระมัดระวังของทั้ง 2 ด้าน โดยในฝั่งของสถาบันการเงิน ทั้งธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ ก็ยังคงระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อรายย่อย ทั้งในส่วนของสินเชื่อบ้าน สินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล เพื่อดูแลประเด็นด้านคุณภาพของสินเชื่อ ขณะที่ ในฝั่งของครัวเรือน ก็น่าจะชะลอการก่อหนี้ เนื่องจากมีภาระหนี้อยู่ในระดับที่สูงอยู่ก่อนแล้ว

 

ทั้งนี้ หนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่าจีดีพี ทำให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีของไทยลดต่ำลงต่อเนื่อง มาอยู่ที่ระดับ 78.4% ในไตรมาส 2/2560 (ต่ำสุดในรอบ 3 ปี) ขณะที่ สัญญาณขยายตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า ทำศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า มีความเป็นไปได้ที่หนี้ครัวเรือนของไทยในปี 2560 จะชะลอลงไปอยู่ที่ใกล้กรอบล่างของช่วงประมาณการที่ 78.0-79.0% ต่อจีดีพี อย่างไรก็ดี คงต้องยอมรับว่า แม้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีในปี 2560 จะลดต่ำลงจากปี 2559 แต่ภาระหนี้สินของครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับรายได้ ก็น่าจะยังสะท้อนว่า กำลังซื้อและบรรยากาศของการใช้จ่ายภาคเอกชนอาจมีกรอบการฟื้นตัวที่ค่อนข้างจำกัด ขณะที่ การสร้างวินัยในการการก่อหนี้ก็ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการลดความเปราะบางทางการเงินให้กับภาคครัวเรือนและเศรษฐกิจไทยในภาพรวม

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง